“ผู้ช่วยก้อง” ส่งหนุมานกองปราบคุมตัว “เฉอ จื่อเจียง” เจ้าพ่อชเวโก๊กโก่ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนส่งกลับรับโทษที่จีน แฉอยู่เบื้องหลังแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ เปิดเว็บพนัน-พัวพันกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ เผยระหว่างถูกคุมขังอ้างเป็นคน 2 สัญชาติ พยายามอุทธรณ์ขอศาลกลับไปรับโทษที่กัมพูชาแต่ไม่สำเร็จ ด้าน “บิ๊กกบ” ผบช.ไซเบอร์ เร่งประสานตำรวจสากลขอหมายแดงจับ “ลี ยงพัด” หลังพบปรากฏตัวพร้อม “ก๊ก อาน” ในพิธีเปิดสนามบินเตโชที่กัมพูชา ย้ำไม่ได้ดำเนินการล่าช้า การรวบรวมพยานหลักฐานต้องทำให้ชัดเจนไทยส่งกลับ “เจ้าพ่อชเวโก๊กโก่” ไปรับโทษที่ประเทศจีน เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 12 พ.ย. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะรอง ผอ.ศปอศ.ตร. นำชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ควบคุมตัวนายเฉอ จื่อเจียง ชาวจีน บุคคล 2 สัญชาติ จีน-กัมพูชา จากเรือนจำกลางคลองเปรมไป สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า) อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อส่งตัวกลับประเทศจีน ตามคำสั่งศาลและตามสนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ. 1993 โดยเครื่องบินจะออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 16.20 น. วันเดียวกันนายเฉอถูกจับตามความผิดฐานเปิดบ่อนกาสิโนโดยมิชอบด้วยกฎหมายจีน เนื่องจากอยู่เบื้องหลังเว็บพนันรายใหญ่ เขตเศรษฐกิจพิเศษสุ่ยโกกู่ หรือชเวโก๊กโก่ ในประเทศเมียนมา โดยทางการจีนออกหมายจับเมื่อวันที่ 4 ก.พ.64 ข้อหาจัดตั้งและบริหารเว็บไซต์การพนันออนไลน์ข้ามชาติ, ฟอกเงิน จากกิจกรรมผิดกฎหมาย และร่วมกันจัดตั้งขบวนการอาชญากรรม และใช้ประเทศเมียนมาเป็นฐานตั้งบริษัทบังหน้าทำธุรกิจพนันออนไลน์ข้ามชาติ เงินหมุนเวียนกว่า 280 ล้านหยวน และฟอกเงินออกต่างประเทศกว่า 150 ล้านหยวนทันทีที่มาถึง สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า) นายเฉอ จื่อเจียง ถูกคุมตัวลงมาจาก รถกองปราบปรามเข้าไปในอาคาร มีชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานบางส่วนยืนรักษาความปลอดภัยอยู่โดยรอบเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามนายเฉอ “ต้องการจะพูดอะไรหรือไม่” และ “มีความรู้สึกอย่างไร” แต่นายเฉอไม่ตอบคำถาม และหันมามองผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และนายจ้าว เมิ่งเทา ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง สถานทูตจีน ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย พล.ต.ท.จิรภพเผยว่า ทางการจีนได้ขอความร่วมมือมา ทางการไทยร่วมมือเป็นอย่างดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จับกุมผู้ต้องหารายนี้ และวันนี้สามารถส่งตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนได้ นอกจากนี้ ทางการจีนยังให้ความเชื่อมั่นว่าจะยกระดับในการช่วยกันแก้ไขปัญหาสแกมเซ็นเตอร์ที่จะร่วมมือกับไทย ปราบปรามให้จริงจังและมากขึ้น สำหรับผู้ต้องหารายนี้ให้การปฏิเสธเรื่องสแกมเมอร์ แต่จากข้อมูลพบว่าเป็นผู้สร้างชเวโก๊กโก่ สร้างกาสิโนทั้งแบบออนกราวด์และออนไลน์ และในพื้นที่ที่เขาสร้างเป็นพื้นที่ที่อยู่ของสแกมเมอร์จำนวนมาก จัดเป็นผู้มีอิทธิพลในชเวโก๊กโก่ สนิทสนมกับผู้นำท้องที่ที่อยู่บริเวณนั้น เป็นคนที่มีศักยภาพพอสมควร มีการจ้างทนายร้องศาลต่อสู้คดีไม่อยากกลับไปประเทศจีนพล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า จากการสืบสวนพบว่าหลายคนที่เป็นคนไม่ดีจะไปขอสัญชาติ 2-3 สัญชาติ มีทั้งประเทศกัมพูชาและประเทศอื่นๆ ถ้าจ่ายเงินแล้วก็ได้สัญชาติมา เมื่อจะถูกส่งตัวกลับจะพยายามต่อสู้คดี อยากกลับไปที่กัมพูชามากกว่ากลับไปจีน วันพรุ่งนี้ตนจะเดินทางไปประเทศจีนเพื่อประชุมหารือว่าจะร่วมกันปราบปรามสแกมเมอร์ได้อย่างไร จากการสืบสวนยังมีอีกหลายคนที่เป็นคนจีนที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่กัมพูชา ทางการของประเทศต่างๆมีอำนาจที่จะเข้าไปด้านในแต่พยายามใช้การเจรจากดดัน ต้องหาวิธีเข้าไปจัดการเรื่องนี้ในประเทศต่างๆได้ด้าน นายจ้าว เมิ่งเทา ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ทั้งตำรวจ ฝ่ายยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญส่งกลับประเทศจีนตามที่ทางการจีนร้องขอ ยืนยันว่า ทางการจีนพร้อมร่วมมือกับประเทศไทยและนานาประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบอย่างจริงจังนายเฉอ จื่อเจียง เมื่อวันที่ 12 ม.ค.63 ถือหนังสือเดินทางกัมพูชาเข้าไทยด้วยวีซ่า Thailand Privilege Card เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. ได้เพิกถอนวีซ่าในไทย ตาม ม.12 (7) ต่อมาวันที่ 11 พ.ค.64 จีนยื่นคำร้องต่อ INTERPOL ออกหมายแดงเพื่อจับกุมนายเฉอ จื่อเจียง กลับไปดำเนินคดีที่จีน จากนั้นวันที่ 12 ส.ค.65 ทางการจีนส่งคำร้องประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ขอให้จับกุมนายเฉอ จื่อเจียง และรอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยวันที่ 31 ส.ค.65 อัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน หมายจับศาลอาญา ที่ 565/2565 ลงวันที่ 31 ส.ค.65 ความผิดฐานเปิดกาสิโนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจับกุมส่งอัยการ ระหว่างพิจารณา ผู้ต้องหาถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมโดยตลอด และอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ขอกลับไปรับโทษที่ประเทศจีน ต่อมาวันที่ 10 พ.ย.68 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น อนุญาตให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด และมีการดำเนินการส่งกลับประเทศจีนในวันนี้บ่ายวันเดียวกัน ที่ บช.สอท.เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ “ลี ยงพัด” หรือนายพัด สุภาภา สมาชิก วุฒิสภาและนักธุรกิจชาวกัมพูชา เจ้าพ่อธุรกิจมืดโอเสม็ด กัมพูชา เกี่ยวข้องขบวนการหลอกลวงทางไซเบอร์และฉ้อโกงประชาชน โดยตำรวจไซเบอร์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปง.ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 36 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ 5 จุด และ จ.ตราด 31 จุด ยึดทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ ห้องชุดคอนโดมิเนียมหรูย่านสุขุมวิท 2 แห่ง 4 ห้อง ราคาตั้งแต่ห้องละ 40-120 ล้านบาท รถเบนซ์ รุ่น G 400 D ราคากว่า 12 ล้านบาท รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด โฉนดที่ดินใน จ.ตราด และเงินสดในธนาคาร 88.2 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาทพล.ต.ท.สุรพลเผยว่า เส้นเงินทั้งหมดที่พบขณะนี้เป็นเพียงเส้นเงินที่ถูกโอนต่อไปยังกลุ่มเครือข่ายชาวจีน 2 คน แต่ยังไม่พบเชื่อมโยงมาถึงบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงในประเทศไทย ส่วนการติดตามจับกุมนายลี ยงพัด และครอบครัว ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายก๊ก อาน ยืนยันว่าตำรวจทำคดีไม่ล่าช้า อยู่ระหว่างประสานกับประเทศกัมพูชา หลังปรากฏภาพทั้งคู่ปรากฏตัวในพิธีเปิดสนามบินเตโช ที่กัมพูชา ประกอบ กับการเร่งประสานตำรวจสากลออกหมายแดงเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ยืนยันว่าแม้ขณะนี้ประเทศไทยและกัมพูชายังมีประเด็นเรื่องความมั่นคง แต่ตำรวจจะดำเนินการในทุกมิตินายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า การติดตามอายัดทรัพย์ทั้ง 2 เครือข่าย ปปง.ได้ออก 4 คำสั่งอายัดทรัพย์เครือข่ายก๊ก อาน เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดฉ้อโกงผ่านออนไลน์ในหลายพื้นที่รวมทั้งหมดกว่า 600 ล้านบาท แบ่งเป็นคดีเก่า 200 ล้านบาท และคดีล่าสุดกว่า 400 ล้านบาท มีกรอบระยะเวลาให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงภายใน 90 วัน ผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติสามารถตั้งตัวแทนให้เป็นผู้เข้าชี้แจงได้ หากไม่เข้าชี้แจงหรือไม่สามารถชี้แจงข้อมูลได้ ศาลแพ่งจะพิจารณา อายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่ตรวจยึดมาได้เป็นของแผ่นดินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่