“อนุทิน” ลงพื้นที่ตรวจเครนถล่มทับรถบนถนนพระราม 2 สั่งการให้ยกเลิก 2 สัญญากับ บ.อิตาเลียนไทยฯ หลังเกิดเหตุเครนถล่มซ้ำซ้อน ไม่หวั่นหากถูกฟ้องใช้คำสั่งทางปกครอง อุปนายกสมาคมวิศวกรแจงปมเหตุเพราะประมาท “พิพัฒน์” รับไม้ต่อตั้งกรรมการ 3 ชุด แจ้งหยุดก่อสร้าง 14 โครงการ 15 วัน เพื่อตรวจสอบ ส่วนจุดเครนถล่มทับรถไฟเจ้าหน้าที่เร่งรื้อถอนซากเปิดการเดินรถ ขณะที่ญาติทยอยรับศพ เยียวยารายละกว่า 1.6 ล้านบาทจากเหตุคานปูนและเครนเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 ถนนพระราม 2 พื้นที่ ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ถล่มลงมาทับรถกระบะ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 คนติดอยู่ในซากรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ อาสากู้ภัยนำอุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิต 2 ศพออกมาได้แล้วทราบชื่อนายสมพงษ์ ศรีสุข อายุ 50 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ และนายศราวุธ เวชการ อายุ 41 ปี ส่วนเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์ซากรถไฟและเครนเพื่อเปิดการเดินรถ ส่วนญาติทยอยมารับศพบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้าพระราชทานช่วยศพละ 2 หมื่นบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มลงบริเวณเกาะกลางถนนพระราม 2 อ.เมืองสมุทรสาคร ทับรถกระบะที่แล่นผ่านมา ทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต ในการนี้ทรงรับผู้บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรม ราชานุเคราะห์ และทรงรับผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรม ราชานุเคราะห์ รวมทั้งพระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพรายละ 20,000 บาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตกับพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยใช้รถเครนพยุงซากปรักหักพังบรรยากาศการเก็บกู้เครนและคานปูนที่ถนนพระราม 2 เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 16 ม.ค. เจ้าหน้าที่นำรถเครนขนาด 550 ตัน 2 คัน มาพยุงซากที่ปรักหักพังไว้ เพื่อรอดำเนินการตามขั้นตอนของกรมทางหลวงจะมีผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ ประเมิน และวางแผนเพื่อหาแนวทางนำเครนลงจากตอม่อ และเร่งคืนผิวจราจร ด้าน พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเรียกพยาน ผู้บาดเจ็บและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ มาสอบปากคำเบื้องต้นแล้วหลายปาก อีกทั้งต้องรอผลจากการตรวจพิสูจน์จากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และวิศวกรรมสถาน ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ค่อนข้างติดขัดรถเคลื่อนที่ได้เรื่อยๆ ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ สามารถใช้ช่องจราจรคู่ขนานได้เพียงช่องเดียวเท่านั้นปมเหตุขาเครนวางแผ่นปูนบางนายชูเลิศ จิตเจือจุน อุปนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย พร้อมทีมวิศวกรโครงสร้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเครนและแท่งปูนถล่มที่ถนนพระราม 2 ใช้โดรนบินสำรวจความเสียหาย เพื่อเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า ตรวจสอบพบข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจเป็นสาเหตุหลัก และมีโอกาสสูงที่ทำให้เกิดเหตุเครนถล่ม พบว่าตำแหน่งขาของเครนที่เกิดการยุบตัวและพังถล่มนั้น วางอยู่บนแผ่นเซ็กเมนต์หรือแผ่นปูนที่มีความบางกว่าแผ่นพื้นปูนในตำแหน่งอื่น จากสภาพความเสียหายที่ตรวจพบ ขาเครนทะลุแผ่นพื้นและยุบตัวลงไป หากนำขาเครนไปวางบนแผ่นปูนที่มีความบาง ย่อมทำให้เกิดการยุบตัวและพังถล่มได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงการทำงานที่ยกแผ่นปูนมีน้ำหนักมากขึ้นไปประกอบติดตั้งให้สมบูรณ์ ถือเป็นช่วงที่มีน้ำหนักกระทำสูงสุด หากแผ่นพื้นปูนไม่สามารถรองรับน้ำหนักของขาเครนได้ จะทำให้เกิดการพังถล่มอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับลักษณะการปฏิบัติงานและสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นวิศวกรเลินเล่อเข้าข่ายประมาทนายชูเลิศเผยอีกว่า มีข้อสังเกตเกี่ยวกับสาเหตุในกรณีของแม่แรงไฮดรอลิก และคอลล่า หรือปลอกเหล็กที่หุ้มแกนแม่แรงเพื่อป้องกันการยุบตัว อาจมีความไม่สมบูรณ์ พบว่า คอลล่าหรือปลอกเหล็กดังกล่าวมีช่องว่างจนสามารถมองเห็นแกนด้านในไม่มีการโอบล็อกให้ครบ 360 องศา และในหลายจุดไม่ใช้นอตยึด เมื่อไม่มีการโอบล็อกอย่างสมบูรณ์ มีโอกาสทำให้เกิดการขยับหรือเคลื่อนตัวได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าข่ายเกิดจากความประมาท เนื่องจากดำเนินการที่ผิดหลักวิศวกรรมที่ดี หน้าที่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของวิศวกรควบคุมงานต้องดูแลและตรวจสอบการทำงานอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การสรุปสาเหตุที่ชัดเจนจำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมในระหว่างขั้นตอนการติดตั้งและการปฏิบัติงาน รวมถึงภาพถ่ายขณะทำงาน เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป“อนุทิน” ลงพื้นที่แจ้งสรุปภายใน 7 วันเวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่เครนถล่มถนนพระราม 2 ทันทีที่มาถึงเข้ามารับฟังรายงานจากนายอำนาจ เจริญศรี ผวจ.สมุทรสาคร และ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร เริ่มจาก พล.ต.ต.ธีระเดชรายงานเหตุการณ์เริ่มจากคลิปเหตุการณ์ตามที่สื่อนำเสนอมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บข้อมูลตอนแรกมีมาว่า 5 ราย แต่ยืนยันว่าบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย อีกทั้งยังชี้แจงถึงความคืบหน้าทางคดีสอบปากคำไปแล้ว 2 ราย ส่วนเรื่องการเยียวยา ผวจ.สมุทรสาครแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ประกอบด้วยนายสมพงษ์ได้เงินบำเหน็จชราภาพจากการเสียชีวิต 6,100 บาท เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 35,000 บาท รวม 41,000 บาท ส่วนนายศราวุฒิได้เงินบำเหน็จฯ 5,000 บาท เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 35,000 บาท รวม 40,000 บาท นอกจากนั้นนายศราวุฒิยังมีเงินประกันชีวิตอีก 2 บริษัท ยอดเงินประกัน 720,000 บาท และ 1 ล้านบาท นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังชี้แจงการเคลียร์พื้นที่ด้วยว่า คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ในส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ล่าสุดกรมทางหลวงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วันตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรีบัญชีดำต้องมาหลังเลิกสัญญาต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า มาดูพื้นที่ว่าอะไรเกิดขึ้นดูสภาพหน้างานและมาหาข้อมูล โดยเฉพาะ เรื่องการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นยังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้ เมื่อถามว่ากรณี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ผู้รับเหมาขอโอกาสรัฐบาลสานงานต่อทำให้เสร็จ นายอนุทินตอบว่า ตรงนี้ในทางปกครองไม่ได้แล้ว รัฐบาลเห็นว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน รมว.กระทรวงคมนาคมดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว การบอกเลิกสัญญากับยกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาก็คือเป็นการทำผิดในสัญญา แต่ตรงนี้เป็นการกระทำที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณประโยชน์ ต้องใช้คำสั่งทางปกครองดำเนินการ เมื่อถามถึงจะแบล็กลิสต์หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เรื่องแบล็กลิสต์เป็นขั้นตอนต่อเนื่องเมื่อบอกเลิกสัญญาหรือมีการยกเลิกสัญญา หรือกระทำใดๆที่อยู่นอกเหนือสัญญา ทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญาจะเข้าข่ายกรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานต่อไปจะเป็นในเรื่องของขึ้นบัญชีดำเป็นขั้นตอนอยู่แล้วเกิดเหตุ 4 ครั้งใน 10 เดือนพอแล้วเมื่อถามว่า มีการถอดบทเรียนหลายครั้งกับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 จะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการอย่างไร นายอนุทินตอบว่า รัฐบาลไม่ได้ใช้และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่าเขาผิดสัญญาข้อไหน รัฐบาลบอกว่า นี่เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตรายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 4 ครั้งภายในระยะเวลา 10 เดือน รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญาซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณีก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้ หากมีอยู่ 14 โครงการไม่รู้ว่า 14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครองสามารถทำได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ก็ตามสบาย”ประมาทแทงคอนกรีตดึงไม่แน่นเมื่อถามว่า สรุปแล้วสาเหตุหลักมาจากเครนลอนเชอร์ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตราย และวิกฤติในการก่อสร้างลักษณะนี้ จุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อสักครู่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึง segment คอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกันและเกิดความมั่นคง ผู้รับเหมาปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้างแบบนั้นมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้วไม่ดึงให้แน่นและปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง ดังนั้นต้องใช้คำสั่งทางปกครอง เพราะถ้าหากใช้คำสั่งไปเรียกร้องทางแพ่ง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีถึงจะจบ“พิพัฒน์” เซ็นตั้งคณะกรรมการ 3 ชุดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนถล่มที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 (M82) ถนนพระราม 2 คณะกรรมการชุดนี้จะต้องตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้นว่า เกิดจากอะไร เกิดขึ้นจากบุคลากร อุปกรณ์หรือไม่อย่างไร จะต้องได้ข้อสรุปและรายงานกลับมาภายใน 7 วัน 2.คณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง และมาตรฐานการให้บริการขนส่งสาธารณะ และ 3.คณะกรรมการติดตาม—เร่งรัดการใช้กฎกระทรวงขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) และ “สมุดพกผู้รับจ้าง” ให้ใช้ได้จริงในการจัดซื้อจัดจ้างคมนาคมยกเลิกสัญญาแน่นอนสำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการยกเลิกสัญญา 2 สัญญาที่เกิดเหตุการณ์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนั้น เป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของสัญญา ทั้ง 2 กรณีคือกรมทางหลวง (ทล.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีนโยบายที่ชัดเจน คือ กระทรวงคมนาคมต้องยกเลิกสัญญาแน่นอน เชื่อว่าบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD จะต้องฟ้องร้องหน่วยงานอย่างแน่นอน กระทรวงคมนาคมพร้อมที่จะช่วยหน่วยงานสู้คดี อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่มีการฟ้องร้องจะไม่รอให้คดีถึงที่สุด จะให้หาผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาดำเนินการก่อสร้างต่อทันที ขณะนี้โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสัญญาที่ 3-4 เหลืองานประมาณ 1-2% ส่วนมอเตอร์เวย์ M82 เหลืองานอีกประมาณ 10-20% เท่านั้นแจ้งหยุดก่อสร้าง 14 โครงการ 15 วันด้านนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง กล่าวว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริง ของทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน และต้องชี้แจงรายละเอียดไปยังสาธารณชนได้ ขณะเดียวกันมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมประสานผู้รับจ้าง หยุดการก่อสร้างโครงการของอิตาเลียนไทยจำนวน 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 12 สัญญา และโครงการที่อยู่ระหว่างการเตรียมลงนาม 2 สัญญา เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่พบปัญหาอะไร สามารถดำเนินการสร้างต่อได้และจะขยายกรอบระยะเวลาให้สำหรับโครงการของอิตาเลียนไทยที่มีสัญญากับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมมีทั้งสิ้น 14 สัญญา มูลค่ารวมกว่า 113,126.18 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 12 สัญญา มูลค่ารวม 112,969.96 ล้านบาทช่วยเงินจัดงานศพ 1.5 แสนบาทส่วนบรรยากาศญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมารับศพที่ รพ.สมุทรสาคร นางจริยา ปยุตธนเสฐ พี่สาวของนายศราวุธ เปิดเผยว่า มารับร่างน้องเพื่อเดินทางไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองน้ำใส ต.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ส่วนนางจิฬาภรณ์ บุญสิทธิ์ ลูกสาวนายสมพงษ์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เดินทางมารับศพคุณพ่อไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.เพชรบูรณ์ ครอบครัวเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวแทนบริษัทอิตาเลียนไทยมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 150,000 บาทเพื่อใช้จ่ายในงานศพ ขณะที่นายชาลี ผึ่งผาย ผู้แทน บ.อิตาเลียนไทย เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมรับผิดชอบและดูแลทุกกรณีที่เกิดขึ้น เบื้องต้นอนุมัติเงินช่วยเหลือรายละ 150,000 บาท เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตนำไปใช้จัดงานศพจนกว่าจะแล้วเสร็จ เมื่อขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว บริษัทจะเข้าสู่กระบวนการเจรจาตกลงค่าสินไหมทดแทนตามความเหมาะสม และเป็นไปตามความพึงพอใจของญาติผู้เสียหาย เร่งรื้อถอนและย้ายซากเครนสำหรับการจัดการพื้นที่เกิดเหตุเครนถล่มที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ล่าสุดผู้รับเหมานำเครนขนาดใหญ่จำนวน 4 ตัวเข้าดำเนินการยึดโยงกับเครนสีส้มที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ เพื่อเตรียมรื้อถอนและเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ ส่งคนงานขึ้นไปด้านบนเพื่อนำสลิงยึดโยงกับตัวเครนอย่างแน่นหนา ก่อนเริ่มถอดชิ้นส่วนออก มีรายงานระบุว่า ขั้นตอนการดำเนินการเป็นไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เครนเกิดการเคลื่อนตัว หรือเกิดอันตรายซ้ำเติมระหว่างการรื้อถอน ผู้รับเหมาเตรียมจะถอดชิ้นส่วนสีฟ้าเป็นฐานออกมาก่อน จากนั้นทยอยรื้อถอนส่วนประกอบอื่นตามแผนที่วางไว้รู้สึกหนักใจโครงการรถไฟใกล้เสร็จนายกฤษดา ยงค์กำลัง ผู้ช่วย ผอ.โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง บ.อิตาเลียนไทย เปิดเผยว่า เบื้องต้นรับทราบกรณีการยกเลิกสัญญาของนายก รัฐมนตรีจากกระแสข่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขรายละเอียดในสัญญาอย่างรอบคอบ และต้องมีการประชุมหารือในประเด็นดังกล่าวก่อน ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจ เนื่องจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงใกล้จะดำเนินการแล้วเสร็จ ภายใต้กรอบการรับเหมาของบริษัท อิตาเลียนไทย แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 8 ช่วง ขณะนี้เหลือระยะทางที่ยังไม่แล้วเสร็จประมาณ 300 เมตรเท่านั้น ส่วนเงินประกันวงเงิน 500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในขั้นตอนการทยอยจ่ายเพื่อเยียวยาและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ มั่นใจว่าเงินประกันดังกล่าวเพียงพอต่อการเยียวยาคาดชิ้นส่วนบนเครนมีปัญหานายกฤษดากล่าวถึงความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายเครนว่า ยังต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 2—3 วัน จะสามารถเคลื่อนย้ายเครนลงมาทั้งหมด ในวันนี้คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากขั้นตอนมีความซับซ้อนและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เบื้องต้นวิศวกรขึ้นตรวจสอบและประเมินโครงสร้างด้านบนแล้วพบว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ก่อนจะเริ่มดำเนินการถอดชิ้นส่วนเครนออกเป็น 3 ส่วน และใช้รถเครนยกเคลื่อนย้ายลงมา สำหรับเครนสีส้มที่ใช้งานยืนยันว่า เป็นเครนตัวใหม่ที่จัดซื้อและนำเข้าจากประเทศจีน กำหนดกรอบอายุการใช้งานและแผนการซ่อมบำรุงตามมาตรฐานที่ชัดเจน นอกจากนี้การดำเนินงานหรือการเคลื่อนย้ายเครนจะประสานงานกับการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกครั้ง ทั้งในส่วนการแจ้งเวลาเดินรถ ในช่วงที่มีการเดินรถไฟ ตามปกติจะต้องหยุดการก่อสร้างตามกฎระเบียบและข้อตกลง พร้อมจัดทีมเฝ้าตรวจสอบความปลอดภัยตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น เป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมเคลื่อนย้ายเครนเท่านั้น ขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียด อยู่ระหว่างการวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้น คาดว่าอาจเกิดจากอุปกรณ์ด้านบนหรือชิ้นส่วนซัพพอร์ตที่อาจมีปัญหาเคลียร์ครบไม่มีคนสูญหายพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เดินทางมาที่ รพ.กรุงเทพนครราชสีมา เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ชื่อนายจุลจักร์ อุทัยรังษี อายุ 74 ปี และนางเสาวลักษณ์ อุทัยรังษี อายุ 69 ปี เป็นผู้โดยสารรถไฟ พร้อมเปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย เป็นกลุ่มผู้โดยสารที่ในช่วงแรกมีรายงานว่า ตามหาไม่พบและยังไม่สามารถติดต่อได้ ภายหลังจากการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งได้รับการยืนยันจาก รพ.กรุงเทพนครราชสีมาว่า มีผู้ป่วยจากเหตุการณ์เข้ารักษาตัว 2 ราย ทำให้สามารถติดตามตัวได้ครบถ้วน ส่วนกรณีผู้สูญหายในช่วงแรกนั้นมีรายงาน 3 ราย ขณะนี้ติดตามพบครบแล้ว อีก 1 ราย พบว่าซื้อตั๋วโดยสารไว้แล้วแต่ไม่ได้ขึ้นขบวนรถไฟ เหมารถตู้เดินทางมายัง จ.นครราชสีมาตั้งทีมสอบสวนเข้มหาหลักฐานพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์เผยอีกว่า การพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ครบถ้วนแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตามกระบวนการ ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งรัดการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายราย ทั้งคนขับเครน วิศวกรควบคุมงาน วิศวกรโครงการ และฝ่ายเครื่องจักรเครื่องกล เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการปฏิบัติงาน เพื่อพิจารณาว่าสาเหตุของเหตุการณ์เกิดจากอะไร มีความบกพร่องผิดพลาดในจุดใด และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายข้อหาใดบ้าง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ การพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากเป็นคดีที่ต้องใช้พยานหลักฐานหลายด้าน ตำรวจตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมารับผิดชอบโดยเฉพาะ มีพนักงานหลายฝ่ายร่วมดำเนินการเพื่อเร่งรัดให้เร็วที่สุด พร้อมยืนยันจะทำคดีอย่างรอบคอบ เป็นธรรม และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างดีที่สุดพิสูจน์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว 30 รายนายแพทย์วิชาญ คิดเห็น สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตพบในที่เกิดเหตุมีทั้งร่างที่สมบูรณ์ ร่างที่ไม่สมบูรณ์ และที่เป็นชิ้นส่วนอวัยวะจำนวน 32 ร่าง และพบชิ้นส่วนอวัยวะอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อนำร่างทั้งหมด 32 ร่างไปตรวจสอบผ่านกระบวนการพิสูจน์ทางนิติเวช สามารถพิสูจน์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว 30 ราย ส่วนร่างที่ไม่สมบูรณ์บางส่วน และชิ้นส่วนอวัยวะอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุร่าง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้มีจำนวน 30 ราย จากนี้ต่อไปเมื่อผ่านขั้นตอนการพิสูจน์ขั้นสูง อาจจะพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกก็ได้ ทั้งนี้ ร่างและชิ้นส่วนอวัยวะที่ยังไม่สามารถระบุร่างได้ ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่ต้องนำไปตรวจดีเอ็นเอ ระหว่างร่างผู้เสียชีวิตกับญาติผู้เสียชีวิต เพื่อให้ผลอีเอ็นเอตรงกันจึงจะสามารถระบุร่างของผู้เสียชีวิต คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ผู้เสียชีวิตเยียวยากว่า 1.6 ล้านบาทนายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างสะพานรถไฟความเร็วสูงถล่มใส่รถไฟโดยสารที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 32 ราย บาดเจ็บ 64 ราย เบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาจาก รฟท.จำนวน 1 ล้านบาท และจากกรมธรรม์ประกันภัยจำนวน 340,000 บาท นอกจากนี้จะได้รับเงินเยียวยาจาก พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และจำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 อีกรายละ 200,000 บาท และ 150,000 บาท จาก บ.อิตาเลียนไทย รวมเป็น เงินเบื้องต้น 1,690,000 บาท สำหรับผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 50,000 บาท และจะได้รับตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดถอดเครนด้านบนไม่เกิน 7 วันนายอนุพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนด้านโครงสร้างที่เกิดเหตุ การรถไฟแห่งประเทศไทยนำเครนขนาด 500 ตันจำนวน 2 คัน เข้าถอดโครงสร้างเครนด้านบนคาดใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน และในส่วนการเยียวยาได้ดำเนินการผ่านระบบประกันภัยของบริษัทประกันภัย สำนักงานประกันสังคม ยุติธรรมจังหวัด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นครราชสีมา จะดูแลเป็นรายกรณี รวมถึงผู้สูงอายุทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุทั้งหมดเก็บรักษาไว้ที่ สภ.สีคิ้ว เพื่อพิสูจน์และทยอยส่งมอบคืนไปบ้างแล้วพระราชทานสิ่งของแก่ผู้บาดเจ็บพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ นางกิรณา สมใจ ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ ขณะนี้ผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่ รพ.สีคิ้ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ สร้างความปลาบปลื้มและกำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง