เพลิงเผาโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าว โรงสีดังอ่างทอง พนักงานหนีตายบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงและโฟมเข้าสกัดเปลวไฟท่ามกลางเสียงระเบิดดังสนั่นและกลุ่มควันลอยเต็มท้องฟ้า ก่อนเข้าไปปิดวาล์วถังสารเคมีที่ใช้สกัดน้ำมันรำข้าว ใช้เวลาดับไฟนานกว่า 5 ชม. แต่ยังต้องฉีดน้ำหล่อเย็นลดอุณหภูมิป้องกันไฟคุกรุ่นเพลิงไหม้โรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวเสียหายวอด พนักงานได้รับบาดเจ็บ 3 คน เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 พ.ย. พ.ต.ต.ประสิทธิ์ คงนายศ สว. (สอบสวน) สภ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงสีอ่างทองธัญชาติ ริมถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 2 ต.หลักฟ้า ไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายจิรายุท อาญาเมือง ปลัดอำเภอไชโย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอ่างทองที่เกิดเหตุเป็นโรงสีขนาดใหญ่ จุดเกิดไฟไหม้อยู่ในส่วนโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าว ห่างจากโรงสีและโกดังเก็บข้าวเล็กน้อย เพลิงลุกไหม้โรงงานอย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดดังขึ้น กลุ่มควันลอยปกคลุมท้องฟ้า สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงพื้นที่ใกล้เคียงไปช่วยฉีดน้ำดับไฟ แต่ภายในโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวมีสารเคมีและน้ำมันรำข้าวจำนวนมาก ต้องใช้โฟมและสารเคมีดับเพลิงป้องกันไม่ให้ลามไปยังโรงสี ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. จึงควบคุมเพลิงไว้ได้นายจิรายุท อาญาเมือง ปลัดอำเภอไชโย เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่ยังต้องคอยฉีดน้ำและสารเคมีหล่อเลี้ยงไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้และประเมินความเสียหาย อย่างไรก็ตามช่วงเกิดเหตุทราบว่ามีพนักงานในโรงงานที่มีประมาณ 20 คน ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 1 คน ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลไชโยต่อมานายไพบูลย์ ศุภบุญ รอง ผวจ.อ่างทอง พร้อมด้วยนายบรรจง โพธิวงค์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทองลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นายไพบูลย์เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้แล้วและปิดวาล์วเก็บสารออกซีเฮกซอนถังใหญ่เพื่อป้องกันสารเคมีรั่วไหลและระเบิดเพิ่มเติม และประสานขอโฟมดับเพลิงจากหน่วยงานทั้งในพื้นที่ จ.อ่างทอง และ จ.พระนคร ศรีอยุธยา เพื่อใช้ดับสารเคมีที่ใช้สกัดน้ำมันรำข้าวด้านนายบรรจง โพธิวงค์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่าบางจุดยังมีแสงไฟและกลุ่มควัน ยังต้องใช้น้ำหล่อเย็นควบคุมอุณหภูมิ และใช้โฟมควบคุมเพลิงอยู่ เบื้องต้นสารเคมีที่อยู่ด้านนอกสามารถควบคุมได้ คาดว่าไม่น่ามีปัญหา หากเพลิงสงบหมดแล้วจะเข้าประเมินว่ายังเหลือสารเคมีในถังใหญ่อีกเท่าไหร่ คาดว่าน่าจะไม่เกิน 1,500 ลิตรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่