โพล พระปกเกล้า ที่เป็นสถาบันพัฒนาการเมืองไทย ระบุว่า ประชาชนกว่า 42.6% ไม่ค่อยพอใจ ผลงานรัฐบาล โดยเฉพาะ กลุ่มคนวัยทำงาน มีอายุระหว่าง 36-45 ปี อยู่ในระดับวิกฤติ ให้คะแนนพึงพอใจต่ำที่สุดแค่ร้อยละ 4 จากเหตุผลว่า ได้สัมผัสจากการดำรงชีวิตจริงของมนุษย์เงินเดือน รายจ่ายกับรายรับไม่สมดุลกันไม่อย่างนั้น หนี้ครัวเรือนคงไม่ท่วมหัวขนาดนี้ แต่คนภาคอีสานกลับยังพึงพอใจรัฐบาลมากที่สุดคนรุ่นใหม่ อยากฟัง วิสัยทัศน์ ของแกนนำพรรค แคนดิเดตนายกฯ ที่จะสะท้อนถึง ความมีภาวะผู้นำ ในอนาคต ปรากฏว่า คนรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 18-35 ปี จะเลือก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชนแน่นอน คนรุ่นนี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จาก 5 ล้าน เป็น 7 ล้าน เพิ่มขึ้นทุกปีตามจำนวนประชากร ทำให้ พรรคประชาชน มีโอกาสทางการเมืองมากขึ้นทุกปีเช่นกันคนที่มีอายุระหว่าง 36-55 ปี จะมองที่ความสามารถในการทำงานได้จริง จะขาวจะเทาไม่สำคัญเท่ากับ ผลประโยชน์ตอบแทนที่จะได้รับ มากน้อยแค่ไหน เพราะจะต้องรับผิดชอบกับครอบครัวและธุรกิจ ไม่ใช่ตัวคนเดียว เพราะฉะนั้นคนรุ่นนี้ก็จะเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล ส่วนรุ่นใหญ่ 56 ปีขึ้นไป รากฐานมั่นคง มีกินมีใช้กิจการอยู่ตัว เลือกที่มาตรฐานและประสบการณ์ ก็จะเลือก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า เป็นการสำรวจจากดัชนีความน่าเชื่อถือ ของคนแต่ละวัย จากโจทย์ที่ว่า ประชาธิปไตยต้องกินได้ด้วย ส่วนแคนดิเดตนายกฯพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่เสนอตัวมั่นใจว่าจะเป็นคู่ชิงเจ้าสนามเลือกตั้งครั้งนี้ แม้คะแนนความนิยมส่วนตัวจะดีในฐานะนักการเมืองหน้าใหม่ มีความรู้ดี เป็นสายวิชาการที่สะอาด แต่ด้วยสภาพแวดล้อมทางการเมือง มุมมองและนโยบายที่ถูกขีดเส้นให้อยู่ในกรอบการเมืองเดิมๆ นโยบายประชานิยมเดิมๆ สิ่งแวดล้อมเดิมๆ ก็เลยยังหาจุดเด่นของภาวะผู้นำไม่เจอ ถ้าพรรคปล่อยให้ยศชนันเป็นยศชนัน เหมือนที่อนุทินเป็นอนุทิน อภิสิทธิ์เป็นอภิสิทธิ์ ณัฐพงษ์เป็นณัฐพงษ์ ก็น่าจะได้เห็นอะไรดีๆบ้างผู้นำคนที่ 33 ไม่ใช่แค่จะสร้างความนิยมเฉพาะคนในประเทศแต่ต้องสร้างความนิยมนอกประเทศด้วย เพื่อให้หลุดจากกับดัก โลกล้อมประเทศ ปรัก โสคอนน์ รมต.ต่างประเทศกัมพูชาโพสต์ในระหว่างการประชุมร่วมกับ รมว.ต่างประเทศจีนและไทยที่มณฑลยูนนาน “พักสักครู่หลังจากประชุมทวิภาคีกับเพื่อนร่วมงานของผม ท่านหวัง อี้ มองออกไปเห็นทะเลสาบฟู่เจี้ยน ขอบฟ้าที่เงียบสงบทำให้เราตระหนักว่าสันติภาพเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน เคียงข้างกันด้วยความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน ความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่อสันติภาพและความปรองดอง” พร้อมโชว์ภาพหวานแหววคู่กับ รมต.ต่างประเทศจีน ที่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ยังคุยทับด้วยว่า จีนให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 2.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับรัฐบาลกัมพูชาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับไทย ที่กำลังถูกโดดเดี่ยว มีภาพลักษณ์เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก พับผ่า.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม