เปิด 19 รายชื่อเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถูกเด้ง เกี่ยวพันห้องลับอำนวยความสะดวกนักโทษ จีน แฉไม่ใช่ลอตแรก ก่อนหน้าที่อธิบดีราชทัณฑ์สั่งเด้งไปแล้ว 15 คน รวมย้ายเจ้าหน้าที่ต้องสงสัยเกี่ยวพันเหตุฉาวรวม 34 คน หลังเกิดเรื่องข้อมูลทะลักโซเชียลทั้งเรื่องจริงและมโน ราชทัณฑ์ร่อนใบแถลง โวยข่าวปลอมว่อนอินเตอร์เน็ต ทำให้หน่วยงานเสียหาย ขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ดีเอสไอตั้ง 3 ประเด็นสืบสวนคลี่คลายคดีฉาว พร้อมไล่สอบลึกถึงเส้นเงินปรับปรุงห้องเชือด ดำเนินการสมัยไหน ใช้งบราชการหรือไม่ ถ้าไม่มีการตั้งเบิกงบ ต้องเป็นเงินเทาแน่นอน นอกจากนี้ยังตามตรวจสอบการเดินทางไปมาเก๊าของอดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สอดคล้องกับการเปิดห้องลับหรือไม่กรณีชุดปฏิบัติการพิเศษราชทัณฑ์จู่โจมบุกตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 3 แดน ตามเบาะแสนักโทษชายไทยร้องเรียนว่า มีนักโทษจีนเทาสร้างอิทธิพลอยู่ในคุก มีความเป็นอยู่อย่างสบาย มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวก ไฟแช็ก และสิ่งของมีคมใช้เป็นอาวุธ จนกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งย้ายนายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้คุม 14 นาย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการพาสาวสวยชาวจีนระดับนางแบบดอดเข้ามาบำเรอกามถึงในคุก ใช้ห้องใต้บันไดเปิดเป็นห้องวีไอพี ถูกจับได้คาหนังคาเขาพร้อมผู้หญิง พบกล่องถุงยางอนามัย กระดาษทิชชูเปื้อนคราบอสุจิ รมว.ยุติธรรม ถึงกับเต้นสั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าดำเนินการตามกฎหมายความคืบหน้าจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 พ.ย. นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รักษาการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พบภาพบอสกันต์ หรือกันต์ กันตถาวร ผู้ต้องขังคดีดิไอคอนโผล่ในวงจรปิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่เรือนจำเอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังกลุ่มจีนเทาในห้องลับในเรือนจำว่า เบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว ฐานะที่ได้รับมอบหมายให้รักษาการผู้บัญชาการเรือนจำ เพื่อเข้าจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย ตนจะไปสอบถามข้อเท็จจริงกับนายกันต์ ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่แดน 1 เพื่อเชื่อมข้อมูลให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อมีข้อมูลใดที่สื่อเปิดประเด็นเราจะตรวจสอบให้กระจ่างที่สุด สำหรับปฏิบัติการจู่โจมค้นเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ประกอบด้วย 3 ทีม ได้แก่ ทีมเทคนิค ทีมตรวจค้น และทีมสอบปากคำ เบื้องต้นทีมเทคนิคนำเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดไปตรวจสอบเพิ่ม บางส่วนถูกลบและกู้กลับมา จึงต้องรอผลการสอบสวนให้รอบด้านผู้สื่อข่าวรายงานรายละเอียดคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯที่เกี่ยวข้องกับเหตุฉาวที่เกิดขึ้น โดย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มีหนังสือลงนามคำสั่ง เรื่องบัญชีรายละเอียดการมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แนบท้ายคำสั่งกรมราชทัณฑ์ที่ 1510/2568 ลงวันที่ 17 พ.ย. รายละเอียดเอกสารเป็นการย้ายเข้าและออกเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 22 คน 19 คนมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์พบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ ส่วนอีก 3 คนเป็นการย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่รายชื่อ 19 คนที่ถูกย้ายออกประกอบด้วย 1.นายสุวัฒน ชัยพรภัทร นักทัณฑวิทยาชำนาญการพิเศษ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำจังหวัดตราด 2.นายเบนจมิน ชาญตะกั่ว นักทัณฑวิทยาชำนาญการพิเศษ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี 3.นายชำนาญ แก่นท้าว นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำจังหวัดชัยนาท 4.นายนพรัตน์ ไกรแสวง นักทัณฑวิทยาชำนาญการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐม 5.นายเริงศักดิ์ นาคงาม นักทัณฑวิทยาชำนาญการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี6.นายยุรนันท์ ทุมมาศ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำจังหวัดสระแก้ว 7.นายปีย์ทอง ผิวอ่อน นักทัณฑวิทยาปฏิบัติการ ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำจังหวัดชัยนาท 8.นายธิติวุฒิ ช้างเผือก นักทัณฑวิทยาปฏิบัติการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำอำเภอชัยบาดาล 9.นายไตรพล สีเขียวแก่ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ 10.นายสิทธินนท์ ขุนปลาด นักทัณฑวิทยาปฏิบัติการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร11.นายประเสริฐ วิไลประสงค์ นักทัณฑวิทยาชำนาญการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี 12.นายธนวัชร รัตนนิล เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางระยอง 13.นายสันติ ป้องนพ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางระยอง 14.นายวุฒินันท์ สมบัติ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐม 15.นายอิศรพงศ์ อรัณยกานนท์ นักทัณฑวิทยาปฏิบัติการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา16.นายนิภัทร์ชล หินสุข เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง 17.นายปริญญา สุขอินต๊ะ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง 18.นายสานิตย์ เอมทิม เจ้าพนักงานอบรมและฝึกวิชาชีพปฏิบัติงาน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี และ 19.นายวศิน บุญสนอง นักทัณฑวิทยาชำนาญการ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐมผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีห้องลับใต้บันไดที่ถูกใช้เป็นสถานที่บำเรอรักให้ผู้ต้องขังจีนเทาพบว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จึงดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 15 คน ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เจ้าหน้าที่ผู้คุม และหัวหน้าฝ่ายควบคุมแดนไปก่อนแล้ว ดังนั้นรวมมีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวพันกับเรื่องอื้อฉาว และถูกย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการยังที่อื่นไว้ก่อน รวมทั้งสิ้น 34 คนล่าสุดกรมราชทัณฑ์แจกเอกสารชี้แจง ตามที่มีกระแสข่าวพาดพิงถึงการนำผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลางไปให้บริการเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รวมถึงกระแสข่าวอื่น กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า เนื่องจากปัจจุบันมีกระแสข่าวและภาพประกอบเกิดขึ้นจำนวนมากในโลกโซเชียล ล้วนแต่เป็นภาพที่เกินความจริง และไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์จริง อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดกระแสสังคมในเชิงลบมากยิ่งขึ้น รวมถึงกระแสข่าวการนำผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลางไปให้บริการเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯไม่เป็นความจริง ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ต้องขังคนใดกระทำการดังกล่าวแน่นอน รวมถึงเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อยภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด กรมราชทัณฑ์จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ ถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายการสืบสวนต่อกองคดีความมั่นคงเพื่อดูว่าเข้าลักษณะคดีพิเศษกรณีใด เบื้องต้นมี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหน อย่างไร มีใครเกี่ยวข้อง มีพยานหลักฐานใดยืนยันบ้าง 2.เจ้าหน้าที่คนใดเป็นตัวการหรือช่วยเหลืออำนวยความสะดวก รวมทั้งขยายผลหากมีผู้มีอิทธิพลคนใดช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง 3.กลุ่มหรือเครือข่ายผู้ต้องขังชาวต่างชาติที่ซื้อบริการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องใด พัวพันกับคดีข้ามชาติอื่นอีกหรือไม่ เชื่อว่ามีทรัพย์สินที่หมุนเวียนใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก จะวิเคราะห์จากเส้นทางการเงินเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงประกอบการสืบสวนต่อไปส่วนแนวทางและวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริง เรื่องการพบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ 2560 มาตรา 72 มาตรา 73 ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายใต้การอำนวยการของนายมานพ ชมชื่น อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีแนวทางว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ฉาว นอกเหนือจากกระบวนการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว กรมราชทัณฑ์มอบหมายให้นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าไปดำเนินการจัดระเบียบภายในเรือนจำ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ตรวจค้นจู่โจมอีกครั้ง สิ่งสำคัญคือการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ส่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแนวทางการสืบสวนของดีเอสไอระบุด้วยว่าการตรวจสอบเส้นเงินอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เพราะต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่ล้วนใช้บัญชีม้า หรือนอมินีรับเงินแทนตัวเอง ส่วนพฤติกรรมส่วนตัวของอดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯที่ชื่นชอบเดินทางไปมาเก๊านั้น สามารถใช้ตรวจสอบคู่ขนานกับข้อมูลเรื่องห้องลับใต้บันไดและเรื่องทุจริตได้ ถ้าหากเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน ก็มีแนวโน้มที่หัวใจสำคัญของการตรวจสอบจะอยู่ที่เรื่องการรับเงินเพื่อนำไปใช้เล่นการพนันหรือไม่ อย่างไร ฉะนั้นแรงจูงใจของการไปมาเก๊าคืออะไร อีกทั้งมีการปรับปรุงสภาพห้องใต้บันไดเกิดขึ้นสมัยนายมานพหรือไม่ ถ้าปรับปรุงยุคนายมานพจริง ต้องขยายดูต่อว่าใช้เงินจากแหล่งใด เพราะเงินที่จะใช้มีแค่งบประมาณของกรมราชทัณฑ์ หรือเงินพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังของกองพัฒนาพฤตินิสัย (กพน.) ถ้าไม่ใช่เงินจากราชการต้องดูว่า เป็นเงินจากผู้ต้องขังจีนเทาหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่