สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ใหญ่ที่สุด 2.3 แสนนายทั่วประเทศ ประสบปัญหาที่สะสมเรื้อรังนับสิบปี ตั้งแต่การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ รับส่วยธุรกิจสีเทา ลุกลามใหญ่โต จนอดีต ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร.ถูกดำเนินคดี เป็นมหากาพย์ยืดเยื้อจนทุกวันนี้ กระทบเสียหายวิกฤติศรัทธาต่อประชาชนยากเยียวยาแก้ไขปัญหาตำรวจเป็นโจทย์ให้สังคมตั้งคำถามว่า จะต้องปฏิรูปตำรวจเรื่องอะไร ทำอย่างไรเพื่อจะเรียกศรัทธาและทำให้กลับมาเป็นตำรวจของประชาชน พิทักษ์รับใช้ประชาชนแบบตำรวจนานาอารยประเทศ“ปฏิรูปตำรวจ” ประเด็นหยิบยกมาพิจารณาอย่างกว้างคือ ปัญหาค่าตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงการปฏิบัติหน้าที่ เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพการทำงานและเศรษฐกิจปัจจุบันจริงหรือไม่มีการศึกษาและวิจัยเป็นระบบ โดยเปรียบเทียบภารกิจกับหน่วยงาน ที่มีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกันหรือตำรวจต่างประเทศแถบเอเชีย ตำรวจไทยค่าตอบแทนต่ำ ไม่เหมาะสมกับภารกิจ ควรจะได้ปรับปรุงแก้ไขแต่ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดมาสนใจและจริงจังกับการแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม กลับใช้อำนาจแต่งตั้งตำรวจรับใช้ส่วนตัว ปล่อย ตำรวจแก้ไขดิ้นรนไปตามยถากรรม ตำรวจจำนวนมากหนี้สินล้นพ้นตัว บางคนล้มละลายไม่มีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. พิจารณาสวัสดิการตำรวจเป็นนโยบายต้องเร่งรัดดำเนินการ โดยเฉพาะการบริหารจัดการหนี้สินของตำรวจ และกำกับดูแลการจัดการสหกรณ์ตำรวจแก้ปัญหาหนี้สินตำรวจให้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ศาสตราจารย์พิเศษกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ คณะกรรมการ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็นอนุกรรมการ ร่วมแก้ปัญหา หนี้สินตำรวจการนับหนึ่งของ ผบ.ตร.ครั้งนี้ ทำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ความสนใจและตระหนักดูแลความเป็นอยู่ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นระบบเสียที.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม