อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยคลั่งยิงลูกเมียและตัวเองดับสลด 3 ศพ ยังไม่ทราบสาเหตุ แม่บ้านทำความสะอาดคนพบศพเผยไม่เคยเห็นลูกเมียมาที่บ้าน ส่วนพ่ออดีตตำรวจยศ พ.ต.อ. อาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจเพิ่งเสียชีวิตทำเจ้าตัวไม่นอนมาหลายวัน แถมก่อนหน้า 2 วันก่อนพบศพไปแจ้งความตำรวจปืนหาย 3 กระบอก แต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อและเดินออกจากโรงพักโดยไม่ทราบสาเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนคนใกล้ชิดหาสาเหตุเหตุสลดครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.08 น. วันที่ 21 ต.ค.68 ร.ต.ท.พัฒนเศรษฐ เลิศศราวุธ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางกอกน้อย รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 3 ศพที่บ้านเลขที่ 605/1-2 ภายในตลาดศาลาน้ำเย็น ถนนสุทธาวาส แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมสิทธิ์ สันทัสนะโชค ผกก.สน. บางกอกน้อย พ.ต.ท.ปริญญา เทียนทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.นุสรณ์ อ้นน้อย รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุอยู่ข้างวัดสุทธาวาส เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา หน้าบ้านเขียนป้ายชื่อ พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ สุชาคำ ที่พื้นบ้านชั้น 3 ห้องโถงนั่งเล่นพบศพพ่อแม่ลูกนอนเรียงราย 3 ศพ ศพแรกคือ ด.ญ.กัญญกร สุชาคำ อายุ 9 ขวบ นอนหงายสวมชุดนอนเสื้อยืดแขนยาว กางเกงขายาว ลายการ์ตูนสีขาว-ม่วง-ชมพู ถูกยิงด้วยปืน 9 มม. ที่แก้มซ้ายทะลุศีรษะ 1 นัด ถัดไปเป็นศพนางสิริลักษณ์ มัณฑนาจารุ อายุ 42 ปี นอนคว่ำหน้ากอดขาลูกสาวสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายดอกสีขาว-ม่วง-น้ำเงิน กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันที่ท้ายทอยทะลุด้านหน้า 1 นัด ที่หน้าอก 2 นัดทะลุหลัง รวม 3 นัด ศพสุดท้ายนายกนณธร สุชาคำ อายุ 39 ปี ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนักกีฬายิงปืนรณยุทธทีมชาติไทย และเป็นลูกชาย พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ สุชาคำ อดีตตำรวจเกษียณอายุราชการ (ตำรวจภูธรภาค 7) และยังเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจอีกด้วย สภาพนอนหงายศีรษะหนุนต้นขาภรรยา สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีเทา ถูกยิงที่หน้าผากทะลุศีรษะด้านหลัง 1 นัด เหนือศีรษะนายกนณธร พบปืน 9 มม.ตกอยู่เก็บไว้เป็นหลักฐานสอบสวนนางบุษบงค์ มีคุณสุต อายุ 50 ปี ผู้พบศพคนแรกกล่าวว่า เป็นแม่บ้านของที่นี่ ทำงานแบบมาเช้าเย็นกลับ ก่อนเกิดเหตุเวลา 09.00 น. เข้ามาทำความสะอาดบ้านตามปกติ พบทั้ง 3 คน นอนอยู่มีเลือดออกไม่ทราบสาเหตุ รีบโทร.ไปแจ้งนางอุบล สุชาคำ อายุ 70 ปี แม่นายกนณธรพักอาศัยคอนโดแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ แม่เจ้าของบ้านไม่กล้าเข้าไปจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางกอกน้อยมาตรวจสอบนางบุษบงค์กล่าวอีกว่า บ้านหลังนี้ส่วนใหญ่จะเห็นแต่นายกนณธร ไม่ค่อยเห็นลูกและภรรยา ส่วนเจ้าของบ้านคือ พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ เป็นบิดา เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ทราบว่านายกนณธรเครียดไม่ได้นอนมาหลายวันหลังบิดาเสียชีวิต รวมทั้งไม่ทราบว่าลูกและเมียนายกนณธรใช้ชีวิตอย่างไร เพราะทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้ เช่นเดียวกับเวลาเกิดเหตุไม่ทราบเนื่องจากเมื่อวานมาทำความสะอาดแล้วกลับเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ขณะนั้นยังไม่พบเหตุการณ์ที่ผิดปกติจากการสอบสวนเพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ทราบว่าเจ้าของบ้านเป็นตำรวจ ส่วนนายกนณธร ลูกชายชอบเก็บตัวเงียบในบ้านไม่เคยสุงสิงพูดคุยด้วย ในอดีตมักได้ยินเสียงปืนดังขึ้นในบ้านหลายครั้ง หลังจากที่พ่อเป็นอดีตตำรวจเสียชีวิต ไม่เคยได้ยินเสียงปืนอีกเลย นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา นายกนณธรไปแจ้งความที่ สน.บางกอกน้อยว่า ปืนหาย 3 กระบอก พอแจ้งความเสร็จยังไม่ได้ลงชื่อเดินกลับออกไปทันทีไม่ทราบสาเหตุเบื้องต้นตำรวจคาดว่านายกนณธรมีอาการเครียด คลุ้มคลั่งยิงลูกสาว ภรรยา และยิงตัวตายตาม ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนคนในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดเพื่อหาสาเหตุแท้จริงของการก่อเหตุครั้งนี้ และให้อาสาสมัครมูลนิธินำศพทั้ง 3 ราย ส่งชันสูตรที่ รพ.ศิริราช ประสานญาติรับศพนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่