นายกฯ “อนุทิน” บินด่วนแก้ปัญหามหาอุทกภัยหาดใหญ่ จ.สงขลา รอบ 3 พร้อมปักหลักอยู่ยาวจนกว่าน้ำจะลด รับกดดันหลังชาวบ้านบ่นทนอยู่กับน้ำมากว่า 5 วัน ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่วิกฤติหนัก เจ้าหน้าที่และกู้ภัยระดมช่วยคนติดค้างเพียบ รพ.หาดใหญ่ป่วนขาดออกซิเจน ทหารต้องนำถังขึ้น ฮ.ส่งไปช่วย สธ.เร่งย้ายผู้ป่วยหนีน้ำ เผยหาดใหญ่ สังเวยน้ำแล้ว 14 ศพ เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยวิกฤติ ล่าสุดเด้ง นอภ.หาดใหญ่ ส่วนหลายจังหวัดภาคใต้ หนักไม่แพ้กัน ตรังน้ำป่าทะลักท่วมเทศบาลย่านตาขาวอุทกภัยภาคใต้ตอนล่างขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลายเป็นมหาวิปโยครุนแรงที่สุด สร้างความหายนะให้กับบ้านเรือน ร้านค้า ห้าง โรงพยาบาล และสถานที่ราชการจมมิดใต้บาดาลแทบราพณาสูร ขณะที่หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่แก้ปัญหาล่าช้า ปล่อยประชาชนติดค้างตามจุดต่างๆตามยถากรรม ยังมีผู้ประสบภัยรอความช่วยเหลืออีกจำนวนมากรพ.หาดใหญ่วุ่นขาดออกซิเจนสถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 26 พ.ย. มีรายงานว่าภายหลังโรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกน้ำไหลทะลักเข้าท่วมอย่างหนักเกิดปัญหาถังออกซิเจนใกล้หมดต้องขอสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ด่วน ขณะที่พยาบาล รพ.หาดใหญ่ โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ Piyanoot Onkliang ระบุว่า “สิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานเป็นพยาบาลอย่างเรา เมื่อน้ำท่วมสูงจนเข้าเครื่องปั่นไฟ ทำให้ ICU ไฟฟ้าดับ 5 ชม. ทุกชีวิตในมือ 22 เตียงที่อัดแน่นอยู่ใน ICU ล้วนต้องใช้เครื่องช่วยหาย ใจ และไฟฟ้า และ oxygen ใน รพ.อยู่พอแค่ 4 วัน วิกฤติไม่มีออกซิเจน-เครื่องช่วยหายใจ ก๊อกสุดท้ายเราใช้มันหมดแล้วเมื่อวาน ตอนนี้ไม่มี Oxygen ใช้กับเครื่องช่วยหายใจแล้ว บุคลากรแต่ละคนล้ากันหมดแล้วทั้งกายและจิตใจ เราเสียใจคนไข้เราเราก็รักของเรา”ทหารรีบส่งไปช่วยผู้ป่วยวิกฤติช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ กองทัพภาคที่ 4 ได้เร่งลำเลียงถังออกซิเจนพร้อมอาหารและน้ำดื่มไปโรงพยาบาลหาดใหญ่โดยด่วน หลังได้รับการประสานโรงพยาบาลขาดถังออกซิเจนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤติ ด้วยมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้การรักษาพยาบาลดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้กองทัพภาค 4 ได้ระดมกำลังและอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ เพื่อลำเลียงอาหารและน้ำดื่มเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนมีคนสังเวยน้ำท่วมแล้ว 14 ศพขณะเดียวกันโรงพยาบาลหาดใหญ่ชี้แจงกรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมระบุว่าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 22.50 น. ทางโรงพยาบาลมีศพผู้ป่วยที่ฝากแช่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลก่อนน้ำท่วมจำนวน 27 ศพ ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตขณะเกิดน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2568 มี 14 ศพ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยวิกฤติ เป็นอัตราตายเทียบเท่าภาวะปกติโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ขณะนี้มีศพที่โรงพยาบาลเก็บรักษาทั้งสิ้น 41 ศพ ทางโรงพยาบาลเก็บรักษาศพเหล่านี้ในห้องแช่เย็นอย่างดี ด้วยหัวใจชาวโรงพยาบาลหาดใหญ่เร่งอพยพคนแก่-ผู้ป่วยติดเตียงขณะที่ภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ยังติดค้างตามบ้านเรือนและอาคารต่างๆอีกจำนวนมาก ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และกู้ภัยต่างๆได้ระดมกำลังเรือและอุปกรณ์กู้ชีพตระเวนช่วยเหลือประชาชนตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ติดปัญหาหลายพื้นที่น้ำยังท่วมสูงและไหลแรง ทำให้ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ ส่วนการช่วยเหลือยังคงเน้นไปที่เด็ก คนชรา และผู้ป่วยเป็นอันดับแรก วันนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมิตรภาพสามัคคีช่วยหญิงท้อง 9 เดือนใกล้คลอดที่น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และอีกรายผู้ป่วยติดเตียงย่านถนนศุภสารรังสรรค์ นำส่ง รพ.สงขลานครินทร์ อย่างปลอดภัยกองบินตำรวจบินช่วยเด็กทารกขณะที่กองบินตำรวจได้ปฏิบัติภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนำ ฮ.เบลล์ 429 หมายเลข 3203 บินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ เข้าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติติดเตียงจำนวน 4 ราย ผู้ป่วยอาการหนัก 3 ราย และเด็กทารกอีก 12 ราย ที่ต้องผจญกับสถานการณ์น้ำไหลท่วมบ้านอย่างหนัก เบื้องต้นนักบินนำผู้ป่วยและเด็กทารกไปลงที่สนามเฮลิคอปเตอร์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ภายใต้การดูแลของแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด ก่อนเคลื่อนย้ายเด็กและผู้ป่วยทั้งหมดไป รพ.สงขลา (เกาะยอ)ทหารย้ายผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวทหารชุดปฏิบัติการบินทหารบก กองกำลังเทพสตรี (ชปบ.ทบ.กกล.เทพสตรี) อ.ทุ่งสง จ.นครศรี ธรรมราช ที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ รวมถึงภารกิจสนับสนุนการแพทย์ฉุกเฉินได้รับประสานจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ ขอความช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศจากโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ หลังจากผู้ป่วยหญิงสูงอายุรายนี้มีอาการภาวะหัวใจล้มเหลว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์กู้ภัยฝ่าน้ำท่วมสูงเสมอสายไฟด้านทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิร่วมกตัญญู นำโดย บิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยคนติดอยู่ในบ้านในชุมชนคุรุสภาซอย 1 และ 2 หมู่ 1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยวและท่วมสูงถึงสายไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 5 เมตร ส่วนชุมชนซอย 2 สาหัสไม่แพ้กันระดับน้ำสูงถึงหม้อแปลงขนาดใหญ่บนเสาไฟฟ้าสูง 3-4 เมตร ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถอยู่ในบ้านได้ เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ อีกทั้งหวาดกลัว เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ในยามค่ำคืนมืดมากและแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือก็หมดลากเรือลุยน้ำเก็บศพพ่อไปวัดส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “หัตถะ หัตถธรรมนูญ” โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “ไม่มีเรือเข้ามา ผมยืมเรือเพื่อนผม และผมเอาออกมาจากบ้านเอง ป๊าาาา จะไม่โดดเดี่ยว” โดยในภาพมีชายคนหนึ่งกำลังลากจูงเรือที่บรรทุกศพคุณพ่อมีผ้าห่มสีชมพูคลุมร่าง เดินฝ่าสายน้ำที่สูงระดับเหนือเข่า เพื่อนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า นายหัตถะ หรือโดม หัตถธรรมนูญ เป็นเจ้าของร้านขายคอมพิวเตอร์ชื่อ “ดี.พี.คอมพิวเตอร์” มี 2 สาขาคือ สาขา 1 เลียบทางรถไฟบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ และสาขา 2 ตรงข้าม รพ.ราษฎร์ยินดี ซึ่งถูกน้ำท่วมชั้น 1 ทั้ง 2 สาขาเสียหายอย่างหนัก ซ้ำร้ายยังต้องมาสูญเสียคุณพ่อที่นอนเสียชีวิตอยู่ในบ้านพักซึ่งถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือได้ จนนายหัตถะต้องยืมเรือเพื่อนนำศพคุณพ่อลงเรือลากฝ่าน้ำท่วมไปตั้งสวดที่วัด ส่วนอีก 1 โพสต์ที่นายหัตถะโพสต์ระบายความรู้สึกโกรธที่ถูกธนาคารต่างๆโทร.มาเร่งรัดการชำระหนี้ ทั้งๆที่ร้านและครอบครัวเขากำลังประสบมหาอุทกภัยอยู่ และประกาศว่าพร้อมที่จะล้มละลายแล้วฝ่าน้ำเชี่ยวช่วยเด็กวัย 1 เดือน อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ จ.นครศรี ธรรมราช ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นำเรือกู้ภัยตระเวนอพยพประชาชนที่ติดค้างอยู่ตามหมู่บ้านและถนนสายต่างๆในตัวเมืองหาดใหญ่ การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบากและทุลักทุเล เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากตลอดเวลา อีกทั้งฝนตกหนักลงมาไม่หยุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปพบกลุ่มชาวบ้านที่ร้องความช่วยเหลือให้นำเด็กทารกแรกเกิดวัย 1 เดือนเศษและผู้หญิงออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยน้ำสูงงดรับส่งสนามบินรอบเช้าในส่วนของท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ที่ถูกน้ำล้อมรอบและเพิ่มสูงขึ้น ท่าอากาศยาน นานาชาติหาดใหญ่ แจ้งว่าช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย.ไม่สามารถให้บริการผู้โดยสารที่เดินทางมายังสนามบินได้ เนื่องจากขณะนี้รถรับส่งที่เดินทางยังสนามบินจากหน่วยสนับสนุนต่างๆไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว จากปัญหาระดับน้ำโดยรอบสูงขึ้นทุกเส้นทาง และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ขณะที่แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 แจ้งเนื่องจากน้ำยังท่วมสูง รถรับ-ส่งผู้โดยสารไปสนามบินยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ของดให้บริการรอบเช้าผงะเจอศพลอยขึ้นอืดติดบ้านขณะที่ทีมตอบโต้ภัยพิบัติมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาร่วมกับทีมตอบโต้ภัยพิบัติสัตหีบ จ.ชลบุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ ขณะนำเรือตระเวนช่วยบริเวณริมคลอง ร.5 ต.คอหงส์ รับแจ้งจากชาวบ้านมีผู้เสียชีวิตลอยน้ำมาติดบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านช่วยเก็บศพไว้ 2-3 วันแล้ว อยากให้กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ตรวจสอบผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 35-40 ปี สภาพขึ้นอืด เบื้องต้นไม่พบเอกสารหลักฐานว่าเป็นใครรอบนอกอ่วม-คนอดอยากอื้อส่วนสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่รอบนอก อ.หาดใหญ่ เช่น ย่านพาสว่าง วัดคอหงส์ สุธาทิพย์ซอย 1-5 ควนลัง คลองแห คลองหวะ และอีกหลายจุด ประชาชานที่ติดค้างงอยู่ตามบ้านและออกมาไม่ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือด่วน เนื่องจากขาดอาหารและน้ำดื่มที่ตุนไว้ประทังชีวิตหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีคนติดค้างตามคอนโดมิเนียมและอาคารจะคอยตะโกนถามคนบนรถบรรทุกและเรือ เพื่อขอแบ่งปันน้ำและอาหาร หากไม่มีก็จะร้องขอให้ช่วยแจ้งไปยังหน่วยงานและกู้ภัยให้นำเข้าไปแจกด้วย เพราะไม่มีน้ำและอาหารจะกินแล้ว บางคนติดอยู่บนดาดฟ้านำผ้าออกมาโบกเฮลิคอปเตอร์ของทหารบินผ่านเพื่อขอความช่วยเหลือ“อนุทิน” ลงพื้นที่หาดใหญ่รอบ 3เวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นำคณะพร้อมทีมกู้ชีพสิ่งของอุปโภคบริโภคและเจ็ตสกีใส่เครื่องบิน C130 เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ เป็นรอบที่ 3 ตามกำหนดการเมื่อถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่จะประชุมติดตามและบัญชาการสถานการณ์อุทกภัย ก่อนลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงครัวพระราชทานและครัวสนาม จากนั้นนายกฯเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่อาคารศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย ก่อนลงพื้นที่น้ำท่วมชุมชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ปักหลักอยู่ยาวจนกว่าน้ำจะลดกระทั่งเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ จากนั้นเวลา 10.00 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์จากกองบิน 56 จ.สงขลา ไปที่ห้องประชุมเสนาณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 โดยมีทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเพื่อติดตามสถานการณ์และการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ นายกฯกล่าวในที่ประชุมว่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากไม่มีเหตุจำเป็นอื่นจะไม่บินกลับโดยเด็ดขาดฟ้องนายกฯ ปภ.ไม่จอดรถช่วยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายอนุทิน นายกฯพร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำบริเวณสะพานข้ามคลองชลประทานบ้านบางแฟบพัฒนา ต.ควนลัง มีประชาชนบางส่วนเข้ามาร้องเรียนว่าพยายามโบกรถขอความช่วยเหลือจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) 2 คัน แต่ไม่มีใครจอด จนวันนี้นายกฯมาลงพื้นที่หาดใหญ่ถึงจะจอดเจอประชาชน ทำให้นายกฯหันไปสั่งการผู้ว่าฯสงขลา ก่อนจะพูดคุยกับประชาชนและมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และกล่าวให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัยนั่งรถทหารดูน้ำรอบตัวเมืองต่อมาเวลา 13.30 น. นายอนุทินนั่งรถทหารตระเวนดูพื้นที่โดยรอบ พร้อมแจกข้าวกล่องให้กับประชาชนตั้งแต่บริเวณสะพานโคกพระ ก่อนเดินทางต่อไปที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ และไปเยี่ยมทักทายประชาชนที่เข้ามาพักในศูนย์พักพิง นายอนุทิน เปิดเผยว่า ที่หลายฝ่ายมองว่าล่าช้านั้น ตอนนี้เราดูแลคนหลายหมื่นคน มีศูนย์พักพิงและศูนย์อพยพอยู่ตามชุมชนต่างๆ วันนี้นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา สั่งการและดูแลพื้นที่ งบประมาณมี เพราะได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยใช้เงินได้เลย ที่ลงมาพบกับ พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างสั่งการภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ดำเนินการทุกอย่างทันที ผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ พล.อ.อุกฤษฎ์ รัฐบาลมอบอำนาจให้ และให้การสนับสนุนทุกอย่างจะออกมาตรการช่วยใต้เฉพาะนายอนุทินกล่าวยอมรับว่า กดดันมากๆและเป็นห่วงประชาชน หลังมีเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่อดทนมานานกว่า 5 วันแล้ว เมื่อถามถึงเงินเยียวยาครอบครัวละ 9,000 บาท ที่อาจจะไม่เพียงพอ นายอนุทินกล่าวว่า เราทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ในขณะนี้ เมื่อตนกลับไปก็จะเร่งเรียกประชุมด่วนสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้โดยเฉพาะ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู เพราะตอนนี้ความเสียหายเยอะมาก เมื่อถามว่าผู้ป่วยตามโรงพยาบาล น่าเป็นห่วงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ทยอยลำเลียงผู้ป่วยไอซียูและผู้ป่วยที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ลำเลียงมาที่ รพ.สงขลานครินทร์ และ รพ.สงขลา ส่วน รพ.หาดใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟู ส่วนที่มีแพทย์และพยาบาลโพสต์ว่าขาดอาหารและขาดออกซิเจนจะช่วยอย่างไรนั้น ตอนนี้ลำเลียงผู้ป่วยทั้งหมดไปที่โรงพยาบาลที่ให้บริการได้ เพราะน้ำเข้ามาท่วม เมื่อท่วมก็ท่วมห้องเครื่องต่างๆด้วยจะไปๆมาๆ-ทำทุกอย่างดีที่สุดเมื่อถามถึงกรณีที่ประกาศในห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยว่าจะไม่กลับจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นายอนุทินกล่าวว่า จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อบัญชาการทุกอย่างร่วมกัน มีผู้บัญชาการทหารสูงสุด บัญชาการในพื้นที่ ส่วนตนจะไปๆมาๆเพราะศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.ฉก.) อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้ปริมาณฝนลดลงแล้ว แต่ยังตกทั้งวัน ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีหลายคนวิจารณ์ว่า รัฐบาลตั้งศูนย์ต่างๆทับซ้อนกัน นายกฯไม่ตอบคำถามก่อนขอตัวเข้าไปประชุมผบ.ตร.ให้กำลังใจ ตร.ช่วยน้ำท่วมขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เดินทางไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยถึงมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ฟังบรรยายสรุปสถานการณ์และนำสิ่งของใส่รถบรรทุก FTS ของ มทบ.42 เดินทางไป สภ.คอหงส์ เพื่อให้กำลังใจตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ร่วมวางแผนเข้าช่วยเหลืออพยพผู้ประสบภัยและหากพี่น้องประชาชนสามารถอยู่ในที่พักได้ให้เร่งนำอาหารสิ่งของจำเป็นลงไปช่วยเหลือเป็นการด่วน พร้อมจัดสายตรวจดูแลความปลอดภัยอ่างแตกน้ำทะลักเมืองสงขลาส่วนสถานการณ์น้ำท่วมอำเภออื่นๆของ จ.สงขลา ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้กัน โดยที่ อ.เมืองสงขลา เกิดฝนตกหนัก กระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 26 พ.ย. อ่างเก็บน้ำแก้มลิงพังทลาย น้ำไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนกาญจนวนิชบริเวณห้าแยกน้ำกระจาย อ.เมืองสงขลา จุดสำคัญทางผ่านระหว่าง อ.เมืองสงขลา กับ อ.หาดใหญ่ บางจุดระดับน้ำท่วมสูง รถผ่านไม่ได้ ขณะที่เส้นทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาที่เปิดเป็นศูนย์อพยพมีน้ำท่วมเช่นกัน ชาวบ้านเดินลุยน้ำเข้าไปพักตามอาคารที่จัดเป็นที่พักพิงชั่วคราวรถบรรทุกสินค้าต้องย้อนกลับสำหรับรถบรรทุกสินค้าหลายคันจากกรุงเทพฯที่มุ่งหน้าจะไปส่งให้แก่ห้างสรรพสินค้าใน อ.หาดใหญ่ ขณะนี้กำลังขาดแคลนสินค้าเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถขับฝ่าน้ำสูงบริเวณห้าแยกน้ำกระจาย อ.เมืองสงขลา ได้ ต้องย้อนกลับมามุ่งหน้าไป อ.เมืองสงขลา จากการสอบถามคนขับทราบว่า ตอนนี้คลังสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่ อ.หาดใหญ่ ถูกน้ำท่วมเสียหาย ไม่สามารถนำสินค้าในคลังไปส่งจำหน่ายให้แก่ห้างสรรพสินค้าและร้านสาขาต่างๆได้ ต้องรอจากกรุงเทพฯ มาส่ง แต่เจอน้ำท่วมยังเข้าไปส่งไม่ได้เด้งนายอำเภอหาดใหญ่เซ่นน้ำผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่งเรื่องให้ข้าราชการช่วยราชการระบุว่าเพื่อประโยชน์ทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 จึงให้นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ตำแหน่งนายอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วยราชการ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงน้ำซัดเด็ก 9 ขวบเสียชีวิตสลดส่วนสถานการณ์น้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ จ.นราธิวาส แม่น้ำสายหลักคือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำ บางนรา และแม่น้ำสุไหงโก-ลกเอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้มีสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนขยายวงกว้างเป็น 12 อำเภอแล้ว โดยเฉพาะ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.แว้ง เป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำโก-ลก มีปริมาณน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง มีการติดตั้งธงสีเหลืองส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวริมตลิ่งเตรียมอพยพสิ่งของสัมภาระที่จำเป็นหนีน้ำท่วม ทั้งนี้ มีรายงานว่า ด.ช.มูฮัมหมัดริฟกิ สาแล๊ะ อายุ 9 ปี ถูกกระแสน้ำที่ท่วมถนนหมู่บ้านใน อ.ระแงะ พัดจมน้ำเสียชีวิตสลด นับเป็นศพที่ 4 ของ อ.ระแงะยะลาแม่น้ำปัตตานียังล้นตลิ่งจ.ยะลา นายก้องสกุล จันทราช รอง ผวจ.ยะลา ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.หน้าถ้ำ อ.เมืองยะลา ล่าสุดระดับน้ำยังท่วม 4 หมู่บ้าน สูงประมาณ 50-100 ซม. ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 960 ครัวเรือน 3,443 คน ต้องใช้เรือบรรทุกอาหารปรุงสุกและน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่ายผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในซอยต่างๆ นายก้องสกุลกำชับเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้ฝนยังตกลงมาเป็นระยะๆ อีกทั้งแม่น้ำปัตตานียังคงเอ่อล้นตลิ่งสะพานท่าสาปไหลท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างแม่น้ำปัตตานีท่วมยกชุมชนจ.ปัตตานี น้ำท่วมขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง หลังมวลน้ำจาก จ.ยะลา ยังคงไหลสมทบลงในแม่น้ำปัตตานีไม่ขาดสาย ส่งผลให้หลายพื้นที่ที่อยู่ริมแม่น้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวต้องเร่งอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะเดียวกันถนนหลายสายถูกน้ำตัดขาด หลายชุมชนต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว ที่ชุมชนริมคลอง ต.จะบังติกกอ อ.เมืองปัตตานี ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำปัตตานีได้รับความเดือดร้อนทั้งชุมชนรวม 553 ครอบครัว ระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตร บ้านเรือนชั้นเดียวไม่สามารถอยู่อาศัยได้ อีกทั้งกระแสน้ำไหลเชี่ยวทำให้การเดินทางเข้าออกเป็นไปด้วยความลำบากดินถล่มทับถนนทุ่งยางแดงส่วน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าบนภูเขาไหลบ่าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ต.พิเทน ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เกิดดินสไลด์ลงมาทับเส้นทางถนนช่วงรอยต่อ อ.ทุ่งยางแดง กับอ.มายอ จ.ปัตตานี รถสัญจรลำบาก หลังเกิดเหตุ นายไชยพร นิยมแก้ว ผวจ.ปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุสั่งการให้เจ้าหน้าที่เคลียร์เส้นทาง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง รวมถึงอพยพประชาชนที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปอยู่ในที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงชั่วคราว เนื่องจากในพื้นที่ยังมีฝนตกอาจเกิดดินสไลด์ได้ชุมชนริมทะเลสาบสงขลาอ่วมจ.พัทลุง สถานการณ์น้ำท่วมในริมเทือกเขาบรรทัดใน อ.ป่าบอน อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ อ.ตะโหมด อ.ศรีบรรพต และ อ.ป่าพะยอม ลดระดับลงเรื่อยๆ มวลน้ำไหลลงสู่พื้นที่ อ.ควนขนุน อ.เมือง พัทลุง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่เกาะ ต.เกาะหมาก และ ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน เส้นทางถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกันชุมชนริมทะเลสาบสงขลาของเทศบาลเมืองพัทลุงประกอบด้วยชุมชนบ้านออก ชุมชนศาลาใต้โพธิ์ ชุมชนลำปำ และชุมชนตลาดเก่า ได้รับความเดือดร้อนหนักระดับน้ำสูง 2-3 เมตรอพยพชาวบ้านหนีน้ำป่าทั้งคืนจ.สตูล น้ำท่วมหลายอำเภอ หนักสุด อ.ละงู ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงคลองละงูเข้าท่วมใน ต.น้ำผุด ต.เขาขาว ต.ละงู ต.กำแพง และ ต.ปากน้ำ หลังเกิดเหตุนางสำลี ลัคนาวงศ์ นายก อบต.กำแพง นำทีมช่วยเหลือชาวบ้าน จากนั้นเปิดเผยว่า น้ำป่าไหลมาตอนค่ำ ต้องเร่งอพยพชาวบ้านตลอดทั้งคืน สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤติ บางหมู่บ้านน้ำท่วมสูง 3-4 เมตร ไม่สามารถอยู่อาศัยในบ้านได้ ต้องย้ายไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวระทึก 4 ชีวิตไต่เชือกฝ่าน้ำเชี่ยวจ.ตรัง น้ำป่าเทือกเขาบรรทัดยังไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว ชาวบ้านได้รับผลกระทบเป็นรอบที่ 2 และมีคนติดอยู่ในบ้านไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรังลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ในชุมชนกว่า 100 คน ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ในจำนวนนี้มีบ้านที่อยู่ในที่ลุ่มเป็นทางน้ำไหลเชี่ยวและพื้นที่คับแคบ ต้องใช้เชือกผูกไต่ช่วยสมาชิกในครอบครัว 4 คน ฝ่ากระแสน้ำออกมาอย่างทุลักทุเล โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชม.น้ำเขาหลวงท่วมบ้านริมคลองที่ จ.นครศรีธรรมราช ช่วงค่ำที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก และน้ำป่าเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราชไหลลงสู่คลองท่าดี บ้านคีรีวง อ.ลานสกา จ.นคร ศรีธรรมราช ก่อนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่ริมคลองในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช และ อ.พระพรหม น้ำไหลท่วมอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้เสียหายหมด อย่างไรก็ตามหลังฝนหยุดตกน้ำลดระดับลงเรื่อยๆ และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ด้านนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผวจ.นครศรีธรรมราช สรุปสถานการณ์น้ำท่วม 22 อำเภอจาก 23 อำเภอ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ราย มีประชาชนเดือดร้อน 223,219 ครัวเรือนส่ง C130 ลงใต้ 5 เที่ยวต่อวันที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ศป.กฉ.กรณีเกิดความสับสนฝ่ายปฏิบัติต้องฟังคำสั่งจากใคร เพราะมีการตั้งหลายศูนย์ว่า วันนี้ ศป.กฉ.เริ่มบริหารข้อมูลแล้ว ศป.กฉ.รวบรวมข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาเพื่อคัดแยกเคสเป็นสี คือ สีแดง และสีเหลือง อัปเดตข้อมูลเรียลไทม์ส่งไปยัง ศป.กฉ.ส่วนหน้า ที่มี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตา นนท์ ผบ.ทสส. เป็นผู้บัญชาการ ผบ.ทสส.ได้แบ่งโซนรับผิดชอบพื้นที่ไว้ รัฐบาลประสานกองทัพอากาศใช้เครื่อง C130 ขนส่งของไปภาคใต้ 5 เที่ยวบินต่อวัน สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือเจ็ตสกีและเรือเครื่องพร้อมคนขับใช้ ฮ.ย้ายผู้ป่วย รพ.หาดใหญ่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ผ่านระบบทางไกลกับผู้บริหารในพื้นที่ภาคใต้ว่า รพ.หาดใหญ่เหลือผู้ป่วยหนักที่ต้องเคลื่อนย้าย 53 ราย และมีผู้ป่วยในอีก 510 ราย ได้วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักด้วยเฮลิคอปเตอร์ และประสานทหารช่วยอพยพผู้ป่วยในทั้งหมดโดยเรือหรือรถ ส่วนที่ รพ.สงขลา น้ำเริ่มเข้าพื้นที่ รพ.ได้งดให้บริการผู้ป่วยนอกบางส่วนยังคงให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินได้ การสนับสนุนการดำเนินงาน บุคลากรการแพทย์จาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช 18 คน เข้าช่วยปฏิบัติงานที่ รพ.หาดใหญ่แล้ว ส่วนบุคลากรจากกรมการแพทย์ ตรัง พัทลุง และเขตสุขภาพที่ 11 รวม 106 คน จะเดินทางไป รพ.หาดใหญ่ และบุคลากรจากกรมการแพทย์อีก 120 คน เตรียมเดินทางจากส่วนกลางไปสมทบเพิ่มเติม นอกจากนี้ได้จัดหาถังออกซิเจน 255 ท่อ จากกรมการแพทย์และเขตสุขภาพที่ 11 อยู่ระหว่างทยอยลำเลียงเข้า รพ.หาดใหญ่ยอดตายน้ำท่วม 7 จว. 33 ศพนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงภายหลังการประชุม ศป.กฉ.ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในพื้นที่ 7 จังหวัด ในส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้มีทั้งสิ้น 33 ราย ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 4 ราย สงขลา 6 ราย ตรัง 2 ราย สตูล 2 ราย ปัตตานี 5 ราย และยะลา 5 ราย สาเหตุการเสียชีวิต เช่น ถูกน้ำพัด ไฟฟ้าช็อต ดินถล่ม ตกน้ำ และจมน้ำคนขอความช่วยเหลือ 7.7 หมื่นเวลา 17.45 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.กฉ. แถลงว่า ข้อมูลการแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนใน อ.หาดใหญ่ ที่รวบรวมจาก Traffy Fondue, hatyaiflood.com และจิตอาสา รวมทั้งสิ้นมี 4 หมื่นเรื่อง เป็นประชาชน 7.7 หมื่นคน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ 2 พันคน เด็กเล็ก 1 พันคน และส่งให้ ศป.กฉ.ทุกชั่วโมง ขณะที่ พล.ท.วันชนะ สวัสดี รองโฆษก ศป.กฉ. กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ แบ่งพื้นที่เป็น 4 เขต ปัจจุบันมีศูนย์อพยพทั้งหมด 9 แห่ง รวมผู้อพยพทั้งสิ้นมีจำนวน 8,515 คน ส่วนกำลังพลที่ลงไปช่วยเหลือรวม 3,091 นายกรมอุตุฯเตือนพายุ “โคโตะ”เวลา 17.00 น. วันที่ 26 พ.ย. นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1 ว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 26 พ.ย. พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” (KOTO) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยเหนืออากาศยังหนาวเหน็บสำหรับประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26-29 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง และมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 5-8 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพ มหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมิอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่