10 พฤศจิกายน 2025 กระทรวงศึกษาธิการจีนออกมาตรการใหม่ 10 ข้อ ห้ามครูร่วมกิจกรรมหรือมีภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องการเรียนการสอน10 ปีที่ผ่านมา จีนปฏิรูปการศึกษาเข้มข้น 1.ลดการแข่งขันในระดับพื้นฐาน 2.ให้การศึกษาอาชีวะเทียบเท่ามหาวิทยาลัย 3.เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และ 4.ตอกย้ำค่านิยมรักชาติผมมีญาติเปิดโรงเรียนสอนพิเศษที่นครหนานหนิงและเคยเดินทางไปดูการสอนพิเศษที่นั่น พบว่านักเรียนที่มีเงินมาเรียนพิเศษส่วนใหญ่เป็นลูกคนรวย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูง พวกที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐได้ ล้วนมาจากโรงเรียนสอนพิเศษแทบทั้งสิ้น24 กรกฎาคม 2021 สำนักงานกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสำนักงานคณะรัฐมนตรีจีน ออกคำสั่งชวงเจี้ยน คำนี้แปลเป็นไทยก็คือ ‘ลดภาระสองด้าน’ หมายถึงลดการบ้านของนักเรียน และงดการกวดวิชาก่อนหน้าที่จะประกาศนโยบายชวงเจี้ยน ตลาดกวดวิชาจีนมีขนาดใหญ่กว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมากกว่างบประมาณประเทศไทยที่รัฐบาลไทยทุกกระทรวงทบวงกรมใช้กันทั้งปี คือมากถึง 4 ล้านล้านบาทจีนออกกฎหมายใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2021 ให้สถาบันอาชีวะชั้นสูงที่ผ่านเกณฑ์เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีประยุกต์ เปิดสอนปริญญาตรีด้านอาชีวะได้ และให้ผสม ผสานอุตสาหกรรมกับการศึกษา คนที่จะเป็นครูที่สอนอาชีวะจะต้องมีทั้งความรู้ด้านวิชาการและมีประสบการณ์ปฏิบัติอีกเรื่องหนึ่งที่จีนมุ่งมั่นก็คือ ‘ชู่จื้อเจี้ยวอวี่’ ที่หมายถึงการศึกษาดิจิทัล ภายใต้ความเชื่อที่ว่า ‘ชู่จื้อเจี้ยวอวี่ เจิ้งไจ้ ไก่เปี้ยน ซื่อเจี่ย’ ที่หมายถึงการศึกษาเชิงดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงโลก นักเรียนประถมและมัธยมจีนต้องเรียนเรื่องคอมพิวเตอร์ สมาร์ตบอร์ด อินเตอร์เน็ต ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัยด้านข้อมูล จริยธรรมการใช้ปัญญา ประดิษฐ์ และมีแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้นักเรียนจีนเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับแต่ละคน24 ตุลาคม 2023 จีนผ่านกฎหมายการศึกษาเพื่อความรักชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2024 กฎหมายนี้มีทั้งหมด 40 มาตรา นอกจากความรักชาติแล้ว ยังมีเป้าหมายด้านความเป็นเอกภาพของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความซื่อสัตย์ต่อพรรคและระบบสังคมนิยมจีน ที่เพิ่มเติมเข้าไปมากขึ้นก็คือ จีนปรับเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์ให้เน้นเรื่องศตวรรษแห่งการถูกดูแคลนการศึกษาสำคัญสำหรับอนาคตของประเทศชาติบ้านเมือง ประเทศที่ผู้บริหารและนักการเมืองไม่สนใจเรื่องการปฏิรูปการศึกษา หรือปฏิรูปแบบสร้างภาพแต่ไร้เนื้อแท้ อีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศนั้นจะเผชิญกับ...เศรษฐกิจหยุดนิ่ง ทั้งประเทศเต็มไปด้วยแรงงานไร้ทักษะ คนรุ่นใหม่ขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ ไม่สามารถสร้างนวัตกรรมเองได้ เศรษฐกิจติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง พลเมืองส่วนใหญ่ยังทำงานซ้ำๆ ได้รับค่าจ้างน้อยความเหล่ือมล้ำจะขยายตัวรุนแรง คนที่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจะยิ่งรวยขึ้น คนที่ผ่านระบบการศึกษาคุณภาพต่ำจะถูกทิ้งอยู่ข้างหลังและจะยิ่งยากจนลง ความเหลื่อมล้ำนี้จะกลายเป็นความแตกแยกทางสังคม และนำไปสู่ความไม่สงบ หรือถ้าเลวร้ายอย่างมากก็คือ เผชิญกับสถานะสิ้นชาติได้ง่ายคนที่ขาดทักษะและยากจนจะวนอยู่กับปัญหาทางเศรษฐกิจ และไม่มีความสงบเพียงพอที่จะแยกข้อเท็จจริงออกจากการโฆษณาชวนเชื่อ ประเทศจะตกอยู่ในการชี้นำทางอารมณ์ จะมีแต่ผู้นำพูดดี แต่ไม่ใช่ผู้นำที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติได้เมื่อไม่มีสังคมแห่งความรู้ คนทั้งประเทศจะตกอยู่ในสังคมแห่งความกลัวตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ปัจจุบันผู้สูงวัยมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกประเทศ ถ้าการศึกษาไม่ดี บางประเทศอาจจะเต็มไปด้วยคนแก่ที่ไม่ฉลาดที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เมื่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองเละ คนเก่งที่มีช่องทางก็จะหนีออกนอกประเทศ คนที่ไม่มีศักยภาพในการออกไปอยู่ข้างนอกก็จะต้องทนอยู่กับสังคมที่เหนื่อย เหงา หยุดนิ่ง และไม่มีอนาคตประโยคที่คณะผู้นำจีนพูดกันก็คือ จะต้องไม่ปล่อยให้อนาคตของชาติเน่าเปื่อยอย่างช้าๆ ด้วยการปฏิรูปการศึกษาเสียแต่เดี๋ยวนี้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม