เข้ามาสอดส่องวงการพระเครื่องตั้งแต่วันที่ ๖-๗ ก.พ. ก็เห็นบรรยากาศคึกคัก ทุกสนามพูดแต่เรื่องการเลือกตั้งวันนี้ ๘ ก.พ. ว่าสีไหนจะได้ สส.มากที่สุด พรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล เดี่ยวหรือจะเป็นรัฐบาลจับฉ่าย--และจากที่บางพรรคประกาศเด็ดเดี่ยวจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับสีนั้นสีนี้ สุดท้ายแล้วจะกลืนน้ำลายตัวเองอีกไหม (โดยมีเหตุผล เพื่อชาติ) ตามสไตล์การเมืองแบบไทยๆเข้าสนามของเรา ดูพระเครื่องที่โบราณาจารย์สร้างขึ้นในยุคที่ผู้คนยังมีศีลมีธรรม องค์แรกคือ พระกริ่งปวเรศ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศฯ กรุงเทพฯ สมเด็จพระสังฆราชไทย องค์ที่ ๘ และผู้ให้กำเนิดพระกริ่งในประเทศไทย พระกริ่งปวเรศ (หม่อมปริม) สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ของอิทธิ ชวลิตธำรง.ทรงสร้าง พระกริ่ง ในรูปแบบ พระไภษัชยคุรุ โดยปรับพุทธศิลป์ให้เป็นไทย เพิ่มกลีบบัวที่ฐานด้านหลัง ๑ คู่ ส่วนจำนวนจัดสร้างเดิมบอกกันว่ามีราว ๓๐ องค์ แต่ต่อมาว่ากันว่าสร้างครั้ง ๒ ตอนรับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เพื่อมอบศิษย์เชื้อพระวงศ์ ที่ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ราว ๑๐๐ องค์ และอีกครั้งโดย หลวงชำนาญเลขา (หุ่น) ทูลขออนุญาตสร้าง แต่เป็นองค์ขนาดย่อม และไม่มีบันทึกปัจจุบันวงการพระส่วนใหญ่จึงยึดว่า พระกริ่งปวเรศ มีประมาณ ๑๐๐ องค์ แต่ก็มีข้อกังขาตลอด องค์ไหนแท้ องค์ไหนไม่ถึงยุคปัจจุบันมีพระแท้องค์จริง ที่ยอมรับกันไม่กี่สิบองค์ โดยเฉพาะองค์ที่มีประวัติชัดเจนว่าเคยเป็นของเชื้อสายราชวงศ์ อย่าง องค์หม่อมปริม (ยุคล) ชายา เสด็จพระองค์ชายใหญ่ ที่ยอมรับเป็น “องค์ครู”--วันนี้ตกอยู่ในรัง เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง เรียบร้อยโรงเรียนวัดบวรฯ เพราะใจถึงและขอตอบ คำถามสนามพระ ว่า ทำไมพระนามสมเด็จพระสังฆราชถึงขึ้นต้นต่างกัน อย่าง องค์วัดราชบพิธ เป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯคำตอบคือ ถ้าเป็น เชื้อพระวงศ์ชั้นพระเจ้าลูกยาเธอ ถึงจะมีคำว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า นำเช่น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระนามเดิมพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวาสุกรี พระโอรส ร.๑) และ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระนามเดิมพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ พระโอรสของ ร.๔)--ทราบแล้วเปลี่ยน พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ ของนิว เมืองชล.อีกองค์เป็น พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ พระแชมป์ “องค์ครู” สู้ได้สูสีทุกองค์ตำนานทั้งฟอร์มทรงมาตรฐาน พิมพ์พระที่คมจัดทุกเส้นศิลป์ จุดพิจารณาครบ ผิวส่วนนูนมีริ้วรอยสัมผัสผ่านใช้เบาๆ เผยเห็นเนื้อในละเอียดหนึบนุ่ม อุดมด้วยมวลสาร ด้านหลังมีคราบจากการเลี่ยมใช้แบบเปิดหลัง--ได้พระแบบนี้มา เสี่ยนิว เมืองชล เจ้าของพระ มือวางพระเบญจภาคีภาคตะวันออก จึงกำลังเนื้อหอม พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม วัดใหม่อมตรส ของพรรค คูวิบูลย์ศิลป์.ตามมาด้วย พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม วัดใหม่อมตรส กรุงเทพฯ จากเสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์พระสวยสมบูรณ์ พิมพ์พระคมจัดชัดแจ่มทุกเส้นศิลป์ ผิวเนื้อขาวสะอาด ยังมีคราบแป้งโรยพิมพ์เดิมๆ บอกได้ว่าไร้การสัมผัสใช้ด้านหลังมีคราบกรุ ไขน้ำตาลเกาะแน่นบอกอายุถึงยุคธรรมชาติ เป็นพระแท้ดูง่าย ใช้บูชา พึ่งพาอานุภาพพุทธคุณได้อย่างมั่นใจ พระขุนแผน พลายเดี่ยว พิมพ์ซุ้มประตู กรุวัดบ้านกร่าง ของตูน บ้านกร่าง.องค์ต่อไป พระขุนแผน พลายเดี่ยว พิมพ์ซุ้มประตู กรุวัดบ้านกร่าง สุพรรณบุรี ที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สร้างมอบทหารก่อนออกศึกชนช้างกับพม่าโดยใช้ดินในพื้นที่ปั้นกดพิมพ์ เผา เป็นองค์พระพุทธศิลป์สมัยอยุธยา (กลาง) รูปทรง ๕ เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางสะดุ้งมาร ในเส้นซุ้ม ด้านหลังปาดเรียบ หลังเสร็จศึกนำทัพกลับมาพักที่วัดเดิม และสร้างพระเจดีย์ให้ทหารนำพระกลับบรรจุไว้ เพราะเชื่อกันว่าของวัดไม่ควรเอาเข้าบ้าน--ไม่เหมือนสมัยนี้ยิ่งของวัดยิ่งน่าเอากลับบ้านต่อมาวัดกลายเป็นวัดร้าง พระเจดีย์ชำรุด ชาวบ้านที่เข้าไปค้นหาทรัพย์สินจึงพบพระพิมพ์มากมายหลายแบบจึงเอาไปร่อนเล่นลงแม่น้ำหน้าวัด แต่พอชาวเรือที่มาอาศัยจอดพักนำติดตัวไปใช้บูชา ก็พบอานุภาพด้านคุ้มครอง เมตตามหานิยม พระจึงดังเลื่องลือ เรียกว่า “พระขุนแผน” ตามนามเรียกพระเอกวรรณคดี ขุนช้าง-ขุนแผนมีหลายสิบพิมพ์ เช่น พิมพ์ทรงพลใหญ่ พิมพ์อกใหญ่ พิมพ์ทรงพลเล็ก พิมพ์เทวดา องค์นี้ของ เสี่ยตูน บ้านกร่าง เจ้าถิ่น เป็นพิมพ์ซุ้มประตู สวยแชมป์ หูตากะพริบเดิมๆแบบนี้หายากแล้ว ราคาว่ากันหลักแสนแน่ เหรียญหน้าหนุ่ม พ.ศ.๒๔๗๘ ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย วัดบ้านปาง ของ สจ.บอม เมืองน่าน.ตามมาด้วย เหรียญหน้าหนุ่ม พ.ศ.๒๔๗๘ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย วัดบ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูนสร้างออกเป็นเหรียญรูปจำลอง รุ่นแรก ได้รับความนิยมสูง แต่หายากมาก เพราะสร้างน้อย โดยเฉพาะเหรียญสวยสมบูรณ์ กะไหล่เต็มร้อยเดิมๆ แบบเหรียญนี้ ของ สจ.บอม เมืองน่าน เขี้ยวเสือแกะ (อ้าปาก) หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส ของเพชร อิทธิ.สุดท้ายเป็น เขี้ยวเสือแกะ (อ้าปาก) หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส คลองด่าน สมุทรปราการ เครื่องรางยอดนิยมอันดับ ๑ สร้างจากเขี้ยวเสือแท้ แกะแฮนด์เมด รูปแบบเป็นเอกลักษณ์ ยืนชูขาคู่หน้า ขาคู่หลังนั่งย่อ มีขนาดแตกต่าง ใหญ่โคนเขี้ยว (อ้าปาก) เล็กกลางเขี้ยว (หุบปาก) จิ๋วปลายเขี้ยว เอกลักษณ์ หูหนู หน้าแมว ตาลูกเต๋าจุดพิจารณา ลายมือจารอักขระนะกอหญ้า ฤ ฤๅ สีเนื้อบอกอายุความเก่า มีแสงเงาจากในเนื้ออย่างตัวนี้ ที่ดูแท้ถึงยุคทุกจุดมีพลังดั่งมีชีวิต เพิ่งถูก เสี่ยเพชร อิทธิ บุกรังใหญ่จับเสือมาหมาดๆลาไปลุ้นผลเลือกตั้งด้วยเรื่องปิดท้ายในตลาดเมืองสมุทรสงคราม ที่เงียบๆ แม่ค้า-พ่อค้า ที่กำลังบ่นกันถึงรายได้ที่น้อยลง ไม่พอค่าเช่าแผง ค่าลงทุน ก็เห็น ป้าสมพร แผงผลไม้ เดินยิ้มแก้มปริ เข้ามาส่งเสียงแจ้วๆว่า วันนี้โชคดีขายของได้เป็นหมื่นทุกคนก็หันไปถามว่า ป้าขายผลไม้ให้ใครได้เป็นหมื่น ไม่เห็นมีลูกค้าเลย ป้าพร ตอบว่า ไม่ได้บอกว่ามีลูกค้ามาซื้อผลไม้ซะหน่อย ที่บอกขายได้เงินหมื่น เพราะแอบเอาพระของผัวไปขายเซียน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ."สีกาอ่าง"คลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม