ผมเขียนบทความนี้บ่ายวันเสาร์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 แถลงว่า ณ เวลา 12.00 น. วันเสาร์ที่ 26 ก.ค. การสู้รบยังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง มีการเติมกำลังทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะพื้นที่ ช่องบก ช่องอานม้า ซำแต ช่องตาเฒ่า ปราสาทตาควาย และ กลุ่มปราสาทตาเมือนธม และตลอดบ่ายวันที่ 25 ก.ค. กัมพูชาระดมยิงด้วยปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด จรวด BM–21 ทหารไทยได้ตอบโต้อย่างเท่าเทียม และใช้กำลังทางอากาศยิงทำลายเป้าหมายที่ช่องอานม้า ภูผี ช่องตาเฒ่า ช่องบันไดหัก ที่ ภูมะเขือ สามารถยึดควบคุมพื้นที่ตามแนวเส้นปฏิบัติ 1 ต่อ 50,000 ของเราไว้ได้ทั้งหมด ส่วน พื้นที่ปราสาทตาควาย ยังพยายามผลักดัน แต่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้กำลังใกล้โบราณสถานสรุปการรบสองวันที่ผ่านมา ไทยสามารถยึดพื้นที่คืน ได้เกือบหมดแล้วกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ก็แถลงว่า ได้เปิดปฏิบัติการผลักดันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ฝ่ายกัมพูชาบุกรุกเข้ามาในเขตแดนประเทศไทย ผิดข้อตกลงและละเมิด MOU43 ครอบคลุมพื้นที่แนวชายแดน 4 จุดในจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ อ.ตาพระยา 2 จุด อ.โคกสูง 2 จุด ผลการปฏิบัติ สามารถผลักดันกำลังฝ่ายกัมพูชาจากพื้นที่ทั้ง 4 ได้เรียบร้อย โดยไม่มีรายงานการปะทะหรือความเสียหายใดๆ ขณะนี้กองกำลังบูรพาได้จัดวางกำลังเข้าควบคุมพื้นที่และตรึงแนวชายแดนทั้งหมด เพื่อป้องกันการรุกล้ำและรักษาอธิปไตยของประเทศ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและการรักษาความสงบเรียบร้อย และพร้อมเปิดช่องทางเจรจา หากฝ่ายกัมพูชาประสงค์จะแก้ไขปัญหาทางการทูตผมได้เขียนไปเมื่อวันเสาร์ว่า “ต้องสั่งสอนฮุน เซน ให้เข็ดหลาบ” โดยใช้ กองทัพอากาศทำลายศักยภาพทางทหารของกัมพูชา ตัดไฟ ตัดเน็ต ตัดเสบียง เพื่อจบการรบครั้งนี้ให้เร็วที่สุด ลดทอนความเสียหายทางเศรษฐกิจระยะยาว ให้บทเรียนฮุน เซน ที่บังอาจรุกลํ้าอธิปไตยของไทย ยิงปืนใหญ่จรวดเข้ามาฆ่าคนไทยในแผ่นดินไทย จะมีเรื่องส่วนตัวกับใครว่ากันอีกทีการแถลงข่าวครั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งเตือนคนไทย ให้ระมัดระวังภัยจาก “ขีปนาวุธ PHL–03 ของกัมพูชา” ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่สามารถยิงพร้อมกันหลายลูก มีรัศมีการยิงไกลถึง 130 กม. สามารถทำลายที่หมายทางยุทธศาสตร์และที่ตั้งกำลังทหาร แต่กองทัพได้เตรียมรับสถานการณ์ไว้แล้ว และมีเครื่องมือทำลายขีปนาวุธชนิดนี้ กองทัพไทยน่าจะส่งเครื่องบินรบเอฟ–16 ไปถล่มทำลายฐานที่ตั้งขีปนาวุธเขมรเสียเลย จะได้หมดห่วงกองทัพภาคที่ 2 ยังได้แจ้งเตือน การใช้สื่อโซเชียล ขอความร่วมมืองดถ่ายภาพและแชร์ภาพยุทโธปกรณ์ทหารและระบุที่ตั้ง ระมัดระวังการโพสต์ข้อมูลต่างๆเพราะมีข้อมูลว่า ฝ่ายตรงข้ามมีขีดความสามารถในการหาพิกัดที่ตั้งจากการโพสต์และแชร์ข้อมูลในสื่อโซเชียล ด้วยระบบ OSINT (Open-Source Intelligence) หรือ “ข่าวกรองจากแหล่งเปิด” ระบบนี้จะ สแกนข้อมูลจากการโพสต์ในแพลตฟอร์มและเว็บไซต์ต่างๆที่เป็นข้อมูลเปิด แล้วประมวลผลเพื่อชี้ภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น การโพสต์ที่ตั้งทางทหารเท่ากับเป็นการบอกจุดพิกัดให้กัมพูชาเมื่อวันเสาร์ พรรคประชาชน ได้เสนอให้ รัฐบาลเพื่อไทย ฟ้อง ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และ ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ต่อ ศาลอาญาระหว่างประเทศ ในฐานะ “อาชญากรสงคราม” เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของคนไทย โดยใช้กลไกระหว่างประเทศอย่างผู้มีอารยะ ฮุน เซน ได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียส่วนตัว ยืนยันว่าตนเป็นผู้บัญชาการโจมตี ส่งผลให้พลเรือนไทยเสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมทั้งเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลผมเห็นด้วยกับ “พรรคประชาชน” ที่เสนอให้เปิดเกม “นิติสงคราม” กับผู้นำกัมพูชาด้วย และถือเป็นการวัดใจสองพ่อลูก คุณทักษิณ ชินวัตร และ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร จะกล้ายื่นฟ้อง ศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อเอาผิดสองพ่อลูก ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต ในฐานะ อาชญากรสงคราม หรือไม่ ท่ามกลางข้อกังขาว่าการสู้รบครั้งนี้เกิดจากปัญหาของคนสองตระกูลนี้."ลม เปลี่ยนทิศ"คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม