ผู้รับเหมาสุดชุ่ย เครนถล่มซ้ำซากงานก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ขาออกกรุงเทพฯ คานเหล็กและแท่นปูนขนาดใหญ่หล่นมาทับรถกระบะ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 2 คน การกู้ซากเป็นไปอย่างลำบาก เป็นเหตุต่อเนื่องเพียงข้ามคืนเครนมรณะถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ทั้ง 2 เหตุมี บ.อิตาเลียนไทยเป็นผู้รับเหมา ขณะที่นายกฯเต้นเรียกประชุมด่วน สั่งยกเลิก 2 สัญญาโครงการยักษ์ และหาผู้รับเหมารายใหม่มารับช่วงต่อ “พิพัฒน์” ตั้ง กก.แยกสอบภายใน 7 วันเหตุผู้รับเหมาชุ่ยซ้ำซากเครนทางยกระดับถนนพระราม 2 ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ช่องทางขาออกจากกรุงเทพฯ ถล่มลงมาทับรถกระบะ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 2 คน ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังหวาดผวากับโศกนาฏกรรมเครนมรณะโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟสายกรุงเทพอภิวัฒน์—อุบลราชธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 32 ศพ บาดเจ็บ 67 คน เพียงชั่วข้ามคืนก็มาเกิดเหตุซ้ำอีก ตรวจสอบผู้รับเหมาเป็นเจ้าเดียวกันคือบริษัทอิตาเลียนไทยฯ เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่และแจ้งดำเนินคดีพระราม 2 เครนถล่มซ้ำซากโดยเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 15 ม.ค. ร.ต.ท. ศตพล อธิภัคกุล รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ช่วง กม.ที่ 30+300 ถึง กม.ที่ 30+400 บริเวณปากทางเข้าขนส่งสมุทรสาคร เกิดถล่มลงมาบนช่องทางหลักฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เป็นเหตุให้รถของประชาชน ที่สัญจรอยู่บนถนนถูกเครนทับ 2 คัน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายอำนาจ เจริญศรี ผวจ.สมุทรสาคร นายดํารงศักดิ์ ยอดทองดี และ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รอง ผวจ. อธิบดีกรมทางหลวง และอาสากู้ภัยมูลนิธิการกุศล สมุทรสาครแท่นปูนทับรถกระบะตู้ทึบ 2 คันที่เกิดเหตุพบตัวคานเหล็กหักโค่นมาพร้อมกับแท่นปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นคานสำหรับการสร้างพื้นถนน พบรถกระบะโตโยต้าแบบตู้ทึบ สีบรอนซ์ ทะเบียน 2 ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร แผ่นปูนทับที่กลางคัน มีนายสมพงษ์ ศรีสุข อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นคนขับเสียชีวิตติดคาซากรถ ส่วนอีกคันเป็นรถกระบะตู้เย็นถูกแท่นปูนทับทั้งคัน คนขับติดคาซากรถ รวมเสียชีวิต 2 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน อาสาหน่วยกู้ภัยนำตัวส่ง รพ.มหาชัย 1 คน และ รพ.เจษฎาเวชการสมุทรสาคร 1 คน เร่งกู้ 2 ศพติดคาซากรถเจ้าหน้าที่ร่วมหารือการปฏิบัติงานเร่งด่วนเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด ประสานนำรถเครนขนาด 550 ตัน มาบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อยกแท่งปูนซีเมนต์และท่อนเหล็กออก ส่วนจะดำเนินการยกทีเดียวพร้อมกันทั้งหมดหรือต้องตัดชิ้นส่วนออก วิศวกรผู้เชี่ยวชาญอยู่ระหว่างการประเมินความเสี่ยง หลังจากที่ดำเนินการนำสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ออกได้แล้ว จะให้อาสากู้ภัยเข้าไปกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมา“อิตาเลียนไทย” เป็นผู้รับเหมาด้านนายอำนาจ เจริญศรี ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่ต้องรีบดำเนินการเร่งด่วนสุดคือการนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่ไม่มีการทำงานก่อสร้างทางยกระดับ เพราะการก่อสร้างนั้นจะดำเนินการในช่วงกลางคืนคือเวลาประมาณ 19.00—04.00 น. เท่านั้น และช่วงที่ดำเนินการก็จะปิดช่องทางหลักตลอดสายไม่ให้มีรถผ่าน พอช่วงเช้าเมื่อหยุดทำงานก่อสร้างจะเปิดเส้นทางให้รถวิ่งได้ในช่องทางปกติ ดังนั้นเหตุที่เกิดเบื้องต้นเป็นผลมาจากการทำงานเมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุจากการทำงานเฉพาะหน้า จะมาจากสาเหตุใดต้องขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน สำหรับการก่อสร้างทางยกระดับ (M82) บริเวณที่เกิดเหตุนั้น เป็นช่วงตอน 7 มีบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ส่วนตัวเครนที่ถล่มลงมาเป็นของบริษัทบางแสนมหานครสั่งปิดการจราจรช่องหลัก 24 ชม.นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าอุบัติเหตุโครงเหล็กติดตั้งสะพาน (Launching Gantry : LG) ร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม.30 ถนนพระราม 2 ว่า กรมทางหลวงปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายแก่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งปิดการจราจรช่องทางหลักทั้งขาเข้าและขาออกตลอด 24 ชั่วโมง ช่วง กม.30+000 ถึง กม.30+500 ให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้ทางคู่ขนานแทน มีเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสมุทรสาครและตำรวจทางหลวงคอยอำนวยความสะดวกตามจุดเบี่ยงต่างๆ ขณะเดียวกันนำรถเครนขนาด 550 ตันจำนวน 2 คัน พร้อมเครื่องจักรเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งยกโครงเหล็กติดตั้งสะพานที่มีน้ำหนักมากออกจากรถกระบะที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ภายในรถออกจากที่เกิดเหตุให้ได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งสั่งหยุดงานก่อสร้างในโครงการนี้ทันที เพื่อตรวจสอบสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย“พิพัฒน์” สั่งหยุดก่อสร้างทุกโครงการเวลา 11.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ พร้อมกับรับฟังการประเมินความเสี่ยงและแนวทางการนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาจากรถ จากนั้นนายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนและดูแลในส่วนของการรับเหมา ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก มีคำสั่งให้กรมทางหลวงหยุดการก่อสร้างในทุกโครงการ และขอตรวจสอบย้อนหลังแต่ละโครงการว่า ในความผิดพลาด 2 ครั้งในช่วงระยะเวลา 2 วันนี้เกิดจากอะไร แต่จุดนี้ก็ไม่น่าจะเกิดจากคนเพราะเป็นช่วงที่หยุดการก่อสร้างแล้ว เพราะทางยกระดับ M82 นั้นจะก่อสร้างตอนกลางคืน และหยุดทำงานในตอนกลางวัน ก่อนที่จะหยุดการทำงานตามเวลานั้นจะต้องมีการตรวจสอบแล้วว่าสิ่งที่ประกอบเข้าไปมีความแข็งแรง แต่ก็มาเกิดเหตุจนได้ ดังนั้นต้องหารายละเอียดของสาเหตุที่เกิดขึ้นออกมาให้ได้ถึงจะอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไปผู้รับเหมาต้องหาสาเหตุชี้แจงนายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการตรวจพิสูจน์เพื่อดำเนินการทางคดีนั้น ตอนนี้คงจะต้องทำการตรวจหาข้อเท็จจริงให้ละเอียดทั้งหมดก่อน เช่น ใครเป็นผู้ควบคุมงาน และหลังจากที่เสร็จงานเมื่อคืนนี้แล้ว มีการทดสอบความแข็งแกร่ง ปลอดภัย และความถูกต้องหรือไม่ แล้วอะไรที่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเครนถล่มลงมา ข้อมูลทั้งหมดนั้นทางอิตาเลียน ไทยในฐานะบริษัทผู้รับเหมาช่วงตอน 7 จะต้องไปหาข้อมูลเพื่อนำมาชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันทางกระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง โดยจะไม่รับฟังบริษัทผู้รับเหมาเด็ดขาด ต้องหาผู้เชี่ยวชาญ กลางมาทำการประเมินและวิเคราะห์จนนำไปสู่การชี้ชัดข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลที่ทางกระทรวงตรวจพิสูจน์ได้นั้นตรงกับข้อมูลที่ทางบริษัทประเมินมาหรือไม่ ส่วนเรื่องของการรื้อถอนซากและคืนพื้นผิวจราจรนั้น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หรือราวๆ 15 วันนำศพโชเฟอร์ตู้ทึบออกมาได้แล้วขณะที่ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พร้อมกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ประสานกับมูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างเดินหน้าในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากจุดเกิดเหตุ ดำเนินการตามแผนที่วางไว้คือ นำร่างของผู้เสียชีวิตในรถกระบะตู้ทึบ ทะเบียน 2 ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร ออกมาก่อน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนำร่างคนขับรถออกมาได้ ก่อนนำส่งแพทย์สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลสมุทรสาคร ยุติค้นหาผู้เสียชีวิตเครนทับรถไฟจากเหตุโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถไฟสายกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี บริเวณทางผ่านบ้านถนนคต หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา การปฏิบัติงานในพื้นที่ช่วงเช้าวันที่ 15 ม.ค. เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยนำเครนขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน เข้าดำเนินการตัดแยกและถอดโครงสร้างเหล็กของเครนยักษ์ที่พาดทับตู้โดยสารรถไฟเพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ทางราง ขณะเดียวกันศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครราชสีมารับรายงานสรุปจากทีมกู้ภัยว่าไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติมในจุดเกิดเหตุ ประกาศยุติการค้นหาในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ส่งมอบถุงบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ที่มีสภาพไหม้เกรียมจำนวน 10 ถุง ให้กับโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อรวบรวมพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลร่วมกับร่างผู้เสียชีวิตรายอื่น ส่วนการบริหารจัดการพื้นที่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯส่งมอบพื้นที่คืนให้การรถไฟแห่งประเทศ ไทยเพื่อซ่อมแซมทาง และส่งต่อหน้าที่ให้ศูนย์บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอสีคิ้ว (ศบก.อ.) เป็นผู้รับผิดชอบการอำนวยการ และฟื้นฟูเยียวยาสถานการณ์ต่อไปน.ส.ไก่ เผยว่า ลูกไปทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณที่ประเทศเกาหลีใต้ พบรักกับนายคิมยอง โฮ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ทั้งคู่เดินทางมาจดทะเบียนที่กรุงเทพฯ วันเกิดเหตุทั้งคู่นั่งรถไฟกลับบ้านที่ อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ กระทั่งทราบเหตุร้ายทั้งคู่เสียชีวิต ครอบครัวเสียใจมาก ลูกสาวเป็นเสาหลักของครอบครัว วอนภาครัฐช่วยเหลือแบล็กลิสต์ต้องรอคู่สัญญาชงนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ผู้รับเหมา ที่กระทำผิดสัญญาต่อหน่วยงานรัฐนั้น สามารถทำได้ภายใต้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข 6 ข้อ แต่วิธีการแบล็กลิสต์นั้นทางหน่วยงานเจ้าของสัญญาจะเป็นผู้พิจารณาว่า คู่สัญญานั้นผิดเงื่อนไขหรือละเมิดสัญญาในข้อใด จากนั้นจึงส่งเรื่องมาให้กรมบัญชีกลางพิจารณา แม้ว่ากระทรวงการคลังจะถือกฎหมายแต่ต้องตรวจสอบว่าคู่สัญญาละเมิดและผิดสัญญาหรือไม่นั้น จะต้องรอให้ทางหน่วยงานเจ้าของสัญญาเป็นผู้พิจารณา หากเห็นว่าคู่สัญญาไม่ทำตามสัญญาจะต้องส่งข้อมูลมาที่กรมบัญชีกลาง จากนั้นกรมจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างฯพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ที่ผ่านมาการขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์มีทุกเดือน ฉะนั้นกลไกนี้ยังมีอยู่ ผู้บริหารสัญญาเป็นหน่วยงานรัฐจะต้องรู้ดีว่าคู่สัญญาละเมิดหรือไม่เร่งคลอด “สมุดพกผู้รับเหมา”นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การจัดทำ “สมุดพกผู้รับเหมา” เพื่อควบคุมพฤติกรรม โดยเฉพาะผู้รับเหมาที่อยู่ในชั้นพิเศษ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค.69 รมว.คลังลงนามในกฎกระทรวง และวันที่ 13 ม.ค.69 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ภายในช่วงสิ้นเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือนหน้า กรมบัญชีกลางเตรียมเสนอคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ และคณะกรรมการราคากลาง เพื่อออกระเบียบและหลักเกณฑ์รายละเอียดเกี่ยวกับการตัดคะแนน และการเพิกถอนทะเบียนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนบังคับใช้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินหรือเป็นผลเสียต่อรัฐ ระบบคะแนนในสมุดพกจะเริ่มใช้กับโครงการใหม่ที่จะยื่นประมูล แต่สำหรับสัญญาก่อสร้างที่กำลังดำเนินการอยู่ (Ongoing) หากเกิดเหตุหลังจากระเบียบประกาศใช้ ก็สามารถใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาเพิกถอนทะเบียนได้ทันที“อนุทิน” เรียกถกด่วนเครนถล่มเวลา 15.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม โครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. และเครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ก่อนขึ้นสะพานท่าจีน พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ถล่มช่วงเช้าวันที่ 15 ม.ค. มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย อัยการสูงสุด ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ตัวแทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้นชี้ สตง.ต่อเนื่อง 2 เหตุสลด นายอนุทินกล่าวเปิดการประชุมว่า เหตุการณ์ เครนถล่มที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่น่าสลดใจ และน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้วพบว่าเป็นผู้รับจ้างรายเดียวกัน ตนไม่ได้เชิญประชุมเพื่อให้ออกมาตรการแก้กฎหมายออกกฎกระทรวงอย่างไร ยกตัวอย่างตึก สตง.ก็ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ไม่มีขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน กระทั่ง 2 เหตุการณ์ล่าสุด สื่อมวลชนและผู้สนใจตั้งคำถามว่า พวกเราทำอะไรกันอยู่ ตนโดนหนักเลยว่าทำไมเล่นงาน รฟท. ขอชี้แจงว่าเหตุเครนหล่นใส่รถไฟ รฟท.ต้องรับผิดชอบ เพราะผู้เสียชีวิตใช้บริการ รฟท. ยังไม่นับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้รับจ้าง แต่สิ่งที่ รฟท.หลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้ คือผู้โดยสารที่กำลังเดินทางโดยรถไฟแล้วไปประสบเหตุ ผู้รับเหมารับผิดต่อ รฟท.อยู่แล้ว แต่ รฟท.ต้องรับผิดต่อผู้ใช้บริการ ตนขอถามว่าจะดำเนินการกับ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้อย่างไร สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสั่งยกเลิก 2 สัญญาอิตาเลียนไทยต่อมาเวลา 17.00 น. นายอนุทินแถลงหลังการประชุมแก้ปัญหาเครนถล่มว่า วันนี้ประชุมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปว่าให้กระทรวงคมนาคมไปบอกยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมด มีข้อกำหนดอยู่ในกฎหมายอยู่แล้วโดยรายละเอียดกระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการต่อ และเหตุที่ยกเลิกสัญญาเพราะไม่ต้องการให้ 2 โครงการนี้เป็นอันตรายต่อไป ส่วนการขึ้นบัญชีดำซึ่งจะเป็นการสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา ทางอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้คำแนะนำมาเพื่อสร้างความมั่นใจต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เมื่อถามว่าสองกรณีที่เกิดขึ้นจะหมายรวมถึงการก่อสร้างตึก สตง.ที่ถล่มลงมาด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กรณีก่อสร้างตึก สตง.ผู้บริหารรับโทษไปแล้ว และที่ตนพูดถึงเรื่องตึก สตง.ในที่ประชุมเพราะเห็นว่าวันนี้ ตึกหายไปแล้วยังไม่ยกเลิกสัญญาจะไปส่งงวดงานที่ไหน ปรับแล้วหรือยัง เพราะสัญญาหมดไปตั้งแต่ ส.ค.68 ตรงนี้หากจะปรับ ปรับกี่วันเพราะไม่มีตึกแล้ว ตรงนี้ก็ต้องดำเนินการต่อจะลอยไปไม่ได้ และเชื่อว่า สตง.ก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกรณีที่เกิดขึ้น 3-4 ครั้งโดยผู้รับเหมารายเดียว รัฐคงต้องดำเนินการ เพราะไม่สบายใจให้ผู้รับเหมาแบบนี้ทำงานให้กับรัฐต่อไปต้องหาผู้รับเหมามารับงานต่อ เมื่อถามว่ากรณียกเลิกสัญญาโครงการที่เหลือต้องประมูลงานหาคนมาทำงานต่อในส่วนที่เหลือใช้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สมมติงานนี้เสร็จไปแล้ว 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% ก็ต้องหาคนทำงานต่อ หากมีความเสียหายเพิ่มมากขึ้นก็ต้องไปยึดจากประกันโครงการที่ทำไว้ และยังมีความรับผิดชอบหากรัฐต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติม สามารถสงวนสิทธิ์ไปเรียกร้องจากผู้ทิ้งงานหรือผู้รับจ้างรายเดิมได้ ส่วนกรณีสมุดพกผู้รับเหมาที่เพิ่งมีการบังคับใช้นั้น อธิบดีกรมบัญชีกลางรายงานว่า อยู่ระหว่างออกเป็นระเบียบบังคับใช้อยู่น่าจะเสร็จราวสิ้นเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ.นี้ปัดไม่เกี่ยวเอี่ยว บ.จีน เมื่อถามว่า มีการโจมตีพรรคภูมิใจไทย เรื่องการรับโครงการกับบริษัทจีน นายอนุทินกล่าวว่าไม่เกี่ยวอะไร เมื่อถามว่าคิดว่าเป็นการทําขึ้นมาเพื่อโจมตีทางการเมืองโดยเฉพาะใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า แน่นอนอยู่แล้ว เพราะการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอะไรก็แล้วแต่ ทําตามกฎระเบียบทุกอย่าง ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย แต่ทําโดยรัฐบาลไทย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางการเมือง อย่าได้พยายามเสียเวลา ไม่อย่างนั้นก็พูดสาดโคลนกันไป เมื่อถามว่าช่วงสุดสัปดาห์นี้ จำเป็นจะต้องชะลอการหาเสียงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ตนก็สั่งการทุกอย่างให้คนรับผิดชอบทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว การหาเสียงของตนไม่ได้มีการกำหนดตาราง มีอะไรสำคัญก็ต้องเอาเรื่องงานของประเทศไว้ก่อน“พิพัฒน์” ตั้ง กก.แยกสอบภายใน 7 วันขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวหลังการประชุมว่า วันที่ 16 ม.ค. จะเรียกประชุมตามคำสั่งการของนายกฯ และในการประชุมวันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชุด แยกชุดกันระหว่างเหตุการณ์ที่ อ.สีคิ้ว และพระราม 2 เพื่อหาข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน หลังจากนั้นต้องหาวิธีเลิกสัญญาส่วนของโครงการที่เหลืออีก 12-13 สัญญา ขอให้หยุดดำเนินการในช่วงนี้ และขอเอาวิศวกรรมสถาน และกระทรวงคมนาคม เข้าไปตรวจสอบจนกว่าจะมีความปลอดภัยที่แท้จริงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่