วันนี้ผมขอเกาะกระแสฟุตบอลนักเรียนช่อง 7 สี นัดชิงแชมป์ปี 2568 ระหว่างทีม “หมอนทองวิทยา” กับทีม “อบจ.ชัยนาท” ที่โด่งดังในโลก “ออนไลน์” ก่อนจะทะลักออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เรียกแฟนบอลไปดูสดกว่า 3 หมื่นคน (+เข้าไม่ได้อีกหลายพันคน) ที่สนามศุภชลาศัย สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่วงการฟุตบอลไทย...อีกสักวันนะครับเพราะแม้ฟุตบอลจะจบลงไปแล้ว...แต่ก็ยังมีเรื่องราวและเรื่องเล่าตามมาอีกหลายๆประเด็น...รวมทั้งเรื่องของทีม โรงเรียน อบจ.ชัยนาท ที่แฟนๆพูดถึงน้อยมากก่อนการแข่งขันแต่ทันทีที่ชนะแล้วคณะกรรมการจัดการแข่งขันประกาศตำแหน่งผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประจำแมตช์ที่คณะกรรมการใช้คำว่า MVP (Most Valuable Player) เท่านั้นแหละทางฝ่าย โรงเรียน อบจ.ชัยนาท ก็มี “สตอรี่” หรือ “เรื่องเล่า” ขึ้นมาทันทีเหตุเพราะนักเตะหมายเลข 10 ที่ชื่อ พายัก สีพะนม ผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว และเป็น “กัปตัน” ของทีม อบจ.ชัยนาทด้วยนั้น เป็นนักเตะจาก สปป.ลาว เคยติดทีมชาติชุดเยาวชนของลาวมาแล้ว แถมยังมีข่าวว่า เขาจะได้ร่วมเตะใน “ทีมชาติลาว” ชุดที่จะมาแข่งขันในกีฬาซีเกมส์บ้านเราปลายปีนี้ด้วยแต่ที่ พายัก สีพะนม อายุ 17 ปี ได้มาเล่นให้กับ อบจ.ชัยนาท ก็เพราะเป็นบุตรของพ่อแม่ชาวลาวจากแขวงคำม่วน ที่มาทำงานที่จังหวัดจันทบุรี จึงมีโอกาสได้เข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาที่จันทบุรี และเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ...ต่อมาโค้ชของ อบจ.ชัยนาท เห็นแววจึงให้มาเรียน ม.1 ที่ชัยนาทเป็นนักเตะของทีมโรงเรียนมาโดยตลอด... ปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้วในขณะที่ชาวลาวทั้งที่มาทำงานในประเทศไทยและที่อยู่ในประเทศตนเอง กำลังภูมิใจและดีใจสุดๆที่ “ผลิตผล” ของประเทศ เขากลายมาเป็นดาราดวงเด่นของฟุตบอลนักเรียนช่อง 7 สีปีนี้...เจ้าหนุ่ม พายัก สีพะนม ซึ่งผู้สื่อข่าวเรียกชื่อเล่นเขาว่า “น้องบิ๊ก” ก็ให้สัมภาษณ์อย่างซื่อๆจากใจตัวเขาเองว่า เขาอยากได้สัญชาติไทยและเตะฟุตบอลให้กับทีมชาติไทยกลายเป็น “ดราม่า” ข้ามโขง ณ นาทีนั้นแม้เสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือ “คอมเมนต์” ทางออนไลน์ลาวส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะยังเต็มไปด้วยความภูมิใจ และเข้าใจที่เขาให้สัมภาษณ์เช่นนี้เพราะเติบโตในประเทศไทยมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกนึกคิดก็ย่อมจะเอนเอียงมาทางประเทศไทยแต่ก็เริ่มมีการ “แซะ” ในทำนองว่าได้ดีแล้วลืมประเทศตนเอง เข้ามาบ้างตามวิสัย “สังคมออนไลน์” ที่ย่อมต้องมี เกรียนคีย์บอร์ด ปะปนอยู่ด้วยเสมอทว่าโดยรวมแล้วบรรดา “อินฟลู” ลาว ซึ่งมีนับ 10 คน ในประเทศไทยยังคงแสดงความชื่นชมพร้อมขอบคุณประเทศไทยที่ให้โอกาสคนลาวในหลายๆเรื่องทั้งด้านการทำงาน การศึกษา และต่อไปก็คงต้องเป็นเรื่องกีฬาอีก จากกรณีของน้องบิ๊กในครั้งนี้หวังว่า “ดราม่า” ของ อบจ.ชัยนาท คงจะจบลงด้วยดี เนื่องด้วยไมตรีจิตมิตรภาพและความรักความเข้าใจระหว่างไทยและลาว ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีมากๆต่อกันมาโดยตลอดส่วน “น้องบิ๊ก” แห่งทีม อบจ.ชัยนาท จะมีโอกาสได้สัญชาติไทยหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไปยาวๆในอนาคตตามกฎหมายไทยนั้น ลูกๆของชาวต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย จะยังไม่ได้สัญชาติไทยโดยกำเนิด...แต่ถือว่ามีสิทธิยื่นขอได้ โดยต้องมีคุณสมบัติอีกหลายๆประการ ตามที่กฎหมายไทยกำหนดไว้เพียงแต่อยากจะฝาก “น้องบิ๊ก” เอาไว้หน่อยเดียวว่า ข้าราชการไทยที่มีหน้าที่ในการพิจารณาให้สัญชาติคนต่างด้าว เขามักมีวิธีการพิจารณาที่แปลกๆอยู่สักหน่อย...คือคนดี คนเหมาะสม มักจะได้สัญชาติไทยย๊ากยาก...ตรงข้ามกับพวก “เทาๆ” มักจะได้รวดเร็วโปรดรับรู้ความจริงข้อนี้ไว้ด้วยเด้อบิ๊กเอ้ยจะได้ไม่ท้อใจเมื่อน้องยื่นขอสัญชาติไทยในวันใดวันหนึ่งข้างหน้าโน้น!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม