ความสุขในวัยเกษียณของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนชอบอยู่บ้านดูหนังฟังเพลง บางคนชอบเลี้ยงดูลูกหลาน บางคนอาจจะปลูกผักผลไม้ หรือไม่ก็เดินทางท่องเที่ยวให้สมใจ แต่สำหรับผู้ชายคนนี้เป็นอดีตผู้ร่วมบุกเบิกร้านอาหารชื่อดังระดับประเทศ หลังเกษียณอายุเขากลับค้นพบว่า ความสุขแท้จริงในชีวิตคือการได้อยู่กับอาหารที่รักและผูกพันมาตลอด จึงเริ่มสร้างร้าน “โรงอาหาร” เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของคนรักการกินและโหยหาเมนูจานอร่อยในความทรงจำ “คุณชายตะลอนชิม” สัปดาห์นี้ “คุณชาย แป๊ะ” ขอแนะนำร้าน “โรงอาหาร” ของ “เชฟต่อ–ต่อสิทธิ์ สฤษดิ์วงษ์” อายุ 63 ปี และ “คุณหนุ่ย–จุฑารัตน์ สฤษดิ์วงษ์” อายุ 60 ปี ตั้งอยู่ซอยเกษตร 4 ถนนแจ้งวัฒนะ 14 ตัวร้านก่อด้วยโครงเหล็กสูงประมาณ 5 เมตร หลังคาสูงทำให้อากาศถ่ายเทได้อย่างปลอดโปร่งโล่งสบาย มีโต๊ะไว้บริการ 20 โต๊ะ ทั้งแบบโต๊ะไม้และโต๊ะม้าหิน บรรยากาศร่มรื่นเหมือนทานข้าวในบ้าน “คุณต่อ” กำลังง่วนอยู่กับการต้มหมูสามชั้น เพื่อเตรียมทำหมูกรอบ บนกระดานดำมีรายการเมนูเขียนด้วยชอล์ก ระบุรายการอาหารหลากหลายกว่า 10 รายการ ทั้ง ข้าวซอย, ขนมจีนแกงเขียวหวาน, ก๋วยเตี๋ยวหลอด และข้าวขาหมูผมเข้าไปสวัสดีทักทายคุณต่อ “มีอาหารอะไรแนะนำบ้างครับพี่ต่อ” ผมเปิดประเด็นกับเจ้าของร้านหนุ่มใหญ่“เมนูแนะนำวันนี้มีราดหน้าหมูสับสูตรโบราณ ลูกค้าในหมู่บ้านเรียกร้อง เพราะหา กินยาก” คุณต่อนำเสนอเมนูย้อนวัย“ขอลองสักจานครับ” ผมตอบรับข้อเสนอแบบไม่ต้องคิด ก่อนหันกลับไปนั่งรอที่โต๊ะม้าหินใต้เงาร่มไม้ “ราดหน้าหมูสับสูตรโบราณ” ถูกจัดใส่จานนำมาเสิร์ฟ เอาแค่หน้าตาก็ทำเอาน้ำลายสอในกระพุ้งแก้ม เส้นใหญ่ผัดได้หอมกลิ่นกระทะจางๆ น้ำราดหน้ามีกลิ่นหอมของผงกะหรี่ หมูสับที่ใส่ให้มาเต็มจาน แนมด้วยผักกาดหอม จานนี้อร่อยถูกปากมากไม่ต้องปรุงเลย“เป็นอาหารที่ผมไม่ได้กินมานานแล้วครับ อร่อยแบบไม่ต้องปรุงจริงๆ” ผมกล่าวชื่นชมพร้อมอวดจานเปล่า เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเชฟหนุ่มใหญ่ “ร้านเราเน้นขายอาหารจานเดียวเป็นหลัก มีหมูสับปลาเค็มราดข้าวที่อยากให้ลอง คุณอาจจะคุ้นเคยกับร้านอื่นที่นึ่งกัน แต่ของเราเป็นแบบทอด” คุณต่อแนะนำจบก็ยกจาน “ข้าวหมูสับปลาเค็ม” มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ หน้าตาเหมือนหมูทอดก้อน มีขนาดชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติจัดจ้านด้วยความนัวของปลาอินทรีย์เค็ม เมื่อนำมาคลุกเคล้ากับหมูสับแล้วนำไปทอด บอกเลยว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำราดกระเทียมพริกไทยสูตรลับของเชฟต่อท้องเริ่มแน่นแล้ว แต่คุณต่อยังเสิร์ฟอาหารจานเด็ดไม่หยุดมือ “สปาเก็ตตี้เบคอนพริกแห้ง จานนี้ต้องลองครับ” ทั้งพริกแห้งและกระเทียมผัดมากับเบคอนและเส้นสปาเก็ตตี้ที่ปรุงมาอย่างพอดิบพอดี เส้นกำลังได้ที่ในขณะที่รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้าน ใครชอบอาหารรสจัดต้องรักจานนี้ ความเผ็ดร้อนของพริกแห้ง หอมกลิ่นกระเทียมแบบไทยๆ มันเข้ากันดีกับเส้นสปาเก็ตตี้แบบอิตาเลียน เชฟต่อเล่าว่า “ในอดีตเป็นผู้บุกเบิกร้านอาหาร GREYHOUND CAFÉ ในตำแหน่ง Executive Corporate Chef ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสาขาแรก กระทั่งขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมทำหน้าที่คิดสูตรอาหารและดูแลแต่ละสาขาให้ได้มาตรฐาน หลังจากเกษียณอายุมาแล้วกลับมาอยู่บ้านเฉยๆ 3–4 เดือน มันรู้สึกเบื่อ แต่ได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนบ้านว่า อยากให้ ทำอาหารให้กินหน่อย พอดีผมมีที่ดินอยู่ข้างบ้านจึงเริ่มคิดออกแบบร้านนี้ขึ้น ตั้งใจทำ เป็นโครงสร้างโปร่งโล่งๆสูงๆ ขายเมนูง่ายๆ ให้คนในหมู่บ้านได้ชิม เน้นอาหารจานเดียว ราคาไม่แพง” “เรื่องสูตรอาหารส่วนใหญ่มาจากคุณแม่ เป็นจานที่เคยทานตอนเด็กๆ และนำมาดัดแปลงให้เข้ากับรสชาติที่ตัวเองชอบ ผสมผสานกับเทคนิคต่างๆที่เก็บเกี่ยวมาจากหลายที่ เช่น น้ำเงี้ยวใส่ปลาอินทรีย์เข้าไปเพื่อให้มีความนัวรสชาติจัดจ้านขึ้นโดยไม่ใช้เกลือ ทำให้น้ำเงี้ยวมีกลิ่นได้รสชาติขึ้นมา หรือบางครั้งถ้ามีลูกค้า 5-6 คน บอกว่าอยากกินเมนูมัสมั่น ผมก็ปรุงออกมาเป็นเมนูแนะนำให้ลูกค้าได้ลิ้มลองด้วย สับเปลี่ยนเวียนเมนูอาหารไป เมนูไหนขายดีก็ยกให้เป็นเมนูหลัก” “ผลพลอยได้จากการทำอาหารให้เพื่อนบ้านทาน ทำให้ทุกวันนี้ผมมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่อยากปล่อยให้ชีวิตมันหงอยเหงา เพราะร่างกายเราต้องขยับเคลื่อนไหว สมองได้คิด ทำให้รู้สึกชีวิตกระปรี้กระเปร่าขึ้น วันวันหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอลืมตาตื่นก็อยากจะลุกขึ้นมาทำอาหาร เมื่อก่อนผมเปิดทุกวัน จนคิดว่าเราต้องแบ่งเวลาพักผ่อนบ้าง ทุกวันนี้จึงหยุดทุกวันอังคารและวันพุธ สุดท้ายอยากให้ทุกคนมาลองเสน่ห์อาหารรุ่นเก่าๆ มันมีอะไรพิเศษกว่าสมัยใหม่เยอะ ทั้งเครื่องแกง เทคนิคบางอย่าง ที่ทำให้รสชาติอาหารดีขึ้น มานั่งทานอาหารในบรรยากาศสบายๆ โล่งโปร่ง แถมราคาจับต้องได้” สนนราคา ขนมจีนแกงเขียวหวาน 50 บาท, ข้าวซอยไก่ 60 บาท, ก๋วยเตี๋ยวหลอดขาหมู 60 บาท, สปาเก็ตตี้ครีมซอส 80 บาท, สปาเก็ตตี้เบคอนพริกแห้ง 80 บาท, สปาเก็ตตี้ขี้เมาไก่ หรือขาหมู 70 บาท, สปาเก็ตตี้แกงเขียวหวาน 70 บาท, ข้าวขาหมูคากิ 50 บาท (พิเศษ 60 บาท), ข้าวหมูแดงไข่ต้ม 60 บาท, ข้าวสตูไก่ 60 บาท, ข้าวหมูสับปลาเค็ม 60 บาท, ข้าวหมูกรอบ 70 บาท, ขนมจีนน้ำเงี้ยว 60 บาท, ฝักตุ๋นมะนาวดอง, ราดหน้าหมูสับโบราณ, ขนมถ้วยคู่ละ 12 บาท (ใส่กล่อง 50 บาท) และเฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง 25 บาท “โรงอาหาร” เปิดวันพฤหัสบดีถึงวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. หยุดวันอังคารและวันพุธ โทรศัพท์ 08-1755-4455.คุณชายแป๊ะคลิกอ่านคอลัมน์ “คุณชายตะลอนชิม” เพิ่มเติม