การบรรลุความเข้าใจร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ นิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเอาไว้ เบื้องต้น 1.ให้มีการหยุดยิงทันที 2.จัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างหัวหน้าหน่วยทหารในภูมิภาค และ 3.จัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ General Border Committee (GBC) โดยกำหนดให้เริ่มยึดข้อตกลงดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาปรากฏว่า ข้อ 1 และข้อ 2 ไม่เป็นไปตามข้อตกลงร่วม ละเมิดข้อตกลงทุกข้อ ขณะเดียวกัน กัมพูชา ได้พยายามสร้างสตอรีต่อความสูญเสียการละเมิดข้อตกลง เกิดจากฝ่ายไทย ผ่านการสื่อสารที่เป็นระบบหลายภาษา ผ่านการเคลื่อนไหวของอินฟลูเอนเซอร์ชาติต่างๆ ผ่านการเคลื่อนไหวของคนกัมพูชาที่อยู่ในต่างประเทศที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่องและผ่านองค์กรสากล สื่อนานาชาติ ล้ำหน้าไทยอยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญที่สุดการดำเนินมาตรการทางการทูตของกัมพูชา วางกลยุทธ์ไว้เป็นขั้นเป็นตอน เช่น ผู้นำกัมพูชาเดินทางไปพบผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐฯ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศสและมาเลเซีย ด้วยตัวเองก่อนที่ทรัมป์จะกดดันให้มีการหารือหยุดยิงที่มาเลเซีย (โพสต์ล่าสุดของทรัมป์ยืนยันว่ายังยึดเส้นตายภาษีนำเข้า 1 ส.ค.)ต้องยอมรับว่า เราถูกกดดันให้เดินตามเกมของกัมพูชาในทุกด้านในขณะที่กลไกและองคาพยพภายในประเทศอยู่ในภาวะเกือบจะล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การเมืองการปกครอง และภาวะผู้นำ ซึ่งเกิดจากสนิมเนื้อใน เป็นต้นเหตุ ส่วนปลายเหตุที่รัฐบาลพยายามจะเพ่งเล็งไปที่สื่อ ก็ควรจะพิจารณาว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร เพราะรัฐบาลไว้วางใจเฉพาะสื่อที่ซื้อเอาไว้ เฉพาะสื่อที่รัฐบาลสามารถจะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ เพื่อให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารตามที่ต้องการและปกปิดความจริงหรือไม่การที่สื่อออกมานำเสนอข่าวตรงไปตรงมา หรือรอบด้านก็ไม่ได้แปลว่า ไม่รักชาติ หรือ ไปเข้าข้างกัมพูชา และการนำเสนอข่าวแบบตรงไปตรงมาก็ไม่ได้หมายความว่าสื่อไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐบาล หรือการที่สื่อเห็นด้วยกับนโยบายกองทัพ สดุดีวีรกรรมของทหารที่เสียสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยเอาไว้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าข้างกองทัพมากกว่ารัฐบาลที่คนไทยเคยตั้งคำถาม มีทหารเอาไว้ทำไม และคนไทยเริ่มตั้งคำถามว่า มีรัฐบาลเอาไว้ทำไม ต้องถามว่า ครม. สส. สว. เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบและตระหนักถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากสงครามชายแดนครั้งนี้อย่างจริงใจแค่ไหน เคยนัดประชุมร่วมพิเศษระดับชาติหรือแสดงความเป็นปึกแผ่นของชาติในยามวิกฤติ เคยแสดงสปิริตความรับผิดชอบกับวิกฤติประเทศ โดยการลาออก หรือเคยคิดจะสละเงินเดือนเพื่อเอาไปช่วยเหลือแนวหน้าเหมือนอย่างที่ชาวบ้านช่วยกันในตอนนี้บ้างหรือไม่ บ้านเรามีแต่คนฉวยวิกฤติเป็นโอกาส สร้างสัญลักษณ์ว่ารักชาติในยามคับขันแต่อีกด้านโกยประโยชน์จากชาติไปเยอะ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม