หลังหายหน้าจากจอไปเกือบปี แจมมี่–ปาณิชดา แสงสุวรรณ นักแสดงสาวมากความ สามารถ กลับมาพร้อมโปรเจกต์ใหญ่ละคร “7 ประจัญบาน” ทางช่อง 7HD ของผู้จัด โอริเวอร์ บีเวอร์ โดยรับบทเป็น “มุกดา” ตัวละครที่กุมความลับจนถูกล้วงความลับ มีทั้งความสนุกและท้าทาย ก่อนจะเล่าเบื้องหลังการทำงาน สาวแจมมี่สลัดลุคฉีกกรอบเดิมๆ กลายเป็นสาวแซ่บ เซ็กซี่แบบมีชั้นเชิงใน “มาลัยไทยรัฐ” หลังปล่อยให้แฟนๆรอนาน ล่าสุด สาวแจมมี่กลับมาพร้อมละครเรื่องล่าสุด “7 ประจัญบาน” มีความว้าวตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์ “ในเรื่องรับบทเป็นมุกดา เป็นลูกของผู้มีอำนาจคนนึง เป็นคนกุมความลับจะถูกล้วงความลับอยู่ตลอด แก่นของมุกดาต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับครอบครัว บทไม่ถือว่ายากแต่มีความซับซ้อนของอารมณ์” เป็น 1 ในโปรเจกต์นี้ “ตอนแรกพี่เวอร์เข้ามาคุยบอกว่ามีหนึ่งโปรเจกต์แต่ไม่ได้บอกว่าเป็น 7 ประจัญบาน เขาบอกมีคาแรกเตอร์นึงเหมาะกับเรามากเลย ก็ถามว่าบทเหวี่ยงวีนหรือเปล่า จริงๆจะให้เล่นบทอะไรก็ได้ ไม่ได้ติดภาพว่าจะต้องเล่นนางเอก จะเป็นคนดี บทร้ายก็เล่นได้หมด ใจจริงก็อยากเล่นบทร้ายแบบมีมิติ มีชั้นเชิง ที่ไม่ใช่ร้ายวี้ดว้าย อยากลองท้าทายความสามารถของตัวเองบ้าง” พอเล่นเรื่องนี้ไม่ได้บู๊เหมือนแอบอึดอัดไหมล่ะ “เอาตามความเป็นจริง ตอนที่พี่เวอร์ ติดต่อมามีถามว่าบู๊ไหมคะ พี่เค้าบอกว่าไม่บู๊ แต่งตัว สวยๆเลย ก็ได้ค่ะ ก่อนหน้านี้ ก็บู๊ไง มาเรื่องนี้ก็ให้น้องๆได้บู๊บ้าง เป็นคนเดียวใน 4 สาวที่จะแต่งตัวสวยๆ เพราะว่าคนอื่นไปทำภารกิจกัน คนนึงทหาร อีกคนเข้าไปสืบแต่เราโดนเขาเข้ามาสืบเพราะในเรื่องเป็นลูกคุณหนู เปลี่ยนชุดฉ่ำ (หัวเราะ) จริงๆไม่ได้สนุกเพราะได้เล่น 7 ประจัญบาน แต่เราสนุกเพราะร่วมงานกับน้องๆหลายคน พอพักเบรกจะสนุกสนานเฮฮามาก มี 10 ตอนแรก คนดูได้เห็นเนื้อเรื่องเต็มๆ ต้องรอลุ้นต่อไปจะยังไง” นอกจากละครแจมมี่มีโปรเจกต์อะไรใหม่ๆ บ้างไหม “ช่วงนี้งานส่วนใหญ่จะเป็นทำธุรกิจกับที่บ้าน มีช่วยที่บ้านและมีทำโปรเจกต์ร่วมกับเพื่อนๆนอกวงการ จะมีร้านชา เพราะเป็นคนชอบกินชากับร้านทำเล็บ เพราะเป็นเรื่องสวยๆงามๆ เป็นคนชอบทำเล็บอยู่แล้ว หลังๆก็หันมาทำธุรกิจ เพราะละครไม่ได้มีให้ถี่ๆเหมือนสมัยก่อน จะให้รอละครอย่างเดียวคงไม่ได้ก็ผันตัวไปทำอย่างอื่นบ้าง” งานละครน้อยนอยด์ไหม “ไม่ได้นอยด์แต่มีการเตรียมรับมือมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว 2-3 ปี คงไม่มีนักแสดงคนไหนที่มีงานอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีงานเข้ามาเราพร้อมรับ ถ้าไม่มีงานเข้ามาเราก็ไปทำอย่างอื่นเพื่อไม่ให้เวลาสูญเปล่า นั่งรอ นั่งคอยอย่างเดียวก็ไม่ใช่ ไม่ได้รอโอกาสเข้ามา แต่ทำตัวเองให้พร้อมอยู่ตลอดเหมือนกัน ไม่ให้อ้วนต้องดูแลตัวเอง” กับแฟชั่นเซตนี้มีแรงบันดาลใจอะไรยังไง “ที่ผ่านมาคนจะเห็นเราในลุค ผู้หญิงน่ารัก สดใส ธีมที่ถ่ายอยากให้ดูมีความลึก มีชั้นเชิง เป็นผู้หญิงลึกในตา มีความเซ็กซี่แต่ไม่ใช่แนวขี้เล่นแต่ดูมีชั้นเชิง อยากเปลี่ยนลุคมาเป็นแบบนี้ด้วยที่เราโตขึ้นด้วย เราก็ไม่อยากติดภาพเป็นผู้หญิงแบ๊วๆใสๆ ด้วยความเราตัวเล็กด้วยแหละคนจะมองเราดูตะมุตะมิ เราก็อยากเปลี่ยนภาพลักษณ์เราให้ดูโตขึ้นให้ดูมีมิติมากขึ้นไม่ใช่แค่น่ารักสดใส” กับชุดแดงมีท่ายาก “ใช่ค่ะ ชุดแดงจะมีความเป็นแฟชั่นจ๋ามากๆ โพสทีเหน็บกิน (หัวเราะ) ไม่เอาแล้ว ท่าเลยเป็นไอเดียพี่สไตล์ลิสต์ เขาให้ถ่ายออกมาแปลกๆใหม่ๆบ้าง ให้เปลี่ยนให้แนวแฟชั่นจ๋า แต่ละท่าเอวเคล็ดเลยค่ะ” เห็นงานแฟชั่น ที่แตกต่างออกมามันทำให้เราว้าวขนาดไหน “ด้วยความที่เราวางภาพของเราเองอยากดูโตขึ้น ภาพลักษณ์ดูชัดเจนขึ้นที่ไม่ได้เป็นเด็ก เวลาถ่ายรูปช่วงนี้เป็นโทนนี้แทน เหมือนอยากให้คนมองเราอีกมุมนึงไม่ใช่แค่มุมเดิมๆที่คนเคยเห็น อยากเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้มันโตขึ้น พยายามเปลี่ยนตัวเองให้ดูมีชั้นเชิง มีความลึกลับ โตแล้ว” แสดงว่าเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในหัว “คือมันยังไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่อยากทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมากกว่า เราเลยอยากลองดูสักตั้งจะเป็นยังไง ถ้าเราทำเต็มที่แล้วจะไม่เสียดายและเราจะไม่กังวลอะไรกับมันแล้ว แต่นี่เราไม่เคยลองทำเราเลยอยากทำตรงจุดนี้ว่ามันเป็นยังไง พอทำแล้วก็รู้สึกไปได้นะ อยากออกจากเซฟโซนที่ทุกคนมองเราเป็นแบบนี้ แต่ที่เราทำไม่ได้เปลี่ยนขนาดนั้นก็เป็นตัวตนเรานั่นแหละแค่ใส่มุมอื่นที่คนอื่นไม่เคยได้เห็น อยากให้เห็นเรามีมุมนี้นะมากกว่าที่ทุกคนตั้งกรอบเอาไว้ให้เราอยากให้ทุกคนได้เห็นมุมอื่นในตัวเราบ้างแค่นั้น ได้ทำอะไรแตกต่างออกไป”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม