“ทนายแก้ว” ตั้งโต๊ะแถลง ข้อเท็จจริงพร้อมแผ่นข้อความแชตไทม์ไลน์ประกอบ ยกมือไหว้ขอโทษทั้งน้ำตาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับไม่รู้ผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิง กอด หอมจูบ นักศึกษาสาววัย 18 ในรถจริง แต่ไม่ได้ล้วงของสงวนตามที่เป็นข่าว เผยเหตุยอมจ่ายเพราะอยากจบ ตั้งข้อสังเกตอีกฝ่ายไม่แจ้งความแต่แรก และยังมีตัวเลขเงินเข้ามาอีก ส่วนผลคดีหรือสภาทนายความขอน้อมรับทุกอย่าง เปิดใจเสร็จทนายแก้วไปยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ ขณะที่ น.1 ไป สน.วังทองหลาง เรียก ผกก.และพนักงานสอบสวนรายงานคืบหน้า หลังผู้ปกครองพา นศ.คู่กรณีแจ้งความให้ดำเนินคดีข้อหากระทำอนาจาร “ทนายแก้ว”จากข่าวร้อนโซเชียล กรณี “ทนายแก้ว” หรือนายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ที่ถูกกล่าวหาอนาจารนักศึกษาสาววัย 18 ปี 4 เดือนลูกสาวคนสนิทใกล้ชิด ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ม.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.วังทองหลาง เรียก พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง และ พ.ต.ท.สุธิรพงศ์ ชัยศิริ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.วังทองหลาง และพนักงานสอบสวนหญิง สน.วังทองหลาง เข้าพบเพื่อเร่งรัดและติดตามการดำเนินคดีกับ “ทนายแก้ว” หรือนายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ที่ถูกกล่าวหาอนาจารนักศึกษาสาวรายนี้ เหตุเกิดภายในรถยนต์บริเวณหน้าร้านอาหารก๋วยเตี๋ยวครัวแม่ศรีเรือน สาขาเลียบทางด่วน ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. เมื่อวันที่ 12 ก.ย.68 พล.ต.ท.สยามใช้เวลาประชุมเกือบ 1 ชม. ก่อนเดินทางกลับทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ปกครองได้พานักศึกษาผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนหญิง สน.วังทองหลาง ให้ดำเนินคดีกับทนายแก้วจากกรณีอื้อฉาวดังกล่าวมี พ.ต.ท.สุธิรพงศ์ ชัยศิริ รอง ผกก. (สอบสวน) ดูแลคดีอย่างใกล้ชิด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมาต่อมาเวลา 15.40 น. พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 เปิดเผยว่า ฝ่ายผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดี รายละเอียดความคืบหน้าอยู่ระหว่างรอ ผกก.สน.วังทองหลาง รายงานให้ทราบความคืบหน้าก่อนนี้เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ที่โรงแรมเมธาวลัย เรสซิเดนซ์ ย่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย “ทนายแก้ว” ได้ตั้งโต๊ะแถลงกรณีฉาวดังกล่าว พร้อมแผ่นข้อความแชตไทม์ไลน์ติดต่อกับผู้เสียหายก่อนและหลังเกิดเหตุ ทนายคนดังเริ่มต้นด้วยการกล่าวคำขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยกมือไหว้และกล่าวขอโทษต่อครอบครัวของตน ครอบครัวคู่กรณี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังในตัวเองจากการกระทำที่ขาดสติและคิดน้อยทนายแก้วระบุว่า ทราบเรื่องครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.68 หลังได้รับการติดต่อจากหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรข่าวรายการดังแจ้งว่าได้รับข้อมูลจากเบนซ์ อาปาเช่ และพ่อของฝ่ายหญิง กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.68 ระหว่างขับรถเก๋งเบนซ์จากศูนย์การค้าย่านพระราม 3 ไปร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเลียบด่วนรามอินทรา ตนล่วงละเมิดในลักษณะจับหน้าอก และล้วงของสงวนคู่กรณีในรถขณะอยู่บนทางด่วนก่อนถึงร้านอาหาร ตนตกใจและปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา ยอมรับว่าวันดังกล่าวขับรถไปกับคู่กรณีจริง มีการพูดคุยและรับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ รวมถึงถ่ายภาพคู่กันในร้าน ป้อนอาหารกัน ยืนยันว่าไม่มีการล่วงละเมิดในร้าน หากมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นก่อนที่จะมากินข้าวกัน คู่กรณีย่อมไม่เดินเข้าร้าน นั่งรับประทานอาหาร หรือถ่ายภาพร่วมกับตน และในช่วงที่ตนเดินไปล้างมือ คู่กรณีก็มีโอกาสเดินหนีหรือออกจากร้านได้ เนื่องจากร้านตั้งอยู่ริมถนนอย่างไรก็ตาม ทนายแก้วยอมรับว่า หลังออกจากร้านและอยู่ในรถ “ไม่รู้ว่ามีผีห่าซาตานตนใดเข้าสิง ทำให้ขาดสติ คิดน้อย ได้กอด หอม และจูบคู่กรณีจริง 2 ครั้ง ทั้งในรถหลังจากออกจากร้านอาหาร และก่อนแยกย้ายกันที่ห้างแห่งหนึ่งย่านเลียบด่วนรามอินทรา” ขณะที่กระทำการดังกล่าว คู่กรณีไม่ได้มีท่าทีขัดขืน ยืนยันว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากอารมณ์ใกล้ชิดขาดสติ พร้อมแสดงความเสียใจขอโทษอย่างจริงใจว่าเป็นความผิดตนที่ทำตัวรุ่มร่ามในส่วนของแชตข้อความ ทนายแก้วยืนยันว่าเป็นการสนทนาต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.68 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เป็นมิตร หลังวันที่ 12 ก.ย.68 ยังพูดคุยกันปกติ ไม่มีข้อความใดกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางร่างกาย ยืนยันไม่ได้ลบแชตหรือกล้องหน้ารถพร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากถูกกระทำรุนแรงจริง ควรต่อว่าหรือบอกกล่าวในแชตแต่ไม่ปรากฏข้อความลักษณะดังกล่าวทนายแก้วยังชี้แจงกรณีการส่งข้อความขอโทษทางไลน์ว่า เป็นการขอโทษจากความรู้สึกผิดหวังทางความสัมพันธ์ ไม่ได้เป็นการยอมรับว่าล่วงละเมิด ต่อมาในเดือน ต.ค.68 ยังพูดคุยกันเรื่องงาน การตัดต่อคลิป หากตนเป็นบุคคลที่ทำร้ายอีกฝ่ายจริง คงถูกบล็อกและไม่ติดต่อกันต่อ ทนายแก้วเผยอีกว่า ต่อมาคู่กรณีขอให้ขอโทษเป็นเงิน ยอมรับว่าเกิดจากความต้องการให้เรื่องยุติ ไม่อยากให้กระทบครอบครัวและชื่อเสียง แม้จะรู้สึกอับอายและเสียใจอย่างมาก มีการเรียกเงินสูงถึง 10 ล้านบาท ผ่านคนกลาง คือแจง ภรรยาแจ๊ส ที่เช่าตึกเดียวกับร้านสูทของพ่อคู่กรณี ได้ต่อรองว่าไหวเพียงแค่ 1 ล้านบาท แต่อีกฝ่ายได้กล่าวว่า “หากไม่มี 5 ล้าน 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุยกัน” พร้อมย้ำว่าเป็นการเจรจาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ต้องการหลบหนีความรับผิดชอบทนายชื่อดังยังกล่าวถึงความรู้สึกตกใจและหวาดกลัว หลังมีการนำภาพตนและบุตรสาวไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียของพ่อฝ่ายหญิง มองว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดี พร้อมยอมรับว่าช่วงดังกล่าวอยู่ในภาวะเครียด นอนไม่หลับ กระวนกระวาย และรอคอยว่าฝ่ายครอบครัวของคู่กรณีจะติดต่อและเรียกค่าเสียหายจบด้วยเงินเท่าไร ระหว่างรอตนก็ได้รับงานปกติ แต่ถูกพ่อคู่กรณีนำภาพมาโพสต์พาดพิงต่อเนื่อง ตั้งข้อสังเกตทำไมเรื่องที่เกิดขึ้นถึงไปคุยกับคนอื่น และในฐานะพ่อทำไมไม่แจ้งความตั้งแต่ที่ทราบเรื่อง แต่กลับกลายมาเล่นสงครามประสาททางโซเชียล ตนเป็นคนอ่อนไหว เครียดเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทำให้ตัดสินใจออกมาชี้แจงต่อสาธารณะท้ายที่สุดทนายแก้วยกมือไหว้น้ำตาคลอพร้อมเสียงสั่นเครือ ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี พร้อมเคารพกระบวนการยุติธรรม หากคู่กรณีจะดำเนินการทางกฎหมายก็พร้อมน้อมรับผล รวมถึงการพิจารณาจากสภาทนายความ ยอมรับด้วยว่าระหว่างเจรจากับพ่อคู่กรณี รู้สึกกดดันและไม่มีทางออก ได้ปรึกษากับอัยการท่านหนึ่งที่รู้จักกันส่วนตัวให้ช่วยพูดคุยติดต่อแก้ไขสถานการณ์ให้เบาลง ยืนยันไม่ได้มีข้อความอะไรที่จะไปกดดัน ตอนนั้นอยากให้อีกฝ่ายดึงสติอย่าใช้อารมณ์เท่านั้น ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของตน ยอมรับว่าคิดน้อยและทำตัวไม่เหมาะสม ขอโทษทุกฝ่ายจากใจจริงวันเดียวกัน นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว เดินทางไปยังสภาทนายความ ยื่นหนังสือต่อนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เพื่อลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ นายมนต์ชัยได้โพสต์ภาพการยื่นหนังสือลาออกลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวขณะที่นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กในเวลาต่อมาว่า ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อกรณีที่เกี่ยวข้องกับทนายแก้ว สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่เพียงการตอบคำถามเฉพาะหน้า หากแต่คือการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมโดยรวม เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเพื่อให้กระบวนการต่างๆดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและปราศจากข้อกังขา ทนายแก้วได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบในส่วนของบุคคล มิใช่การยุติหรือชี้ขาดข้อเท็จจริงใดๆ สภาทนายความขอเรียนย้ำว่า ความน่าเชื่อถือของวิชาชีพไม่ได้เกิดจากการปกป้องกันเอง แต่เกิดจากความกล้าที่จะยืนอยู่บนกติกาเดียวกัน และยอมให้กระบวนการทำหน้าที่ของมันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อการตรวจสอบได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และข้อเท็จจริงปรากฏครบถ้วน สภาทนายความจะได้แถลงแนวทางการดำเนินการให้พี่น้องประชาชนและทนายความทั่วประเทศได้รับทราบต่อไปเวลา 15.15 น. นายอรรณพ บุญสว่าง หรือ “ทนายเป้ง” ทนายความฝั่ง นศ.สาวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า มีการแจ้งความแล้วในข้อกล่าวหา กระทำอนาจาร ขณะนี้มีเพียงข้อหาเดียว ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ยังไม่สามารถเปิดเผย เนื่องจากยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และเพื่อปกป้องตัวผู้เสียหาย สภาพจิตใจของผู้เสียหายค่อนข้างแย่ เพราะมีการเผยแพร่แชตและพยานหลักฐานบางส่วนผ่านเพจไอโอ สร้างความกังวลและเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก มองว่าเรื่องข้อเท็จจริงด้านพยานหลักฐานควรอยู่ในสำนวนคดี ไม่ควรโต้กันไปมาในสื่อ เพราะอาจทำให้ข้อมูลบิดเบือน เมื่อถามว่าทนายแก้วพยายามติดต่อเจรจาหลังแถลงข่าวหรือไม่ นายอรรณพระบุว่า ยังไม่เหมาะสมที่จะพูดคุย ขณะนี้มีคนกลางจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจทำให้เกิดความสับสนหรือความขัดแย้งเพิ่มขึ้น และไม่อยากให้ทนายแก้วเสียทรงหรือสถานการณ์ยิ่งแย่ลงไปกว่านี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่