ยาเสพติดยังระบาดหนัก ชนิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตำรวจก้มหน้าก้มตาไล่จับเป็นวักเป็นเวน แต่ก็ยังมีขายเกลื่อนถนน! เป็นที่มาของการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดช่องทางการขนวัตถุดิบไปประเคนให้โรงงานผลิตตามแนวชายแดนบ้านเราวันก่อน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะรอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการ อย. และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ร่วมประชุมหาแนวทางการควบคุมสารตั้งต้นหลังจากห้วงปีงบประมาณ 2568 มีผลการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ได้จำนวนมาก อาทิ สารโทลูอีน (Toluene) 317.09 ตัน สารอะซิโตน (Acetone) 352.58 ตัน กรดไฮโดรโบรมิก (Hydrobromic Acid) 97.2 ตัน และสารเมทิลอะมีน (Methylamine) 169.56 ตัน เฉพาะสารโทลูอีนและสารอะซิโตนปริมาณดังกล่าว สามารถผลิตยาบ้าได้ถึง 950 ล้านเม็ด!ที่ประชุมมีแนวทางปฏิบัติร่วมกัน 1.ปรับปรุงรายการบัญชีสารเคมีที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมสารที่อาจนำไปผลิตยาเสพติด 2.บูรณาการติดตามการขนส่งสารเคมีภัณฑ์ที่เข้าข่ายฯ ตรวจสอบโรงงาน โกดัง สถานที่เก็บอย่างจริงจัง 3.กำหนดมาตรการนำเข้านำผ่านเพื่อประโยชน์ในการควบคุม4.กำหนดมาตรการส่งออกและการควบคุมเป็นกรณีพิเศษในส่วนของพื้นที่ชายแดน เช่น จ.ตาก จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี 5.พัฒนาระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการนำเข้า นำผ่าน การส่งออก และการเคลื่อนย้ายสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชายแดนและ 6.ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย ครอบคลุมชนิดและประเภทสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงอัตราโทษความผิดที่เกี่ยวข้อง...ถ้ายาเสพติดยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ต้องเห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานแบบนี้ไม่เช่นนั้นคงไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์?สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม