เก็บเล็กผสมน้อย เพิ่มแต้มเติมความแกร่งในการตั้งรัฐบาล คิวเปิดตัวต่อเนื่องพรรคเล็กเป็นพันธมิตรร่วมหนุนตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย ล่าสุดพรรคประชาชาติ เติมให้อีก 5 เสียง โชว์ตัวเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคที่ 13 พร้อมหนุน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคัมแบ็กนั่งเก้าอี้นายกฯรอบสองตัวเลขเบ็ดเสร็จ ณ ปัจจุบัน มีต้นทุนตั้งรัฐบาลอยู่ที่ 290 กว่าเสียง มีความเข้มแข็งมั่นคงเพียงพอ อยู่ในโซนปลอดภัยไม่แกว่งง่ายๆเวลาถูกตีรวนพรรคใหญ่ พรรคเล็กต่างกลัวตกขบวน รีบกระโดดเกาะโบกี้สีน้ำเงินจนที่นั่งใกล้เต็มแต่ที่ยังอยู่ในอาการลูกผีลูกคนต้องลุ้นหนักคือ พรรคกล้าธรรม ยังไม่รู้จะได้ตั๋วพิเศษ เกาะขบวนเที่ยวสุดท้ายทันหรือไม่อยู่ในภาวะกระวนกระวายใจ อยากกระโจนร่วมขบวนใจจะขาด แต่นายตั๋วพรรคภูมิใจไทยยังทำเฉย ไม่ออกตั๋วโดยสารให้ เพราะมีความได้เปรียบถือแต้มต่อเหนือกว่าตามสถานภาพปัจจุบันที่ความสัมพันธ์ “ภูมิใจไทย–กล้าธรรม” ไม่เหมือนเดิม หมดโปรโมชัน “ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน”กล้าธรรมตกที่นั่งสถานการณ์โดนบีบหนัก แต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค ยังต้องเก็บทรงโชว์ลูกนิ่ง บอกยังไม่ตัดสินใจจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อ้างเหตุต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองสถานะ สส. 58 คน พรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการก่อนถึงจะกลัวตกรถ แต่ต้องรักษาอาการแถมออกลูกข่มกลับ หากใครบีบมาระวังเจอสวนกลับแน่ออกลีลาพร้อมบวกส่งสัญญาณเตือน มีข้อมูลเด็ดที่พร้อมกะซวกกลับ ไม่ยอมถูกกดดันฝ่ายเดียว อาศัยชั้นเชิงการเมืองขู่พรรคแกนนำให้รู้จักเกรงใจ ต้องยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดมาให้แต่ก็ไม่กล้าตัดขาดความสัมพันธ์ ผลีผลามถึงขั้นปิดดีลเข้าร่วมรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดผลพวงการถือแต้มต่อสูงลิบของค่ายสีน้ำเงินในฐานะผู้ชนะเลือกตั้ง เป็นพรรคอันดับ 1 มี สส.ในมือ 193 เสียง และเก็บเล็กผสมน้อย รวมเสียงตั้งรัฐบาลใกล้แตะ 300 เสียงตรงกันข้ามกับสถานะพรรคกล้าธรรมที่เป็นแค่ตัวแถมไม่ใช่ตัวแปร อย่างที่วาดหวังไว้ก่อนเลือกตั้งทำท่าเพลี่ยงพล้ำเหลี่ยมเขี้ยวพรรคภูมิใจไทยที่ใช้กลยุทธ์กวาดต้อนพรรคเล็กมาเป็นพวก ใช้ยุทธวิธีเดียวกันอย่างที่ “ผู้กองนัส” เคยใช้ในอดีต เพื่อชิงความได้เปรียบสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองภูมิใจไทยเดินเกม “หนามยอกเอาหนามบ่ง” คานอำนาจกลับ ย้อนศรกล้าธรรม แก้เกมไม่ให้ผู้กองใช้พรรคเล็กมาสร้างราคาต่อรองเหมือนที่ผ่านมาโดดเดี่ยวพรรคตัวตึงให้มาร่วมรัฐบาลในฐานะตัวแถม จะมีหรือไม่มีอยู่ในสมการอำนาจ รัฐบาลก็อยู่ได้ โดยไม่มีผลกระทบกระเทือนใช้แต้มต่อที่เหนือกว่ากำราบผู้กองเป็น “เสือหมอบ” ให้ยอมจำนนทุกทาง ทั้งการถูกริบโควตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือแม้กระทั่งห้ามมีชื่อ ร.อ.ธรรมนัสอยู่ใน ครม.แลกกับการได้ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยคุมเกมเบ็ดเสร็จ พิจารณาพรรคกล้าธรรมเป็นตัวเลือกสุดท้าย หลังจากเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาลแน่นปึ้ก ปริ่ม 300เสียง ไม่ต้องยี่หระ 58 เสียง ของพรรคกล้าธรรม ให้มาเบียดโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆหนำซ้ำยังได้สร้างภาพลักษณ์ความโปร่งใส ไม่ต้องขมุกขมัวเป็นรัฐบาลผสมสีเทาตามข้อครหาแนวโน้มค่ายกล้าธรรมได้ร่วมวงอำนาจริบหรี่ หลังที่นั่งพรรคร่วมรัฐบาลเต็มโบกี้มีเสียงเกินพอ ไม่จำเป็นต้องเอามาเบียดเพิ่มให้ล้นขบวน กลายเป็นทั้งภาระและสายล่อฟ้าไปในตัวดีลร่วมรัฐบาลล่ม กล้าธรรมเสี่ยงถูกโดดเดี่ยว กระเด็นเป็นฝ่ายค้านอาจถูกเช็กบิลตามมา เพราะไม่มีเกราะป้องกันจากการเป็นฝ่ายบริหารไว้ต่อรองอำนาจเหมือนเก่าโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนสูง ตามภูมิต้านทานที่อ่อนแอลง ยังไม่รู้ จะถูก กกต.ควักใบเหลือง-ใบแดงแจกว่อนช่วงเดือน เม.ย. ไม่รับรองสถานะ สส.หรือไม่ หรืออาจถูกตามขุดคุ้ยคดีเก่าๆอำนาจต่อรองค่ายสีเขียวส่อลดฮวบฮาบแน่ หากถูกลดชั้นเป็นฝ่ายค้าน คลื่นลมในพรรคกล้าธรรมสุ่มเสี่ยงแปรปรวน ไม่รู้ลูกพรรคจะใจแข็งพอยอมตกระกำลำบาก เคียงข้างไปกับผู้กองหรือไม่สัญชาตญาณการเอาตัวรอด ต้องวัดใจลูกทีมจะหนักแน่นพอ หรือถูกสอยเป็นงูเห่าระหว่างทาง!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม