ในหลวงทรงห่วงน้ำท่วมใต้ พระราชทานอาหารและน้ำดื่มช่วยผู้ประสบภัย ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังวิกฤติหลายจังหวัด หาดใหญ่ระส่ำหนัก ชาวบ้านตกค้างอีกเพียบ ต่างเฝ้ารอคอยความช่วยเหลือหลายพื้นที่น้ำเชี่ยวยังเข้าไม่ได้ บางคนยอมเสี่ยงตายไต่สายไฟหนีน้ำเอาตัวรอด ผวาน้ำจากสะเดาจ่อ ถล่มซ้ำเติมน้ำเก่าอีกระลอก สทนช.ห่วงน้ำสูงเกิน 2 เมตร ด้านรัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแก้น้ำท่วมสงขลา นายกฯ “อนุทิน” โต้ลั่นไม่ได้ทำงานล่าช้าชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา ยังเผชิญชะตากรรมมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปี หลังฝนยังตกลงมาไม่หยุด ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวถูกลอยแพตกค้างมา 4-5 วันแล้ว อดข้าวอดน้ำ ต่างเฝ้ารอคอยความช่วยเหลือที่ยังเข้าไปไม่ถึง เช่นเดียวกับหลายจังหวัดในภาคใต้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างรุนแรง ชาวบ้านเดือดร้อนหนักระดมช่วยชีวิตชาวหาดใหญ่สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ วันที่ 25 พ.ย.ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังมีฝนตกหนักเป็นช่วงๆและมวลน้ำจาก อ.สะเดา จ.สงขลา และอำเภอใกล้เคียงไหลลงพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นแอ่งกระทะรับน้ำ ภายในตัวเมืองชั้นในหลายพื้นที่ไม่เคยเกิดน้ำท่วมมานานเกือบ 50 ปี แต่ครั้งนี้น้ำท่วมเต็มพื้นที่จนกลายเป็นเมืองบาดาล เช่น ย่านโรงแรมบุรีศรีภูและบริเวณใกล้เคียง อาคารส่วนใหญ่ปลูกอาคารยกพื้นสูง 80 ซม. ยังถูกน้ำท่วมบ้าน สูงระดับหน้าอก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน รวมถึงหน่วยกู้ภัยหลายจังหวัดระดมกำลังช่วยเหลือผู้ตกค้างซึ่งหลายพื้นที่ยังเข้าไม่ถึง ขณะเดียวกันก็มีการส่งคลิปภาพและเสียงประชาชนร้องขอความช่วยเหลือเวลาที่เรือของ จนท.วิ่งผ่านน้ำสูงไหลแรง-เสี่ยงอันตรายในส่วนของการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างตามบ้านที่ถูกน้ำท่วม ขณะนี้เกิดปัญหาเรือและยานพาหนะเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากน้ำสูงและไหลเชี่ยว อีกทั้งเรือที่เข้าไปช่วยต้องระวังกำแพง และประตูบ้านที่น้ำท่วม รวมถึงเสาไฟริมถนนและตามหมู่บ้านต่างๆที่อาจทำให้ท้องเรือแตกได้ ส่วนรถบรรทุกต้องใช้รถบรรทุกล้อใหญ่ยกสูงถึงจะ สามารถเข้าถึงพื้นที่ช่วยขนย้ายผู้ติดค้างตามบ้านเรือนออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุจำเป็นต้องช่วยเหลือออกมาก่อน ส่วนเรื่องน้ำ และอาหาร เริ่มขาดแคลน บางพื้นที่ไม่มีอาหารขายหรือไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปแจก มีการแจ้งขอความช่วยเหลือขออาหารน้ำดื่มและสิ่งของใช้จำเป็นหลายพื้นที่ระทึกไต่สายไฟหนีตายกลางน้ำขณะเดียวกันโลกออนไลน์ต่างแชร์โพสต์ขอความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการเหลียวแลและพยายามหาวิธีหนีน้ำออกมาด้วยตัวเอง สะท้อนให้เห็นว่ายังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปนาทีผู้ประสบภัย 3 คนหนีตายด้วยการไต่สายไฟฟ้าตามแนวเสาไฟ เพื่อเอาชีวิตรอดจากน้ำท่วมสูงท่ามกลางฝนตกหนัก ทั้งนี้ ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “เห็นใจพวกเราด้วยและอีกหลายชีวิตที่ยังรอความหวังที่จะออกไป น้ำขึ้นชั้น 2 แล้วอาหารน้ำเริ่มหมด ช่วยด้วยค่ะ ติดต่อหน่วยไหนไม่ได้เลย ถนนพลพิชัย วัดพุทธิการาม หน้าวัดปลักกริมใน”ช่วย 15 ชีวิตติดบนหลังคาบ้านขณะที่หน่วยกู้ภัยสยามท่าศาลา กู้ภัย อบต.ท่าศาลา และเทศบาลเมืองปากพูน จ.นครศรีธรรมราช นำเจ็ตสกีฝ่ากระแสน้ำเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 3 บ้านบางศาลา ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ รวม 15 ชีวิตที่ติดค้างอยู่บนหลังคานานเกือบ 20 ชม. แต่ช่วยออกมาได้แค่ 2 คนเท่านั้น เนื่องจากระหว่างทางน้ำซัดเจ็ตสกีเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าเสียหาย ทำให้ทีมกู้ภัยบาดเจ็บ 1 คน ต้องถอนกำลังออกมากลางคัน และวางแผนขอสนับสนุนเจ็ตสกีกลับเข้าไปช่วยชาวบ้านที่เหลืออีก 15 ชีวิตออกมาภายหลังเจาะกระเบื้องนำคนป่วยส่ง รพ.ส่วนหน่วยกู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง จ.นครศรีธรรมราช นำเรือเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ระดับน้ำสูงเกือบถึงหลังคาบ้าน หลังได้รับการร้องขอมีผู้สูงวัยป่วยติดเตียงติดอยู่มาหลายวัน เมื่อไปถึงทีมงานต้องปีนหลังคาบ้านขึ้นไปรื้อกระเบื้องหลังคา จากนั้นใช้เชือกโรยตัวลงไปนำผู้ป่วยติดเตียงเป็นชายวัย 80 ปีใส่เปลบอร์ดดึงขึ้นมาทางช่องหลังคาบ้านลงเรือกู้ภัยไปส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์อย่างปลอดภัย“บิณฑ์-ไทด์” นำทีมช่วยคน-สัตว์ด้าน “ไทด์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” และ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” นำทีมตอบโต้ภัยพิบัติมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าไปช่วยอพยพชาวบ้านในพื้นที่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ รวมถึงช่วยนำสัตว์เลี้ยงที่ติดค้างตามบ้านเรือนออกมา ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวและสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทีมกู้ภัยประมาณ 40 คน แยกเป็นสองทีมนำเรือยางออกปฏิบัติการทั้งหมด 6 ลำ และสลับกันทำงานตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน แต่กลางคืนทีมกู้ภัยจะปฏิบัติหน้าที่ได้ง่ายเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยเร็วกว่ากลางวัน เพราะมีแสงไฟขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่อุปสรรคสำคัญคือน้ำสูงและไหลเชี่ยวมาก ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ขณะนี้ยังมีผู้ติดค้างอยู่ตามจุดต่างๆอีกจำนวนมากพื้นที่รอบนอกสาหัสไม่แพ้กันส่วนพื้นที่รอบนอกตัวเมืองหาดใหญ่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหนักเช่นเดียวกัน ที่ ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ ช่วงสายวันเดียวกันกระแสน้ำไหลท่วมบ้านเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีบ้านถูกน้ำพัดเสาบ้านพังทลายสร้างความแตกตื่นตกใจแก่ชาวบ้าน นอกจากนี้ในพื้นที่ อ.ทุ่งเสา อ.หาดใหญ่ อาคารบ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูงถึงหลังคา และชั้น 2 ของบ้าน มีผู้ติดอยู่ในบ้านชั้นเดียว 2 คนต้องเจาะหลังคาหนีน้ำขึ้นไปนั่งรอคอยความช่วยเหลือบนหลังคาตั้งแต่น้ำท่วมช่วงแรกๆอีกทั้งมีคนติดอยู่บนตึกสูงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากติดอยู่ 4 วัน ไม่ได้กินข้าวระวังมวลน้ำสะเดาเติมน้ำเก่าที่ห้องประชุมมณฑลทหารบกที่ 42 อ.หาดใหญ่ สายวันเดียวกัน นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา ประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำจากระลอกแรกยังมีระดับสูงและระบายได้ช้า ขณะที่ฝนตกต่อเนื่องตลอดคืน ส่งผลให้มวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ อ.สะเดา ไหลเข้าท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองหาดใหญ่ ส่วนการช่วยเหลือได้เปิดศูนย์พักพิงหลัก 3 แห่ง ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) รองรับได้ 5,000 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา รองรับได้ 2,000 คน และโรงเรียนเทศบาล 4 คลองเรียน รองรับได้ 500 คน ขณะนี้มีผู้อพยพมากกว่า 3,200 คนนทท.มาเลย์ร้องไม่มีอะไรกินขณะที่ตัวแทนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแจ้งขอความเหลือเจ้าหน้าที่ หลังจากก่อนเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่มีชาวมาเลเซียเข้ามาเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ กว่า 4,000 คน ส่วนใหญ่ยังติดอยู่ตามโรงแรมต่างๆตั้งแต่วันแรกๆ บางส่วนได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่พาไปส่งด่านชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เพื่อเดินทางกลับประเทศมาเลเซียแล้ว แต่ขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ติดค้างอยู่ตามโรงแรมแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านทางช่องทางต่างๆ เนื่องจากขณะนี้ไม่มีอาหารจะกินแล้ว อยากขอความช่วยเหลือช่วยจัดหาอาหารให้นักท่องเที่ยวตกค้างตามโรงแรม รวมถึงพาเดินทางกลับประเทศมาเลเซียซัดรัฐไม่มีศูนย์ช่วยเหลือชัดเจนนายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า วิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งนี้หนักหน่วงมาก วันแรกที่เกิดน้ำท่วมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติติดค้างในโรงแรมหมื่นกว่าคน พยายามประสานทุกหน่วยงานนำอาหารไปให้ และหารถสิบล้อมาขนนักท่องเที่ยวออก มีนักท่องเที่ยวบางส่วนอยากหาวิธีเดินทางกลับเอง แต่ก็ออกไปไม่ได้ ที่สำคัญส่วนราชการไม่มีศูนย์ประสานงานช่วยเหลือชัดเจน แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างทำ ส่งผลให้การอพยพช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความยากลำบาก เรือไม่พอ รถขนคนไปด่านสะเดาก็ไม่มี วันนี้ตนได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) พากงสุลมาเลเซียประจำสงขลาไปดูด้วย เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียติดค้างที่หาดใหญ่จำนวนมาก ตอนนี้เหลือติดค้างอยู่อีกพันกว่าคน อยากให้รัฐบาลลงมาดูแลอย่างเต็มที่รัฐบาลมาเลย์ส่งเรือ–กู้ภัยช่วยด้านนายอาหมัด กูไซนี่ เจ้าหน้าที่รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เป็นตัวแทนรัฐบาลเดินทางมาประสานงานร่วมกับกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา และสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ยังตกค้างอยู่ในหาดใหญ่ จากตัวเลขล่าสุดประมาณ 10,000 คน ช่วยเหลือออกมาได้แล้วประมาณ 4,000 คน คาดว่ายังเหลือประมาณ 5,000 คน เบื้องต้นองค์กรความช่วยเหลือของประเทศมาเลเซียนำหน่วยกู้ภัยพร้อมเรือท้องแบนจำนวน 10 ลำมาช่วยเหลือชาวมาเลเซียที่ติดค้างในโรงแรมพร้อมกับเช่ารถ 18 ล้อบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์นำชาวมาเลเซียเดินทางกลับที่ด่านชายแดน อ.สะเดา วันละ 2 เที่ยวชุมชนตลาดเก่ายะลายังสาหัสส่วนสถานการณ์น้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ หนักไม่แพ้กัน ที่ จ.ยะลา นายก้องสกุล จันทราช รอง ผวจ.ยะลา ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมชุมชนตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะนี้น้ำภายในซอยต่างๆยังคงท่วมสูงเฉลี่ย 80-100 เซนติเมตร เนื่องจากมวลน้ำบึงแบเมาะยังคงเอ่อล้นต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ได้นำเรือเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย นายก้องสกุลเผยว่า แม้ฝนในพื้นที่เริ่มลดลง แต่ปริมาณที่ท่วมยังคงขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากยังมีมวลน้ำจากหลายๆพื้นที่ไหลเข้ามารวมในเขตชุมชนตลาดเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำสุดท้ายของจังหวัดยะลา ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี ขณะนี้ทางจังหวัด เร่งระดมทุกสรรพกำลัง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ปีนี้ถือว่าน้ำท่วมรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมาแม่น้ำปัตตานีท่วมเกือบ 3 เมตรจ.ปัตตานี สถานการณ์น้ำทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ที่บ้านโคกยาร่วง หมู่ 1 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก ตั้งอยู่ติดแม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยกว่า 50 ครัวเรือนถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับหมู่ 2 ต.ลิปะสะโง น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมหมดทั้งหมู่บ้าน บางจุดสูงเกือบ 3 เมตร นายนูรดี อับดุลราฮิม นายอำเภอหนองจิก ร่วมกับทหารพรานกรมทหารพรานที่ 43 ช่วยอพยพออกจากพื้นที่ไปอยู่ในศูนย์พักพิง แต่อีกหลายครอบครัวไม่ยอมย้ายออก เนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สินของมีค่าและสัตว์เลี้ยง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำถุงยังชีพและน้ำดื่มไปมอบให้ แต่หากน้ำสูงกว่านี้อาจต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย นราฯ หนักท่วมแล้ว 11 อำเภอจ.นราธิวาส ยังคงมีฝนตกครอบคลุมทั้ง 12 อำเภอ ทำให้น้ำท่วมขยายวงกว้างจาก 9 อำเภอเป็น 11 อำเภอ ประกอบด้วยบาเจาะ ยี่งอ เมืองนราธิวาส ระแงะ ตากใบ สุไหงปาดี ศรีสาคร รือเสาะ สุไหงโก-ลก สุคิรินและเจาะไอร้อง ขณะที่แม่น้ำสำคัญ 3 สายได้แก่ แม่น้ำบางนราและแม่น้ำสายรีน้ำยังเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนเป็นวงกว้าง ส่วนแม่น้ำสุไหงโก-ลกยังอยู่ในระดับต่ำกว่าตลิ่ง แต่มีแนวโน้มสูงขึ้น ด้านชุมชนหลังสวนวัชระ เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ นายวิมุตติ อำนักมณี นายอำเภอระแงะร่วมกับ น.ส.ซารีนา มามะวานิชย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตันหยงมัส และตำรวจน้ำนำข้าวกล่องและน้ำดื่มลงเรือท้องแบนฝ่าน้ำเชี่ยวสูงกว่า 2 เมตรไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อพยพมอยู่ศูนย์พักพิงเทศบาลระดมเครื่องสูบน้ำออกสู่ทะเลขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนยังคงระดมเครื่องสูบน้ำบริเวณคลองยะกัง เพื่อระบายปริมาณน้ำฝนที่ไหลสมทบลงสู่คลองตันหยงมัส ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำบางนราที่ปากอ่าวทะเลด้าน อ.เมืองนราธิวาส เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำท่วมขังในเขตรอยต่อระหว่าง อ.ระแงะ กับ อ.เมืองนราธิวาส คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มจะทำให้ระดับน้ำค่อยๆลดลงและสถานการณ์น้ำท่วมจะกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วชาวเกาะปากพะยูนน้ำสูง 2–3 ม.ที่ จ.พัทลุง ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาใน อ.ควนขนุน อ.เมืองพัทลุง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และ อ.ปากพะยูน เนื่องจากคลื่นลมในทะเลสาบพัดหนุนต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ ต.เกาะนางคำ และ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน ซึ่งเป็นพื้นที่เกาะ เส้นทางสัญจรทุกหมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง บางพื้นที่ระดับน้ำสูง 2-3 เมตร ส่วน อ.เขาชัยสน น้ำเอ่อท่วมถนนเพชรเกษม (พัทลุง-หาดใหญ่) บ้านโคกยา หมู่ 5 ต.เขาชัยสน รถเล็กยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ส่วนที่ รพ.ป่าพะยอม เกิดฝนตกหนักฝ้าเพดานอาคารผู้ป่วยในของโรงพยาบาลรั่วซึมและพังถล่มลง เจ้าหน้าที่ต้องย้ายผู้ป่วย 21 ราย ไปอยู่ในโซนปลอดภัยปศุสัตว์ย้ายหมูหนีน้ำยกฟาร์มด้านว่าที่ร้อยตรีมณฑล เลาหภักดี ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง ร่วมกับนายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุงนำรถบรรทุกไปช่วยเหลือย้ายหมูหนีน้ำท่วม หลังได้รับการร้องขอจากเกษตรกรเจ้าของฟาร์มหมูรายใหญ่ในพื้นที่หมู่ 10 ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง ที่เลี้ยงสุกรขุนมากกว่า 500 ตัว และแม่พันธุ์อีกกว่า 50 ตัวไปไว้ในที่ปลอดภัย ว่าที่ร้อยตรีมณฑล เปิดเผยว่า พัทลุงเป็นพื้นที่ที่เลี้ยงสุกรรายใหญ่ของภาคใต้และของประเทศ ก่อนหน้านี้ได้เข้าช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายหมูไปหลายฟาร์มแล้ว เพราะหากน้ำเพิ่มสูงมากกว่านี้อาจทำให้หมูจมน้ำตายยกฟาร์มน้ำป่าเขาบรรทัดซัดบ้านพังส่วนพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัดใน อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด และ อ.กงหรา จ.พัทลุง ช่วงดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักน้ำป่าเขาบรรทัดไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเดือดร้อนกว่า 3,000 ครอบครัว หนักสุดในพื้นที่หมู่ 5 ต.กงหรา อ.กงหรา นอกจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันแล้วเกิดดินสไลด์หอบต้นไม้ใหญ่ขวางถนนสายกงหรา-เขาพันธุรัตน์ อีกทั้งน้ำป่าไหลเชี่ยวซัดบ้านพังไป 1 หลัง นางยุพิณ คงสุด เจ้าของบ้าน เผยว่า ปีนี้มีน้ำท่วมสูงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สาเหตุน่าจะเกิดจากมีการสร้างคันคลองเขาไคร่ให้สูงขึ้น เมื่อเกิดฝนตกน้ำหลากจากที่สูงมาติดคันคลองขวางกั้นทางน้ำย้ายศูนย์อพยพหนีน้ำ–ดินสไลด์จ.สตูล น้ำท่วมสูงขยายวงกว้าง 7 อำเภอ 28 ตำบล 195 หมู่บ้าน หลายพื้นที่น้ำไหลท่วมศูนย์อพยพจนต้องย้ายศูนย์หนีน้ำ เช่น ศูนย์อพยพเทศบาลครองขุด อ.เมืองสตูล ต้องย้ายไปอยู่ใน ร.ร.เทศบาล 1 (ท่าจีน) รวมถึง ร.ร.ควนโดนวิทยา อ.ควนโดน จุดนี้แม้ว่าน้ำยังท่วมไม่ถึง แต่เกิดดินโคลนบนเขาจำนวนมากสไลด์ลงมากองด้านหลังโรงเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากในพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ล่าสุดนายเชษฐ บุตรรักษ์ นายอำเภอควนโดน สั่งเร่งย้ายผู้ประสบภัยและของมีค่าออกจากอาคารเรียนไปอยู่ในที่ปลอดภัยและกั้นพื้นที่ไม่ให้ใครเข้าไปในอาคารเด็ดขาดน้ำตก 3 สายซัดถล่มปะเหลียนจ.ตรัง ช่วงเช้ามืดเกิดน้ำป่าบนเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงน้ำตกโตนเต๊ะ หมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน อีกทั้งเกิดดินสไลด์บนภูเขา 4 จุด มวลน้ำป่าไหลทะลักเข้าพื้นที่บ้านควนไม้ดำ บ้านไม้หาน และหมู่บ้านใกล้เคียงที่อยู่ติดภูเขา ก่อนไหลลงพื้นที่ข้างล่างอย่างรวดเร็ว ส่วนน้ำตกหนานสะตอ และน้ำตกลำปลอก ต.ปะเหลียน เกิดน้ำป่าไหลบ่าลงมาบรรจบกับมวลน้ำจากน้ำตกโตนเต๊ะตามคลองปะเหลียนบริเวณประตูระบายน้ำถ้ำสุรินทร์ ต.ปะเหลียน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.ปะเหลียน ได้รับผลกระทบแล้ว 8 ตำบล 42 หมู่บ้าน รวม 2,104 ครัวเรือน คาดว่าน้ำจะมีความรุนแรงต่อเนื่องเกาะแกลลอนลอยคอหนีตายส่วน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง น้ำป่าน้ำตกไพรสวรรค์ หมู่ 4 ต.โพรงจระเข้ ไหลหลากมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ไหลบ่าลงคลองลำชานมาบรรจบคลองปะเหลียนเข้าท่วมในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว ศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอย่านตาขาวท่วมซ้ำเป็นรอบที่ 2 บางจุดน้ำสูงเกือบ 3 เมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากเข้าท่วมถนนสายตรัง-ปะเหลียนบริเวณหน้าตลาดสดย่านตาขาว รถเล็กสัญจรไม่ได้ ขณะที่ชาวบ้านต้องเกาะแกลลอนน้ำมันลอยคออพยพหนีน้ำพายุงวงช้างพัดต้นไม้ทับหอฉันจ.นครศรีธรรมราช เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงตลอดทั้งวัน บางพื้นที่เกิดพายุงวงช้างพัดถล่มอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ที่ อ.สิชล พายุงวงช้างพัดต้นไม้ใหญ่ภายในวัดวังหลวง ต.เปลี่ยน โค่นล้มกว่า 10 ต้น ต้นไม้ใหญ่ล้มทับหอฉันและกุฏิพังเสียหาย ส่วนบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 401 (นครศรีธรรมราช- สุราษฎร์ธานี) ลมพัดต้นมะพร้าวล้มฟาดสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เสาไฟถูกกระชากล้มระเนนระนาดตามกันไปถึง 19 ต้น ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน เช่นเดียวกับที่หมู่บ้านติดริมทะเลบ้านพังปริง ต.กลาย อ.ท่าศาลา ลมกระโชกแรงพัดหลังคาบ้านเรือนประชาชนปลิวว่อนเสียหายกว่า 30 หลังในหลวงทรงห่วงใยผู้ประสบภัยที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.50 น. วันที่ 25 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ มี พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมด้วย นายอนุทินกล่าวว่า พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสความเป็นห่วงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้รัฐบาลน้อมรับไปดำเนินการ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสความเป็นห่วงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ที่ประชุมว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระราชดำรัสลงมา เพื่อนำเรียนให้นายกรัฐมนตรีและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ ทรงมีรับสั่งพระราชทานความช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้ระดมสรรพกำลังทั้งหมดทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ตำรวจ และหน่วยงานราชการต่างๆให้ระดมสรรพกำลัง โดยเฉพาะเรื่องเรือไปช่วยเหลือราษฎรให้ออกมาจากพื้นที่อันตรายมาส่งในพื้นที่ปลอดภัยพระราชทานอาหารและน้ำดื่มพล.อ.อ.สถิตย์พงษ์กล่าวว่า เรื่องปัจจัยต่างๆ อาหาร น้ำดื่มก็พระราชทานความช่วยเหลือ ระดมสรรพกำลังจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกระทรวงมหาดไทย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย ได้รับความช่วยเหลือเรื่องเสบียง และการเคลื่อนย้ายต่างๆ ให้ทำโดยเร็วที่สุด นี่เป็นกระแสความห่วงใยให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งทรงชื่นชมจิตอาสาทั่วประเทศที่ได้ระดมสรรพกำลัง ไม่ใช่กรณีที่เกิดในภาคใต้อย่างเดียว แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดได้รับความร่วมมือร่วมใจจากจิตอาสาทุกฝ่ายให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแก้น้ำสงขลาต่อมาเวลา 12.55 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่า วันนี้จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ จ.สงขลา มอบหมาย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. เป็นผู้อำนวยการสถานการณ์บูรณาการความช่วยเหลือทั้งหมดในการสั่งการ และคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานทุกอย่างมีความเบ็ดเสร็จ ผบ.ทสส.ทำหน้าที่บูรณาการทั้งหมด ย้ำว่าอำนาจไม่ได้ซ้ำซ้อนกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะ ผอ.บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ผบ.ทสส.ในฐานะผู้อำนวยการสถานการณ์จะรวบรวมสถานการณ์ทั้งหมดและจัดหน่วยงานความรับผิดชอบไปตามหน่วยงานต่างๆโต้ลั่นรัฐบาลไม่ได้ทำงานล่าช้า เมื่อถามว่าความล่าช้าก่อนหน้านี้เป็นเพราะอะไร นายอนุทินกล่าวสวนว่า ไม่ได้ล่าช้าในการปฏิบัติมันไม่ได้ล่าช้า ไม่ได้ติดขัด ทำงานกันอย่างเต็มที่ ช่วงเกิดเหตุใหม่ๆทุกคนต้องกระจายกำลัง และทรัพยากรลงไปช่วยเหลือชีวิตของประชาชนเป็นลำดับแรก เมื่อเราทราบปัญหาหลายเรื่องแล้ว เราถึงมาเร่งจัดตั้งกองบัญชาการทั้งส่วนหน้า ส่วนสนับสนุนและใช้สถานการณ์ฉุกเฉินใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สถานการณ์ฉุกเฉินในการกำกับดูแล เมื่อถามอีกว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลตั้งวอร์รูมศูนย์เผชิญเหตุค่อนข้างช้า นายอนุทินย้อนถามว่า รัฐบาลไม่ได้ช้า ยืนยันตอนนี้รัฐบาลช่วยเต็มที่ องคาพยพทั้งหลายก็ระดมไปอยู่ในพื้นที่หมดแล้วพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลถึง 25 ก.พ.69เวลา 14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเขตท้องที่ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2568 ถึงวันที่ 25 ก.พ.69 ระบุว่า โดยที่ปรากฏสถานการณ์ภัยพิบัติสาธารณะที่เป็นผลมาจากการที่ฝนตกหนัก จนเกิดมหาอุทกภัยในจังหวัดสงขลา มีความร้ายแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน อันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตโดยปกติสุขและก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของประชาชน สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินทั้งของประชาชนและราชการเป็นวงกว้าง จำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของประชาชน ความสงบเรียบร้อยและแก้ไขเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งเพื่อป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินร้ายแรง และไม่อาจแก้ไขปัญหาด้วยการบริหารราชการในรูปแบบปกติได้ห่วงน้ำหาดใหญ่เกินกว่า 2 ม.ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่มีความแตกต่างจากพื้นที่น้ำท่วมภาคกลางและภาคเหนือ ระบบจัดการน้ำของ จ.สงขลาใช้คลองระบายน้ำ สถานการณ์ที่หนักกว่ารอบที่ผ่านมาเนื่องจากฝนตกสะสมมาก ใน อ.สะเดา ส่วนคลอง ร.1 ที่รองรับน้ำได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงพอกับปริมาณฝนสะสมที่ 880 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ทั้งบริเวณพื้นที่โดยรอบยังมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ระบบคลองในพื้นที่รับน้ำได้ไม่พอ ครั้งนี้ปริมาณน้ำฝนหนักมากในรอบ 300 ปี การบริหารจัดการน้ำในอนาคต ต้องขุดลอกคลอง ร.1 ให้ลึกขึ้น ขยายคลองอู่ตะเภา เพื่อรองรับสถานการณ์ที่นานๆครั้งจะเกิดขึ้น ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำริมตลิ่งเวลา 11.00-13.00 น. วันที่ 25 พ.ย.68 ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2.20 เมตร เป็นสถานการณ์ที่ประชาชนในพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องร.ล.จักรีนฤเบศรลงหาดใหญ่เวลา 14.30 น.ที่ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานพิธีส่งกำลังพลและอุปกรณ์ต่างๆไปช่วยอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ณ เรือหลวงจักรีนฤเบศร กองทัพเรือส่งหน่วยเรือบรรเทาสาธารณภัย พร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้เรือหลวงจักรีนฤเบศรจะออกเดินทางจากฐานทัพเรือสัตหีบภายในวันนี้ พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ทีมครัวสนาม อุปกรณ์กู้ภัย เรือหลวงจักรีนฤเบศร สามารถเป็นฐานบินลอยน้ำในการปฏิบัติการของเฮลิคอปเตอร์ โดรนในการช่วยเหลือ และยังสามารถทำหน้าที่เป็นครัวลอยน้ำที่มีขีดความสามารถผลิตอาหารปรุงสุกได้วันละประมาณ 3,000 ชุด“ธรรมนัส” โว 3 วันคลี่คลายด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ฝนหลวงบินสำรวจน้ำท่วมเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ว่า รัฐบาลรับทราบปัญหาเต็มรูปแบบแล้ว และเดินหน้าระดมกำลังทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนที่สุด สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกจากทะเลสาบสงขลาลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด จุดที่ประชาชนเดือดร้อนทั้งหมดได้สำรวจครบแล้ว แม้เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถลำเลียงสิ่งของลงไปได้ แต่ข้อมูลชัดเจนเพียงพอสำหรับการจัดกำลังเข้าพื้นที่ทันที จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าจะเริ่มคลี่คลายภายใน 3 วัน หากไม่มีฝนหนักซ้ำอีก เพราะระบบระบายน้ำกำลังทำงานเต็มที่เปิด ศปกฉ.รับร้องทุกข์ช่วย ปชช.เวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศปกฉ.) แถลงเปิด ศปกฉ.ว่า จากที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ จ.สงขลา ที่ทำเนียบรัฐบาลได้จัดตั้ง ศปกฉ. มีตนเป็น ผอ.ศปกฉ. ศูนย์นี้จะบูรณาการหน่วยงานต่างๆ รวบรวมรับเรื่องราวร้องทุกข์ประชาชนในพื้นที่ ผ่านหมายเลข 1784 และ 1111 รวมถึงเพจข่าวสารต่างๆนำมาคัดกรองช่วยเหลือจะแบ่งเป็นเคสสีแดง ต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน ผู้อยู่ในที่อันตรายขั้นรุนแรงและวิกฤติ เคสสีเหลืองผู้ติดค้างอยู่ในบ้านเรือน 2 ชั้น แต่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และทรัพยากรครม.เพิ่มเงินเยียวยา 3,814 ล้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบเพิ่มเติมเงื่อนไขและกรอบวงเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบปัญหาอุทกภัย เนื่องจากมติ ครม. วันที่ 21 ต.ค. รัฐบาลเห็นชอบการจัดสรรงบฯ จากงบกลาง 6,169 ล้านบาท ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย 685,554 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 9,000 บาท ครอบคลุม 65 จังหวัด รวมถึงช่วยเหลือเยียวยากรณีน้ำท่วมขังเป็นขั้นบันได หากท่วมขังถึง 2 เดือน จะได้รับเพิ่มครัวเรือนละ 5,000 บาท ท่วมขังนาน 3 เดือน จะได้รับเพิ่มอีก 10,000 บาท หากท่วมถึง 4 เดือนจะได้รับเพิ่ม 15,000 บาท ท่วมขัง เกิน 4 เดือนจะได้รับเพิ่ม 20,000 บาท ดังนั้น รอบที่แล้วผู้ประสบอุทกภัยจะได้รับการเยียวยาไม่เกิน 29,000 บาทต่อครัวเรือน ครั้งนี้ ครม.มีมติเห็นชอบเพิ่มเติมอีก 7 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ลพบุรี และสงขลา เห็นชอบกรอบวงเงินเพิ่มเติมอีก 3,814 ล้านบาท ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จหลังสถานการณ์คลี่คลาย ให้เยียวยาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่