ศปถ.สรุป 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ เข้าวันที่สองยอดตายพุ่ง 86 ศพ บาดเจ็บ 452 คน เกิดอุบัติเหตุ 469 ครั้ง สาเหตุหลัก ยังขับรถเร็วกับดื่มแล้วขับ กำชับทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ตั้งจุดตรวจตามถนนสายรองระหว่างหมู่บ้านและอำเภอ เน้นด่านชุมชนปฏิบัติการเชิงรุกกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงช่วงเวลาอันตราย เผยยอดจับกุมฝ่าฝืนกฎจราจร 10 ข้อหาหลัก ยอดพุ่งทะลุกว่า 1.5 แสนราย คืนเคาต์ดาวน์นองเลือดเกิดอุบัติเหตุสังเวยเมาขับหลายศพ ทั้งหนุ่มเมาขับปาเจโร่ย้อนศรขยี้ จยย.คู่รักดับ 2 ศพ สาวเมาควบเก๋งชนท้าย จยย.นศ.หนุ่มตกบ่อน้ำ 1 ศพ และสาวซิ่ง จยย.ซ้อนสามชนเสาไฟร่วงตกคูน้ำตายหมู่ 3 ศพที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 1 ม.ค. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรม ปภ. เลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 31 ธ.ค.68 วันที่สองของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 271 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 262 คน ผู้เสียชีวิต 53 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 40.96 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.31 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถ จยย. ร้อยละ 74.44 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 82.29 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.48 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.47 ช่วงเวลาที่เกิด อุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 18.01-21.00 น. จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เพชรบุรี (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พะเยา และสุราษฎร์ธานี (จังหวัดละ 12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และสุพรรณบุรี (จังหวัดละ 4 ราย)สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (30-31 ธ.ค.68) เกิดอุบัติเหตุรวม 469 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 452 คน ผู้เสียชีวิตรวม 86 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เพชรบุรี (19 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (20 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา ปทุมธานี และสุพรรณบุรี (จังหวัดละ 5 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 36 จังหวัดนายธีรพัฒน์กล่าวต่อไปว่า วันที่ 1 ม.ค.69 ยังอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ประชาชนบางส่วนยังเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่างๆในพื้นที่ ทำให้เส้นทางหลักและเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.ได้ประสานจังหวัด อำเภอ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องในเส้นทางสายต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและอำเภอ คุมเข้มผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทั้งขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย โดยเฉพาะการไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขี่รถ จยย. จากข้อมูลสถิติเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 พบว่า พฤติกรรมการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง รวมถึงประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากขับรถเร็วและง่วงหลับในอธิบดี ปภ.เผยด้วยว่า ศปถ.กำชับให้กวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและดื่มแล้วขับบนเส้นทางสายหลักและสายรองในช่วงเวลามีสถิติอุบัติเหตุสูง เน้นย้ำให้ด่านชุมชนปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถ จยย.ให้สวมหมวกนิรภัย ไม่ขับขี่ด้วยความคึกคะนองและเสี่ยงอันตราย รวมถึงเตรียมความพร้อมการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ อย่างไรก็ตามคาดว่าวันที่ 1 ม.ค. จะมีประชาชนบางส่วนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับ ขอฝากพี่น้องประชาชนขอให้เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยความไม่ประมาทและเพิ่มความระมัดระวังอุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเหตุอัคคีภัย ตลอดจนดูแลสภาพร่างกายให้พร้อมในการขับขี่ ง่วงไม่ขับ และไม่ขับรถเร็ว เพื่อให้การเริ่มต้น ปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เผยว่า วันนี้ยังคงมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายเส้นทางมีปริมาณการจราจรหนาแน่นเป็นช่วงๆ จัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย จากผลการปฏิบัติในวันที่ 31 ธ.ค. เป็นวันที่สองของการรณรงค์ช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น พบการบังคับใช้กฎหมายจราจรใน 10 ข้อหาหลัก 79,726 ราย รวม 2 วัน จำนวน 157,624 ราย สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตำรวจยังคงติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในจุดเสี่ยง จุดตัด และเส้นทางสายหลักที่มีปริมาณรถมาก รวมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มข้นในการบริหารจัดการจราจรและดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันหยุดยาวด้าน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำวันที่ 31 ธ.ค.68 วันที่สองของมาตรการควบคุมเข้มงวดว่า มีคดีเข้าสู่ระบบรวมทั้งสิ้น 1,150 คดี แยกเป็นขับรถขณะเมาสุรา 1,093 คดี คิดเป็นร้อยละ 95.04 ขับเสพ 56 คดี ขับซิ่ง 1 คดี ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 2 วันตั้งแต่ 30-31 ธ.ค.68 รวมทั้งสิ้น 1,473 คดี แบ่งเป็นขับรถขณะเมาสุรา 1,366 คดี คิดเป็นร้อยละ 92.74 ขับรถประมาท 4 คดี ขับเสพ 102 คดี ขับซิ่ง 102 คดี เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,255 คดี พบว่าปีนี้ลดลง 162 คดี จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นนทบุรี 174 คดี กรุงเทพฯ 131 คดี และสมุทรปราการ 127 คดีเกิดอุบัติเหตุสยองในคืนเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หลายราย รายแรกเมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 1 ม.ค. ร.ต.อ.ประกาศ นามเขต รอง สว. (สอบสวน) สภ.จตุรพักตร์พิมาน จ.ร้อยเอ็ด พร้อมกู้ภัยอโสกจตุรพักตร์พิมาน ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถมิตซูบิชิปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน กม4466 ร้อยเอ็ด พุ่งชนประสานงากับรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1กษ2122 ร้อยเอ็ด บนถนนสายร้อยเอ็ด-จตุรพักตรพิมาน บ้านอ้น ต.หัวช้าง สภาพรถ จยย.พังยับ พบร่างผู้บาดเจ็บ 2 คนเป็นชายหญิงวัยรุ่นนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ทราบชื่อคนเดียวคือ น.ส.ชลธิชา บุญดก อายุ 20 ปี คนซ้อนท้าย ส่วนคนขี่เป็นชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 19 ปี กู้ภัยช่วยปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง รพ.จตุรพักตร์พิมาน แต่ทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาต่อมาสอบสวนทราบว่า ผู้ตายทั้งสองเป็นคู่รักกัน ขี่รถ จยย.กลับจากงานเคาต์ดาวน์ที่หอโหวด อ.เมืองร้อยเอ็ด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถปาเจโร่คู่กรณีขับย้อนศรสวนทางเข้ามาพุ่งชนประสานงาอย่างจังจนร่างกระเด็นเสียชีวิตทั้งคู่ ตำรวจนำตัวชายคนขับรถปาเจโร่ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกฎหมายกำหนด ควบคุมตัวดำเนินคดีเมาแล้วขับและขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตรายต่อมาเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.นภนต์ ทองรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถ จยย.แล้วเสียหลักตกบ่อน้ำทั้ง 2 คัน ใกล้วัดบางบัว ถนนพลาสิน (เลียบคลองบางบัว) แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. พบรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีดำ ทะเบียน ขค8054 เชียงราย สภาพหน้ารถพังยับ และรถ จยย.เวสป้า สีเทา ทะเบียน 3ขฬ3892 กรุงเทพมหานคร ท้ายรถพังยับ ตกอยู่ในน้ำ มีศพนายปติเทพ นาคบรรพตกุล อายุ 19 ปีคนขี่รถ จยย.เป็นนักศึกษาปี 1 ม.ศรีปทุม เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำ นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บเป็นหญิงสาว 2 คนที่นั่งมาในรถเก๋ง ทราบชื่อ น.ส.มาลี ก๊อคือ อายุ 28 ปี คนขับ และ น.ส.สุคนธา บุญเรือง อายุ 30 ปี เพื่อนที่มาด้วยกัน ทั้งคู่เสื้อผ้าเปียกน้ำ มีกลิ่นเหล้าหึ่ง หนีออกมาจากรถได้ทันก่อนที่รถจะจมน้ำ เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.เปาโลเกษตรสอบถาม น.ส.มาลีคนขับรถเก๋งเผยว่าไปสังสรรค์ฉลองเคาต์ดาวน์ที่สถานบันเทิงย่านวังหิน ขับรถมุ่งหน้ากลับที่พักย่านรามอินทรา ไม่ทราบเส้นทาง เปิดกูเกิลแม็ปนำทางมาถนนสายดังกล่าว ขณะขับด้วยความเร็วปกติมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้ง รู้สึกรถไปกระแทกอะไรเต็มแรงก่อนจะเสียหลักพุ่งเหินตกบ่อน้ำ ตนกับเพื่อนที่มาด้วยกันรีบทุบกระจกรถแตก หนีออกมาได้ทัน ยืนยันว่ามองไม่เห็นรถ จยย.จริงๆ ต่อมาตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายคนขับพบว่าสูงถึง 210 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ คุมตัวดำเนินคดีข้อหาเมาขับและขับรถประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตอีกรายเวลา 09.00 น. ร.ต.ท.อภิเดช อินต๊ะคำ รอง สว. (สอบสวน) สน.สุวินทวงศ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ พฐ. แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถ จยย.ชนเสาไฟตกคูน้ำข้างทาง ริมถนนสุวินทวงศ์ ขาเข้า หน้าศูนย์กีฬา FBT แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. เหตุเกิดช่วงเช้ามืดแต่เพิ่งมีคนผ่านมาพบตอนเช้า ในคูน้ำพบรถ จยย.ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 8 กผ 1282 กรุงเทพมหานคร จมอยู่ในน้ำ มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ประกอบด้วย น.ส.อนัญา สมศรี อายุ 25 ปี น.ส.สุภาวดี เล็กใจชื่อ อายุ 29 ปี และ น.ส.รัตนการ หาญรักษ์ อายุ 15 ปีสอบถามนายวิทยา สุวรรณวงศ์ อายุ 27 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.อนัญา หนึ่งในผู้เสียชีวิต เผยว่า แฟนสาวไปกินเลี้ยงปีใหม่ที่บ้านเพื่อนย่านวัดขวัญสะอาด หมู่ 9 ต.คลองอุดมชลจร อ.เมืองฉะเชิงเทรา แล้วจะกลับบ้านในซอยอยู่วิทยา 11 เขตหนองจอก กทม. แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมเพื่อนรวม 3 ศพ เบื้องต้นตำรวจคาดว่า ขณะผู้ตายขี่รถ จยย.ซ้อนสามมาถึงที่เกิดเหตุ เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางก่อนล้มกลิ้งตกลงไปในคูน้ำข้างทาง ด้วยอาการบาดเจ็บจากการชน หรืออาการมึนเมาสุราทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ประกอบกับเป็นช่วงเช้ามืดที่รถผ่านค่อนข้างน้อยจึงไม่มีใครพบเห็นช่วยเหลือทำให้ทั้ง 3 คนจมน้ำเสียชีวิตส่วนความคืบหน้าอุบัติเหตุรถกระบะกลุ่มคนงานโรงกระดาษชาวเมียนมาเดินทางจาก จ.ชลบุรี จะไปเที่ยวปีใหม่ จ.เพชรบูรณ์ เกิดเสียหลักพุ่งตกคลองรังสิตประยูรศักดิ์ (คลอง 13) ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค. มีผู้รอดชีวิต 7 คน จมน้ำเสียชีวิต 6 ศพ พบร่างแล้ว 4 ศพ อีก 2 ศพยังสูญหาย ล่าสุดพบร่างทั้งสองแล้วเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 1 ม.ค. ทราบชื่อ น.ส.พิวพิว ฮิน เว ศพลอยห่างจากจุดเกิดเหตุ 9.5 กม. และนายซิง โก เพียว ศพลอยห่างจากจุดเกิดเหตุ 2 กม. ด้าน พ.ต.อ.จรินทร์ อธิปธานนท์ ผกก.สภ.ธัญบุรี กล่าวว่า สาเหตุเกิดจากคนขับไม่ทราบเส้นทาง เปิดจีพีเอสนำทางวิ่งมาตามถนนที่เกิดเหตุ ด้วยความไม่ชำนาญเส้นทางประกอบกับถนนมืด คนขับมองทิศทางของถนนที่เป็นแนวทางโค้งขวา ประกอบกับวิ่งมาด้วยความเร็วทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ พุ่งตรงไปชนแนวสันคลองระบายน้ำและแนวปูนกั้นท่อระบายน้ำก่อนจะตกลงไปในคลองเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่