ใครที่อ่านสามก๊ก...ไปใกล้จบ โจผีลูกชายโจโฉเป็นใหญ่ก๊กเดียว วันนั้นในงานเลี้ยง โจผีถามเล่าเสี้ยนลูกชายเล่าปี่ที่ยอม สวามิภักดิ์อยู่กับวุ่ยก๊กแล้ว...“อยู่ดีมีสุขแค่ไหน?”“สนุกจนลืมจ๊กก๊ก” คำตอบเล่าเสี้ยน เวลาผ่านมาพันปี เขามีภาพลักษณ์ “ปัญญาอ่อน” ระดับสุดเยียวยาคำถามที่ 73 ในหนังสือ 101 คำถามสามก๊ก (หลี่ฉวนจวิน และคณะ เขียน ถาวร สิกขโกศล แปล มติชนพิมพ์ พ.ศ.2556) จึงมีว่า “เล่าเสี้ยนปัญญาอ่อนจริงหรือ?”เรื่องนี้ ไม่มีใครรู้จักลูกดีเท่าพ่อ พงศาวดารสามก๊กจี่ บันทึกว่า เมื่อเล่าปี่มอบราชสมบัติ ได้สั่งขงเบ้งว่า “หากเล่าเสี้ยนพอจะใช้การได้ ก็ขอให้ท่านช่วย หากใช้ไม่ได้ ก็ขอให้ท่านเป็นกษัตริย์เสียเอง”ทั้งยังสั่งเสียเล่าเสี้ยนว่า “เจ้าทำงานกับท่านอัครมหาเสนาบดี จงปฏิบัติต่อท่านเยี่ยงบิดา”ผู้รู้บอกว่า เล่าปี่ใช้การมอบราชสมบัติครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า เล่าเสี้ยนพอจะใช้การได้จริงหลังจากครองราชสมบัติแล้ว เล่าเสี้ยนตั้งขงเบ้งเป็น “อู่เซียงโหว” ควบข้าหลวงมณฑลเอ๊กจิ๋ว และปฏิบัติตามคำสั่งเสียของบิดา คือ ราชการแผ่นดินน้อยใหญ่ ล้วนรวมไว้ที่ขงเบ้งดังมีคำกล่าวจากเล่าเสี้ยน “การบริหารขึ้นกับขงเบ้ง พิธีเซ่นสรวงขึ้นกับตัวข้า”ดังนั้น กษัตริย์ผู้ไร้ความสามารถกับอัครมหาเสนาบดีผู้ประเสริฐจึงเข้ากันได้ดี จ๊กก๊กภายใต้การทุ่มเทบริหารของขงเบ้งเข้มแข็งยิ่งขึ้น เล่าเสี้ยนก็เป็นกษัตริย์ผู้ปกครองบ้านเมืองยุคสันติสุขอยู่สิบสองปีรัชศกเจี้ยนซิง ปีที่ 12 ของจ๊กก๊ก (ค.ศ.234) ขงเบ้งตาย การเมืองจ๊กก๊กก็เปลี่ยนไปช่วงเวลาหลังจากนี้ ไปจนถึงจ๊กก๊กล่มสลายเกือบ 30 ปี เป็นยุคของเล่าเสี้ยนปกครองหลังขงเบ้งตาย เล่าเสี้ยนยกเลิกระบบเฉิงเซียง (อัครมหาเสนาบดี หรือนายกรัฐมนตรี) ตั้งซ่างซูหลิง (ราชเลขาธิการ) ต้าเจียงจวิน (แม่ทัพใหญ่) และต้าซือหม่า (สมุหกลาโหม) คานอำนาจกันเองการทหารกับการปกครองแยกจากกันเล่าเสี้ยนตั้งเจียวอ้วน บิฮุย และตังอุ๋นเป็นผู้คุมงานปกครองสืบต่อกันตามลำดับ คนเหล่านี้ไม่ได้มีอำนาจเหมือนขงเบ้ง และไม่มีทางที่จะมีอำนาจเหนือฮ่องเต้หลังเจียวอ้วนตาย เล่าเสี้ยนบริหารราชการแผ่นดินเอง ควบคุม ราชการทั้งหมด ด้านหนึ่งสืบสานนโยบายรบวุ่ยก๊กเพื่อป้องกันตัวเองของขงเบ้ง อีกด้านให้ความสำคัญกับการพักฟื้นสะสมกำลังการปราบวุ่ยก๊กใช้นโยบายดูความเคลื่อนไหวของตะวันออก (ง่อก๊ก) กับตะวันตก (จ๊กก๊ก) พึ่งพากัน รอเวลาได้โอกาส และคุมเข้มทายาททางการเมืองของขงเบ้ง คือเกียงอุย ผู้มุ่งมั่นจะปราบวุ่ยก๊ก ผ่อนคลายแลกการทำศึกด้านนี้เหล่านี้ล้วนกล่าวได้ว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้องสิ่งที่บกพร่องสำคัญ คือการหลงเชื่อขันทีฮุยโฮ ครึ่งหลังราชวงศ์ฮั่นตะวันออกเป็นต้นมา ขันทีเป็นพลังบ่อนทำลายสำคัญต่อการเมือง และการปกครองของจีนตั้งแต่รัชศกจิ่งเย่า ปีแรกของจ๊กก๊ก (ค.ศ.258) ฮุยโฮเริ่มมีอำนาจ ขุนนางใหญ่ผู้ปรีชาหลายคนคิดกำจัด แต่เล่าเสี้ยนกลับช่วยปกป้อง จนฮุยโฮมีอำนาจกุมราชสำนัก การล่มสลายของจ๊กก๊กมีหลายเหตุปัจจัยซ้ำซ้อนมิอาจยกความผิดทั้งหมดให้เล่าเสี้ยน เล่าเสี้ยนแม้ไร้ความสามารถ แต่ไม่ถึงขั้นปัญญาอ่อนเฉินโซ่ว ผู้เขียนพงศาวดารสามก๊กจี่ วิจารณ์สรุปเล่าเสี้ยนไว้ว่า ใช้อัครมหาเสนาบดีผู้ประเสริฐ นับเป็นกษัตริย์ในครรลองคลองธรรม แต่หลงเชื่อขันที นับเป็นกษัตริย์ผู้โฉดเขลานี่จึงเป็นคำวิจารณ์เล่าเสี้ยน ที่ยุติธรรมอย่างยิ่งผมอ่านเรื่องนี้จบ พยายามนึก เวลาผ่านเลยยุคสามก๊กมากว่าพันแปดร้อยปี...บ้านเมืองยุคใหม่แถวๆนี้ เคยมีระบอบขันที รุ่งเรืองเฟื่องฟู...ในยุคสมัยไหน? และวันนี้ยังมีขันทีมีอำนาจอยู่หรือไม่?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม