แนวคิดดึง “กองทุนบำนาญชราภาพ” ออกมาจาก “กองทุนประกันสังคม” ที่มีข้อกังขาถูกรุมทึ้งกัดกินมานาน แล้วบริหารจัดการแบบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดหน้าสู่... “ธรรมาภิบาล” “มืออาชีพด้านการลงทุน” “กลไกกันการเมืองแทรกแซง” คือทางออกฉุกเฉินศ.ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายหลักประกันสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) อธิบายว่า กองทุนประกันสังคมสามารถแบ่งตามลักษณะการจ่ายเงินสมทบได้ 2 ประเภท คือ กองทุนสิทธิประโยชน์ กับ กองทุนบำนาญชราภาพโดยสิทธิประโยชน์ทางด้าน...รักษาพยาบาล ทุพพลภาพ คลอดบุตร เสียชีวิต ว่างงาน สงเคราะห์บุตร เป็นความเสี่ยงลักษณะหนึ่งทางสังคม การบริหารจัดการความเสี่ยงนี้แตกต่างจากความเสี่ยงด้านขาดรายได้ในวัยสูงอายุ“ใน 6 สิทธิประโยชน์ บริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการเก็บเงิน เราเข้ามาแล้วจ่ายสิทธิประโยชน์เมื่อเหตุเกิด เหตุมักจะเกิดในเวลาอันสั้น ขึ้นอยู่กับว่าความเสี่ยงจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”...ในขณะที่บํานาญชราภาพเป็นการบริหารจัดการระยะยาว หมายความว่าเก็บเงินเราสะสมออมไปจนวัยเกษียณถึงเอาออกมาใช้ เงินก้อนนี้จะโตอย่างเดียว...ค่อยๆโต แล้ววันที่ถูกนำออกมาใช้ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการเงินกองทุนบำนาญชราภาพนี้ต้องการความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล...ต้องการมืออาชีพที่ทำให้เกิดผลตอบแทนที่สูง ต้องการความยั่งยืนประเด็นสำคัญคือ “ความยั่งยืน” ศ.ดร.วรวรรณ เชื่อว่า เงินที่เหลือในส่วนสิทธิประโยชน์ระยะสั้นจะไม่เยอะ เช่น เงินส่วนค่ารักษาพยาบาล ถ้าแยกกองทุนบำนาญชราภาพ เงินส่วนสิทธิประโยชน์จะไม่เหลือให้บอร์ดประกันสังคมไปดูงานต่างประเทศ ที่พอจะเหลือเป็นกอบเป็นกำคือส่วนของกรณีว่างงานแต่...ก็ไม่ได้มากพอเอาไปทำปฏิทินหรือตัดสูท หรือใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบเดิมได้ เพราะต้องเหลือไว้ชดเชยเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ“แยกส่วนกองทุนบำนาญชราภาพออกมาโดยดูโมเดลแบบ กบข. แล้วบริหารจัดการให้โปร่งใส ให้เป็นมืออาชีพ เป็นองค์กรอิสระให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงไม่ได้ ทำไม กบข.ถึงไม่เคยมีปัญหาว่าเงินถูกขโมยไปซื้อตึก เพราะเขามีกลไกอะไร...?”การลงทุนของ กบข. เป็นที่ยอมรับในหมู่นักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยอมรับในความสามารถของ กบข. เพราะเป็นมืออาชีพมากเปรียบเทียบผลการลงทุนของ กบข.ในกลุ่มที่ Asset Class (กลุ่มสินทรัพย์) การถือสินทรัพย์คล้ายๆประกันสังคม แต่ กบข.ได้ผลตอบแทน 4.4% ส่วนประกันสังคมได้ไม่ถึง 3%เมื่อถามว่าหากแยกกองทุนชราภาพซึ่งมีสัดส่วนกว่า 80% ของกองทุนประกันสังคมออกไปจะส่งผลกระทบต่อสถานะของกองทุนที่เหลือ 6 ด้านหรือไม่ นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ยืนยันว่าสถานะเงินสมทบของ 6 กรณียังเป็นบวก แต่ไม่ได้บวกชนิดที่นักการเมืองจะกล้าเอาไปทำอะไรได้!เพราะกองทุนสิทธิประโยชน์เป็นการบริหารจัดการเงินสะสมที่มองไปข้างหน้าได้แค่ 2–3 ปีเท่านั้น...ไม่ได้มากพอที่จะเอาไปซื้อตึก ไม่ใช่ก้อนของเงินที่บริหารเพื่อผลตอบแทน แต่เป็นก้อนของเงินบริหารเพื่อให้เพียงพอกับการใช้จ่ายกับสิ่งที่กำลังจะเกิดภายใน 1–2 ปีข้างหน้าในขณะที่ “เงินออมชราภาพ” เป็นก้อนที่บริหารเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงๆเพราะจะใช้อีกนาน เป้าหมายคนละแบบ เราจึงต้องการผู้เชี่ยวชาญคนละเซตในการดูแล “กองทุนสิทธิประโยชน์” กับ “กองทุนบำนาญชราภาพ” ต้องการผู้บริหารที่เชี่ยวชาญทักษะคนละแบบเปรียบเทียบให้เห็นภาพเข้าใจง่ายๆ...“ถ้าจะแข่งขันหมากรุก คุณคงไม่เอาโค้ชฟุตบอลมาแนะนำหรอก”...ในประเทศที่เจริญแล้วที่กองทุนบำนาญชราภาพต่างแยกออกมาบริหารทั้งสิ้นแม้กระทั่งญี่ปุ่นก็แยกเช่นกัน การที่มีคนออกมาคัดค้านการนำกองทุนประกันสังคมออกนอกระบบ จึงเป็นแค่วิธีทำให้สังคมสับสนเท่านั้น “คนที่เขาหาประโยชน์จากประกันสังคม เขาดีใจนะที่ทุกคนสับสน ทำให้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด...เขายังได้ประโยชน์ เมื่อตัวระบบมันมีความซับซ้อนอยู่ ถ้าเราแก้ปัญหาแบบผิดที่ มันก็จะสร้างปัญหาใหม่ ไม่ได้แก้ปัญหานำไปสู่ความยั่งยืนได้ พอเขาไปดูงานที่ประเทศต่างๆ ดูงานซ้ำๆ เขาเห็นภาพแล้ว...การที่เขาไปดูงานต่างประเทศก็ได้ความรู้ แต่เขาไม่เอามาใช้เพราะเขาได้ประโยชน์ นี่เป็นปัญหาการเมือง ต้องอยู่ที่นโยบาย”ถึงตรงนี้...ให้รู้ต่อไปอีกว่าการจะยกกองทุนบำนาญชราภาพออกมาเป็นองค์กรอิสระ ต้องร่างกฎหมายใหม่ ซึ่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ต้องตัดสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพออกเราต้องมองอนาคต แก้ปัญหาความไม่ยั่งยืน ศ.ดร.วรวรรณ อธิบายต่อไปอีกว่า วันนี้เราอายุ 55 ได้บำนาญ แล้วพอเราอายุ 80 เรารู้ว่าเงินกองทุนจะหมด ตอนนั้นเราก็หมดแรงทำงานแล้วด้วยถ้าเราเคยได้ 5,000 บาท อยู่มาวันหนึ่งจะไม่ได้ เราก็ไม่รู้จะเอาอะไรที่ไหนกิน แต่ถ้าทุกคนรับทราบปัญหานี้ว่าจะต้องเพิ่มเงินสมทบ เพื่อวันที่เราอายุ 80 ปี เรายังจะได้ 5,000 บาทอยู่ ลูกหลานเรา ตอนพวกเขาอายุ 55 ปี เราก็อยากให้เขาได้บำนาญเหมือนที่เราได้รับ มันก็ต้องเพิ่มเงินสมทบ“แต่ต้องมีธรรมาภิบาล ต้องโปร่งใส ต้องผลตอบแทนสูง สิ่งเหล่านั้นจึงจะเกิด”...หากปล่อยให้สถานการณ์กองทุนชราภาพและกองทุนประกันสังคมเป็นไปแบบปัจจุบันนี้...ในแวดวงนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอีกไม่เกิน 20 ปี กองทุนที่มูลค่าการลงทุนระดับ 2 ล้านล้านบาทจะล่มสลาย.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม