รักชีวิต...อย่าชะล่าใจ ในวันที่ “ฝุ่นจิ๋วพิษ PM2.5” ยังไม่หายสิ่งที่เราทุกคนทำได้ คือลดความเสี่ยงให้มากที่สุด... เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง ใส่หน้ากากที่ป้องกัน PM2.5 ได้จริง...ดูแลเด็กผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังเป็นพิเศษเพราะ “ฝุ่น” ไม่เคยเลือก “เหยื่อ”...มันทำร้ายทุกคนที่ประมาท และในวันที่ท้องฟ้ายังเป็นสีเทา คำเตือนนี้จึงยังจำเป็นเสมอ “PM2.5 ไม่ได้แค่ทำให้หายใจลำบาก แต่มันกำลังพรากชีวิตเราไป...ทีละน้อย” อาจารย์สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม บอกว่า ปักกิ่งประกาศชัยชนะครั้งสำคัญในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศแล้ว ส่วน...ประเทศไทยคงต้องรอต่อไปหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงปักกิ่งประกาศเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 ว่าในปี 2025 มีวันที่อากาศเป็นพิษรุนแรงเพียงวันเดียวเท่านั้น โดยตลอดปี 2025 มีการบันทึกคุณภาพอากาศที่ดีไว้ 348 วัน ซึ่งมากกว่าปี 2013 ถึง 144 วัน หรือเกือบ 5 เดือนนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 ในเมืองปักกิ่งในปี 2025 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 27.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) นับตั้งแต่เริ่มมีการตรวจวัดเป็นต้นมา...นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงตุลาคม 2025 ระดับ PM2.5 ของเมืองปักกิ่งอยู่ในระดับต่ำติดต่อกันถึง 227 วันคำถามสำคัญมีว่า “จีน” ประกาศชนะสงครามฝุ่น PM2.5 ด้วยนโยบาย bluer skies by 2025 เขาทำอย่างไร?เริ่มนับหนึ่งจาก...นโยบายให้ทำการปิดปรับปรุงและย้ายโรงงานที่ใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงออกจากเมืองปักกิ่ง ถัดมา... รัฐบาลจัดตั้งหน่วยตำรวจพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทำการจับและดำเนินคดีด้านมลพิษทางอากาศอย่างจริงจัง และ...กรุงปักกิ่งออกนโยบายเปลี่ยนรถแท็กซี่รุ่นเก่ามากกว่า 70,000 คัน แทนที่ด้วยรถแท็กซี่ไฟฟ้า และเปลี่ยนรถเมล์ดีเซล... ก๊าซเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคล รัฐบาลให้ผลิตรถไฟฟ้าราคาไม่แพงมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงปักกิ่งได้เกือบ 50% ของพื้นที่, บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในการลักลอบเผากลางแจ้งในทุกพื้นที่ไม่เว้นแม้พื้นที่เกษตรกรรม การปิ้งย่างกลางแจ้ง...หากเผาป่ามีโทษหนักสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ที่สำคัญคือสร้างจิตสำนึกและสร้างกฎระเบียบแก่คนในประเทศให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมรวมทั้งประชาชนที่ลักลอบเผากลางแจ้ง หลังจากนั้นใช้กฎหมายบังคับอย่างเข้มงวด เหลียวมอง “ประเทศไทย”...อาจต้องรอ “รัฐบาลใหม่” ว่าจะกล้าประกาศให้ “ประเทศไทย...วันฟ้าใส” หรือ “blue skies day” ได้เมื่อไหร่?จากความตื่นตัวที่ “ปักกิ่ง” สามารถทำสถิติอากาศดี ได้เกือบทั้งปีในปี 2025 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นโมเดลที่ทั่วโลกจับตา ตัดกลับมาที่ประเทศไทย เรากำลังมี “เครื่องมือใหม่” ที่ชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ....ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบไปเมื่อปลายปี 2025 ในยามที่ “ฝุ่นพิษ กทม.พุ่งสีแดงเข้ม” แม้ร่างกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านสภาแล้ว แต่ยังติดอยู่ในชั้น สว. หากรัฐบาลใหม่ไม่หยิบยกมา หลังเปิดประชุมสภาครั้งแรกภายใน 60 วัน จะถือว่าตกไป?ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกมองว่าเป็น “ความหวังใหม่” เพราะพยายามปิดจุดอ่อนเดิมๆ ที่ทำให้ไทยแพ้ฝุ่นมาตลอด 10 ปี โดยมีหมัดเด็ด 3 ด้านหลัก หมัดที่ 1... “สิทธิในอากาศสะอาด” เป็นกฎหมายครั้งแรก ระบุชัดเจนว่าประชาชนมีสิทธิ “หายใจ” อากาศที่บริสุทธิ์ มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลมลพิษแบบเรียลไทม์และ...มีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานรัฐหรือเอกชนหากปล่อยปละละเลยให้เกิดวิกฤติฝุ่นหมัดที่ 2 จัดการ “ฝุ่นข้ามพรมแดน” แบบเอาจริง นี่คือไฮไลต์ที่จีนเคยทำสำเร็จ ไทยเริ่มใส่มาตรการลงโทษผู้ประกอบการที่นำเข้าผลผลิตเกษตร เช่น ข้าวโพด ที่พิสูจน์ได้ว่ามาจากการเผาป่าในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีโทษปรับสูงสุดถึง 2,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 1,000,000 บาทจนกว่าจะแก้ไขหมัดที่ 3 ระบบ “Carrot & Stick (จูงใจและลงโทษ)” มีกองทุนอากาศสะอาดเพื่อสนับสนุนเกษตรกรให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรแทนการเผา (Carrot) ขณะเดียวกันก็เพิ่มโทษทางอาญาสำหรับโรงงานที่ส่งรายงานมลพิษเท็จ จำคุกสูงสุด 2 ปี (Stick) ชำแหละร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับล่าสุดที่ว่านี้คำถามสำคัญจึงมีว่าจะมี “เขี้ยว” หรือแค่ “กระดาษ”? ซึ่งทำให้หลายๆ คนหลายๆฝ่ายต่างเฝ้ารอ...ตั้งความหวังถึงผลลัพธ์ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมองโมเดลจีนปราบฝุ่นจิ๋วพิษ PM2.5 ยิ่งตอกย้ำ “ประเทศไทย” จะรีๆรอๆแก้ปัญหานี้อย่างไม่มีขั้นไม่มีตอนไม่ได้อีกแล้ว คำตอบเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้ “เรา...ต้องกล้าแลก”ชัยชนะของจีนแลกมาด้วยการปิดโรงงานและบังคับเปลี่ยนวิถีชีวิตคนนับล้านอย่างฉับพลัน แต่สำหรับไทยที่มีระบอบประชาธิปไตย การบังคับใช้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลจะ “กล้า” งัดกับกลุ่มทุนเกษตรและอุตสาหกรรมรถยนต์ขนาดไหน? หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกนำมาใช้แค่ “ตั้งคณะกรรมการ” แต่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง ปี 2026 ก็จะเป็นอีกปีที่คนไทยต้องใส่หน้ากาก N95 เดินออกจากบ้านเหมือนเดิมเพราะ “อากาศสะอาด” ไม่ใช่ของขวัญจากธรรมชาติ แต่คือผลลัพธ์ของกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์คำถามที่สังคมไทยต้องถาม ไม่ใช่...“แก้ฝุ่นยากไหม” แต่คือ...“เรากล้าจ่ายต้นทุนทางการเมือง เพื่อแลกกับสุขภาพประชาชนหรือไม่?”.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม