“หมอยง” เผยเชื้อโรคไวรัส “นิปาห์” ไม่ใช่เชื้อโรคตัวใหม่ เคยแพร่ระบาดครั้งแรกปี 2541 ที่มาเลเซีย คร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 คน ชี้เป็นโรคติดต่อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ได้ทางการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งและระบาดจากสัตว์สู่คนได้ หลังมีข้อสันนิษฐานต้นตอการระบาดมาจากค้างคาวแทะกินผลไม้ กรมควบคุมโรคติดตามสถานการณ์โรคในอินเดียอย่างใกล้ชิด เตือนคนไทยที่จะไปท่องเที่ยวหรือแสวงบุญ เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเดินทาง ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งจุดคัดกรอง “ไวรัสนิปาห์” ส่วนท่าอากาศยานเชียงใหม่ยกระดับมาตรการคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศ เฝ้าระวังป้องกันความเสี่ยงจากโรคโลกเจอภัยด้านสุขภาพจากเชื้อโรคอีกตัว ที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงไม่แพ้โรค “โควิด-19” ที่เคยระบาดคร่าชีวิตชาวโลกไปนับล้านๆคนเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา เชื้อโรคตัวใหม่ที่มีแนวโน้มเป็นภัยร้ายเป็นที่เปิดเผยหลังจากประเทศอินเดียพบการระบาดของโรค “ไวรัสนิปาห์” ในเขตเบงกอลตะวันตก มีผู้ติดเชื้อ 5 คนและกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 100 คนเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคไวรัสนิปาห์ว่า ไม่ใช่โรคใหม่ ระบาดครั้งแรกในปี 2541 ที่ประเทศมาเลเซีย มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน เกิดจากภาวะเอลนินโญมีภาวะแห้งแล้ง มีการเผาป่ากันมากในเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ควันไฟมีอิทธิพลทำให้ค้างคาวบินหนีขึ้นทางทิศเหนือ มาอยู่ในมาเลเซีย (เป็นข้อสันนิษฐาน) ค้างคาวที่มีเชื้อโรคกินผลไม้ แล้วผลไม้นั้นหล่นลงในคอกหมู หมูกินผลไม้นั้นต่อเลยเกิดการระบาดในหมู จากหมูจึงมาสู่คน การระบาดครั้งนั้น มีการฆ่าทำลายหมูมากกว่า 1 ล้านตัว มีผู้ป่วยเป็นหลักร้อย หลังทำลายหมูกว่า 1 ล้านตัวก็สามารถควบคุมโรคนี้ได้ เป็นที่ทราบดีว่าไวรัสนี้อยู่ในค้างคาว ค้างคาวเป็นสัตว์ที่บินไปมาได้ไกล หลังจากนั้นก็มีโรคระบาดประปราย โดยเฉพาะในเอเชียใต้และบางประเทศมาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่จะพบเป็นรายๆ โรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงศ.นพ.ยงระบุต่อว่า โรคนี้สามารถติดต่อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ได้ ทางการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง แต่พบได้ค่อนข้างน้อยจึงไม่ระบาดเป็นวงกว้าง ถือว่าเป็น โรคหนึ่งที่ระบาดจากสัตว์สู่คน มีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย ตามตัว หายใจหอบได้ มีระยะฟักตัวสั้นประมาณ 4-5 วัน โรคจะรุนแรงทรุดลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีวิธีรักษาโดยตรง จะรักษาตามอาการแบบประคับประคอง จึงทำให้โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 40-50 การป้องกันที่ดีที่สุด การป้องกันจากสัตว์สู่คน เช่น การไม่ไปสัมผัสกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะจำพวกค้างคาว หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยฟันสัตว์แทะหรือร่วงหล่นตามพื้น ล้างผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนการบริโภค การปอกเปลือกผลไม้โดยเฉพาะ ในฤดูมะม่วง จะเป็นการป้องกันที่ดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย โดยเฉพาะหมู ค้างคาว ควรมีการป้องกันอย่างเต็มที่ ดูแลเรื่องอนามัยส่วนบุคคล เรื่องความสะอาด ไม่ควรตื่นตระหนก โรคนี้ยังไม่เคยพบในประเทศไทย แต่ค้างคาวมีเชื้อโรคนี้จะไม่มีอาการ การติดต่อระหว่างคนสู่คนเกิดขึ้นได้ แต่น้อยกว่าโรคอื่นๆมาก นอกจากสัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย และยังจัดโรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงขณะที่ นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ที่เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านชันสูตรโรคของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม Real-time RT-PCR มีความไวและความจำเพาะสูง สามารถตรวจจากตัวอย่างหลากหลายชนิด เช่น เลือด สารคัดหลั่งจากคอและโพรงจมูก น้ำไขสันหลัง ปัสสาวะ โดยจะเก็บอย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป สามารถรายงานผลภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่างด้าน นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า มอบหมายให้กองระบาดวิทยา ที่เป็นจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศประจำประเทศไทย (IHR-NFP) ประสานติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยง เตรียมความพร้อมด้านการเฝ้าระวังโรค สำหรับไทยได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทาง หากพบผู้เดินทางที่มีไข้สูง หรือมีอาการเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ จะมีการคัดกรองเพิ่มเติม ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อประเมินอาการและดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดทันทีขณะที่ นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขอให้คนไทยที่มีแผนเดินทางไปอินเดีย ทั้งเพื่อการท่องเที่ยวหรือแสวงบุญ เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเดินทาง ติดตามข้อมูลสถานการณ์โรคจากแหล่งข้อ มูลทางการ เช่น กระทรวงสาธารณสุข หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด เช่น เมือง Barasat ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ระหว่างพำนักในอินเดียควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สุกร หรือสัตว์ป่าทุกชนิด หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ เช่น ถ้ำ สวนผลไม้ หรือบริเวณที่พบมูลค้างคาว ไม่รับประทานผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นหรือมีร่องรอยการกัดแทะ ล้างและปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทานทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สด หรือน้ำอินทผลัมสดที่ไม่ได้ผ่านการต้มสุกวันเดียวกัน นายการันต์ ธนกุลจิรพัฒน์ ผอ. ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ระบาดของโรคไวรัสนิปาห์ ได้ประสานความร่วมมือกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ดำเนินมาตรการเชิงรุกรูปแบบเดียวกับการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 และเมิร์ส อาทิ คัดกรองอุณหภูมิโดยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศทุกราย ด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน แจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้โดยสาร เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทาง การติดต่อเจ้าหน้าที่หากพบความผิดปกติ ประสานเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสาร ที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่ระบาดในช่วง 14-21 วันที่ผ่านมาผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่กล่าวด้วยว่า แม้ปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงใหม่จะไม่มีเที่ยวบินตรงจากอินเดีย แต่ไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากอาจมีผู้โดยสารที่เดินทางต่อเครื่องมาจากประเทศอื่น หากตรวจพบผู้มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ท่าอากาศยานเชียงใหม่จะดำเนินการตามแผนรับมือด้านสาธารณสุข เพื่อส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทันที ขอยืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่และอุปกรณ์คัดกรอง เพื่อให้การเดินทางเข้าสู่ จ.เชียงใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากลทางด้านนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผอ.ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ กล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิประชุมหารือกับกระทรวงสาธารสุขวางแผนการเฝ้าระวังแล้ว โดยจะตั้งจุดคัดกรองโรค สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากอินเดียจะถูกสุ่มตรวจคัดกรองจากเมืองที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการในรายละเอียดต่างๆ อย่างเร่งด่วนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่