กรมอุทยานฯตั้งกรรมการสอบเหตุ “ช้างพลายสีดอหูพับ” ล้มกะทันหันขณะนำขึ้นรถสิบล้อย้ายคืนถิ่นป่าภูหลวง จ.เลย หลังลงมาหากินพื้นที่เกษตร อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น และกระทืบคนตายไปแล้ว 2 ศพ ชาวบ้านผวาภัยร้องศาลปกครองสั่งให้เจ้าหน้าที่ย้ายช้างออกพื้นที่ ก่อนระดมพลยิงยาซึมต้อนขึ้นรถ หลังออกเดินทางไปได้ 15 นาที ช้างชักเกร็ง ทีมสัตวแพทย์พยายามยื้อชีวิต แต่ไม่รอด คาดสาเหตุมาจากสำลักอาหารจนช็อกหัวใจล้มเหลวกรณีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากพลายสีดอหูพับ ช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย บุกรุกลงมาหากินในพื้นที่การเกษตร ต.เมืองเก่าพัฒนา อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น ได้รับความเสียหาย อีกทั้งมีคนถูกช้างทำร้ายเสียชีวิตมาแล้วถึง 2 ศพ ก่อนรวมตัวกันร้องศาลปกครองขอนแก่นวันที่ 30 ก.ย.2568 ที่ผ่านมา ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแก้ปัญหา กระทั่งศาลมีคำสั่งให้กรมอุทยานฯย้ายช้างพลายสีดอหูพับออกจากพื้นที่ความคืบหน้าในการย้ายช้างพลายสีดอหูพับออกจากพื้นที่ทำกินของชาวบ้านวันที่ 4 ก.พ.มีรายงานว่าเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) สนธิกำลังกว่า 200 นาย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯวางแผนจับช้างพลายสีดอหูพับหลังพบว่าออกหากินบริเวณบ้านโคกม่วง ต.เมืองเก่าพัฒนา อ.เวียงเก่า เจ้าหน้าที่ยิงยาซึมใส่ช้าง จากนั้นต้อนให้เดินมาที่ไร่อ้อยท้ายหมู่บ้าน ก่อนใช้เชือกผูกขาช้าง 4 ข้างช่วยกันดึงและต้อนขึ้นรถบรรทุกสิบล้อเพื่อย้ายไปโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ อ.ภูหลวง จ.เลยปรากฏว่าหลังนำช้างพลายสีดอหูพับขึ้นรถบรรทุกสิบล้อและออกเดินทางได้ไม่นาน จู่ๆช้างเกิดอาการชัก เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำช้างป่าเดินทางเข้ารักษาที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง ทีมสัตวแพทย์พยายามช่วยเหลือเพื่อดึงชีพจรช้างกลับมา แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ทำให้ช้างพลายสีดอหูพับล้มลง ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่มาดูการย้ายช้างป่าออกจากพื้นที่ตลอดสองข้างทาง ส่วนสาเหตุช้างล้มกะทันหัน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวนายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการการเคลื่อนย้ายช้าง เปิดเผยว่า ช้างพลายสีดอหูพับเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี เดิมอาศัยหากินอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูค้อ-ภูกระแต อ.ภูหลวง มีพฤติกรรมย้ายถิ่นหากินมาตามลำน้ำลงจากภูหลวงจนมาหากินในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติภูเวียงนานกว่า 3 ปี นิสัยดุร้ายเคยทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตแล้ว 2 คน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ชาวบ้าน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) มีหน้าที่รับผิดชอบ จึงจัดโครงการผลักดันย้ายช้างป่ากลับคืนถิ่น และพลายสีดอหูพับเป็นเป้าหมายในการย้ายช้างป่ากลับคืนถิ่น“ระหว่างดำเนินการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นขณะนำพลายสีดอหูพับขึ้นรถบรรทุกสิบล้อออกเดินทางได้เพียง 15 นาที ช้างเกิดชักเกร็ง สัตวแพทย์ช่วยกันปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน กระทั่งชีพจรกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตพลายสีดอหูพับได้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 จะชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตของพลายสีดอหูพับอย่างละเอียดอีกครั้ง” นายณัฐวัฒน์กล่าวด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียช้างป่าสีดอหูพับที่เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย ทั้งนี้ กรมอุทยานฯขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่าที่มีค่าในครั้งนี้ รวมถึงต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าทำร้ายใน จ.ขอนแก่น สำหรับการเคลื่อนย้ายช้างครั้งนี้ดำเนินการภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการคือ 1.ปกป้องความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และ 2.อนุรักษ์ชีวิตช้างป่าโดยนำกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสมกรมอุทยานฯขอชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่าครั้งนี้เป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล หากไม่ปฏิบัติตามจะถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล มีความผิดตามกฎหมายและอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องรับโทษทางอาญา นอกจากนี้การไม่แก้ไขปัญหายังหมายถึงการปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการเตรียมการย้ายช้างเป็นอย่างดี แต่ระหว่างเดินทางช้างเกิดภาวะวิกฤติทางสรีรวิทยากะทันหัน ทีมสัตวแพทย์หยุดขบวนทันทีและช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมถึงเปิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้กรมอุทยานฯชี้แจงอีกว่า จากการประเมินเบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการชันสูตรซากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง กรมอุทยานฯ จะดำเนินการอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบดังนี้ 1.แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ 2. ชันสูตรซากอย่างละเอียด ตรวจสอบระบบต่างๆของร่างกาย รวมถึงตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา 3.ทบทวน และปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงานในการจับและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า โดยเฉพาะประเด็นการประเมินสุขภาพก่อนเคลื่อนย้าย งดอาหารและแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน และ 4.รายงานผลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใสเมื่อผลการสอบสวนแล้วเสร็จช่วงสายวันเดียวกัน ทีมสัตวแพทย์จากกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ พิสูจน์ซากพลายสีดอหูพับเก็บตัวอย่างเศษอาหารในช่องปาก กระเพาะอาหาร กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด ผนังกระเพาะอาหาร ม้าม ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่เพื่อสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุหลักเกิดจาก 2 ประเด็น คือภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวจากการสำลักอาหารและการอุดตันของหลอดลมและเกิดภาวะ Capture Myopathy หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลันจากการที่กล้ามเนื้อบางจุดเกิดความเสียหาย ส่งผลให้เกิดภาวะช็อกและหัวใจล้มเหลว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำซากช้างฝังในพื้นที่อุทยานฯภูเวียงและนิมนต์พระสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนาและขอขมาช้างอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่