เป็นหนึ่งในเมซงจิวเวลรีชั้นสูงจากฝรั่งเศสที่มีตำนานเก่าแก่ที่สุด สำหรับ “บูเชอรง” (Boucheron) ก่อตั้งในปี 1858 โดย “เฟรเดอริก บูเชอรง” ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิก เขาเริ่มต้นเส้นทางในวงการเครื่องประดับตั้งแต่อายุ 14 ปี ด้วยการเข้าฝึกงานกับช่างอัญมณีชื่อดังในกรุงปารีส ก่อนจะเปิดบูติกของตนเองที่ Palais Royal ภายใต้แนวคิดล้ำสมัย สร้างสรรค์เครื่องประดับที่ไม่เพียงงดงามเหนือกาลเวลา แต่ยังสามารถสวมใส่ได้จริง นับเป็นการพลิกโฉมวงการจิวเวลรีชั้นสูงในยุคนั้น เมื่อความนิยมเพิ่มขึ้น เขาได้ย้ายบูติกมายังบ้านเลขที่ 26 Place Vendôme ซึ่งกลายเป็นเมซงแห่งแรกที่ตั้งในย่านนี้ และยังคงเป็นที่ตั้งของ “บูเชอรง” จนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่ “เฟรเดอริก บูเชอรง” เป็นนักประดิษฐ์ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ผืนผ้า, ริบบิ้น, ธรรมชาติ หรือความงามของสตรีในแต่ละยุคสมัย ผลงานของเขาจึงโดดเด่นด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวงการจิวเวลรีระดับโลกมาถึงทุกวันนี้ นับตั้งแต่ก่อตั้ง “บูเชอรง” ไม่เคยหยุดพัฒนาเครื่องประดับ ตั้งแต่คอลเลกชันไฮจิวเวลรีสุดประณีต ไปจนถึงผลงานคลาสสิก และคอลเลกชันไอคอนิกอย่าง “Quatre” ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของเมซง เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2004 จากการนำลวดลายทางประวัติศาสตร์ของเมซงทั้ง 4 โมทิฟมาร้อยเรียงรวมกันเป็นหนึ่งเดียวบนวงแหวน โดยทั้ง 4 แบบถือกำเนิดจากการค้นพบโมทิฟทรงห่วงต่างลวดลายในแผนกจัดเก็บเอกสารและตัวอย่างงานอันทรงคุณค่าของเมซง ประกอบด้วย “Grosgrain” (กรอสเกรน) ลายริ้วเนื้อผ้าไหมที่นิยมทำริบบิ้น, “Line of Diamonds” งานฝังเพชรแถวเดี่ยวเปล่งประกาย, “Clou de Paris” (กลู เดอ ปารีส์) ถอดแบบจากลายปูถนนในปารีส และ “Double Godron” (ดับเบิล โกดรง) ลายวงแหวนประกบคู่ ทั้ง 4 โมทิฟ คือคำจำกัดความที่ชัดเจนของ “Quatre” ซึ่งหลอมรวมมรดกความสำเร็จในอดีต โดยอาศัยแนวทางอนาคตนิยม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกียรติภูมิทางประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆของเมซง พร้อมต่อยอดสู่การสร้างสรรค์รูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างมั่นคง ทำให้ “Quatre” ไม่ได้เป็นเพียงคอลเลกชันเครื่องประดับ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความกล้า ที่สะท้อนพลังและตัวตนของผู้สวมใส่ พร้อมถ่ายทอดมรดกหัตถศิลป์ ควบคู่กับนวัตกรรมร่วมสมัย. อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม