ใกล้วันลงคะแนนเลือกตั้ง และ ออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 8 ก.พ.2569 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่บรรยากาศบ้านเมืองกลับดูอึมครึม ไม่ยินดียินร้ายกับการเลือกตั้งหรือออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชาวบ้านทั่วไป คนทำงานหาเช้ากินค่ำ มนุษย์เงินเดือน แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง พูดตรงกัน คือ เบื่อการเมือง เบื่อนักการเมือง และ เบื่อที่จะต้องไปเลือกตั้ง ซ้ำซากโดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างจังหวัด มีโอกาสที่จะไม่ไปลงคะแนนเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลเดียวกันคือเบื่อการเมืองมีนักการเมืองเอาไว้ทำไมสอดคล้องกับทิศทางของโพลที่พบว่า มีผู้ที่ไม่ตัดสินใจว่าจะลงคะแนนให้พรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกฯเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการสำรวจ สมมติว่ามีคนเบื่อการเมืองมากๆและไม่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหรือลงคะแนนไม่ประสงค์จะเลือกใคร มากกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คงได้เห็นการเมืองไทยปฏิวัติกันครั้งใหญ่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งปี 2569 ตามระเบียบ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง คือเกิดวันที่ 8 ก.พ.2551 หรือเกิดก่อนหน้านั้น หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน คือต้องย้ายมาก่อนหรือภายในวันที่ 10 พ.ย.2568 ตามที่ กกต.ระบุมีอยู่ จำนวนประมาณ 53 ล้านคน จัดเตรียมบัตรสำรองทั้งการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเอาไว้กว่า 56 ล้านใบ จัดให้มีการลงคะแนนและออกเสียงประชามติไว้ในสถานกงสุลและสถานทูตต่างประเทศ 95 แห่ง การลงทะเบียนล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขต ในวันที่ 1 ก.พ.ที่จะถึงนี้ นอกเขต 424 แห่ง และในเขต 421 แห่ง ส่วนการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 8 ก.พ. มีประมาณ 1 แสนหน่วยเลือกตั้ง ใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติครั้งนี้ประมาณ 8.4 พันล้านบาทแม้แต่บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง การขึ้นเวทีดีเบตโชว์วิสัยทัศน์ของนักการเมืองปีนี้ก็ไม่คึกคัก นักการเมืองพรรคการเมืองเองก็เหมือนจะรู้ชะตากรรมทางการเมืองกันล่วงหน้า ว่าพรรคไหน คนไหน จะถูกล็อกตัวให้เป็นนายกฯคนต่อไป เป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาล เอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่ยุบสภาด้วยซ้ำไม่อย่างนั้นคงไม่มีนักการเมืองพรรคการเมืองย้ายพรรคกันระส่ำขนาดนี้สำนักโพล หรือสื่อสำนักต่างๆที่ไปสำรวจความเห็นของประชาชน จะเลือกพรรคไหน จะเลือกใครเป็นนายกฯบางครั้งก็ดูฝืนๆ เหมือนจะใช้กระแสโพลเป็นการชี้นำ ทั้งๆที่ความเป็นไปได้ไม่มีโอกาสขนาดนั้น เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา มีบางโพลออกมาชี้นำว่าชาวบ้านต้องการให้เป็นนายกฯมากที่สุดผลออกมาได้ สส.มาแค่ 25 คนในเมื่อประชาธิปไตยมีแค่ครึ่งใบ มีพรรคไหนบ้างที่กล้าประกาศว่าจะแลนด์สไลด์มีแต่ปากกล้าขาสั่นกันทั้งนั้น จนบัดนี้ยังไม่มั่นใจว่าจะได้เลือกตั้งหรือเปล่าด้วยซ้ำ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม