“ข้อกำหนด 8 ประการของคณะกรรม การกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน” แม้เป็นเพียงเอกสารความยาวเพียงกว่า 600 คำ แต่ได้กำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับคณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการปรับปรุงรูปแบบการทำงานและรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับประชาชน“จาง เจี้ยนเว่ย” เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย อธิบายต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ถึงเรื่องการเข้าใจหลักการบริหารของประเทศจีนในปัจจุบันผ่านข้อกำหนดดังกล่าว ซึ่งมีใจความสำคัญอยู่ 3 ประเด็นคือ 1.ปรับปรุงรูปแบบการทำงาน ผู้บริหารระดับสูงควรลงพื้นที่ตรวจงานในระดับรากหญ้า ดำเนินการสำรวจและศึกษาดูงาน เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง 2.ต่อต้านความฟุ่มเฟือยและการสิ้นเปลือง ควบคุมการใช้จ่ายเงินของรัฐอย่างเข้มงวด ทั้งค่าอาหาร ยานพาหนะของทางราชการ และการเดินทางไปต่างประเทศของทางราชการ และกำหนดให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติงานด้วยความขยันหมั่นเพียรและประหยัดมัธยัสถ์และ 3.รักษาความสัมพันธ์อันดีกับประชาชน ตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาชนอย่างแข็งขัน และรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งสำคัญในการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงได้คือการปฏิวัติตนเอง กล้าเผชิญหน้ากับข้อบกพร่องอย่างตรงไปตรงมา ยึดมั่นในแนวทางการมุ่งเน้นที่ปัญหา และให้ความสำคัญกับการแก้ไขและปรับปรุงปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม จัดกิจกรรมการศึกษาแบบเข้มข้นและดำเนินการแก้ไขเฉพาะด้านอย่างเป็นระบบ ยึดมั่นในหลักการที่ต้องจัดการกับจิตวิญญาณของพรรค การประพฤติของพรรค และวินัยของพรรคไปพร้อมๆ กัน โดยบูรณาการการแก้ไขความประพฤติ การบังคับใช้ระเบียบวินัย และความพยายามต่อต้านการทุจริตเอกอัครราชทูตจีนยังกล่าวว่า ในสมัยนั้นมีเพียงไม่กี่คนที่จะเชื่อว่า ข้อกำหนดเช่นนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมจีนได้ ข้อกำหนด 8 ประการถูกนำไปปฏิบัติอย่างแท้จริงในพรรคที่มีสมาชิกกว่า 100 ล้านคนได้อย่างไร เราสามารถพิจารณาได้จากหลายแง่มุมประการแรก การนำโดยการเป็นแบบอย่างจากบนลงล่าง คำพูดและการกระทำของผู้นำและเจ้าหน้าที่มีบทบาทเสมือนเข็มทิศชี้ทิศทางต่อพรรคและสังคมโดยรวม นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้บูรณาการข้อกำหนด 8 ประการเข้ากับทุกขั้นตอนของการตรวจราชการภายในประเทศและการเยือนต่างประเทศ โดยสร้างแบบอย่างให้แก่พรรคทั้งมวลผ่านการกระทำของตนเอง ผู้นำและเจ้าหน้าที่ในทุกระดับต่างเข้มงวดกับตนเองมากขึ้น สร้างแรงผลักดันอันทรงพลังในการสร้างและปรับปรุงวินัยและจริยธรรมจากบนลงล่างประการที่สอง แนวทางที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง อนาคตและชะตากรรมของพรรคการเมืองและระบอบการปกครองนั้นขึ้นอยู่กับการได้รับหรือสูญเสียความนิยมเชื่อถือจากประชาชนในที่สุด การเริ่มต้นจากผลประโยชน์ของประชาชนเท่านั้นที่จะทำให้ได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากประชาชนประการที่สาม คือจิตวิญญาณแห่ง “การตอกตะปู” การตอกตะปูที่ต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง ตอกทีละครั้ง การทำงานก็เป็นเช่นนี้ ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ข้อกำหนด 8 ประการ ข้อกำหนดนี้ได้รับการบังคับใช้และนำไปปฏิบัติสม่ำเสมอ โดยมีการกำหนดใหม่ๆ ขึ้นในการประชุมพรรคที่สำคัญเกือบทุกครั้ง ข้อกำหนดถูกผนวกเข้ากับหลักจรรยาบรรณสำหรับการดำเนินชีวิตภายในพรรค หลักจรรยาบรรณว่าด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและวินัยในตนเองของพรรค รวมไปถึงกฎระเบียบว่าด้วยการลงโทษทางวินัยของพรรคประการที่สี่ “การย้ายท่อนไม้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ” ในสมัยโบราณของจีน ก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมายใหม่ นักปฏิรูปคนหนึ่งชื่อซางยาง ได้ตั้งท่อนไม้ขนาดใหญ่ไว้ที่ประตูเมือง พร้อมสัญญาว่าจะให้รางวัลมากมายแก่ใครก็ตามที่สามารถย้ายท่อนไม้นั้นไปยังประตูทางทิศเหนือได้ ในตอนแรกไม่มีใครเชื่อ จนกระทั่งมีคนลองทำและได้รับรางวัลจริงๆ ข้อกำหนด 8 ประการเป็นแนวทางการย้ายท่อนไม้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในยุคใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่พูดต้องเป็นที่เชื่อถือได้ และคำมั่นสัญญาต้องได้รับปฏิบัติจริงทุกประเทศต้องค้นหาเส้นทางการพัฒนาของตนเองที่มีต้นกำเนิดจากประเพณีทางวัฒนธรรม สภาพการณ์ของชาติ และความปรารถนาของประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยทรงส่งเสริมการปกครองเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ส่งเสริมธรรมาภิบาลและการบริหารที่ดี นำภูมิปัญญาอันยาวนานของไทยในการปกครองประเทศ รัฐบาลและพรรคการเมืองไทยก็ได้ค้นหาวิธีปฏิบัติที่ดีเพื่อมีรัฐบาลที่โปร่งใสและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน จีนยินดีที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการปกครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองประเทศ.วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม