พอได้ยินใครๆบอกจะไปล่าแสงเหนือ ที่ไอซ์แลนด์ คุณแฮงก์–พงศกร เอี่ยมองค์ ซึ่งไปมาแล้ว จะบรรยายละเอียดยิบ ชนิดการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ขาดรายได้ไปเลย เพราะคนชอบเที่ยวสบายหลายคนเปลี่ยนใจ ส่วนอีกหลายคนรีบจัดทริป เน้นลุยตาม ที่ คุณแฮงก์ ซึ่งเป็นแนวสุขนิยมสุดๆ ชีวิตห่างไกลกับการเที่ยวชมธรรมชาติ และผจญภัย ต้องไปไอซ์แลนด์ เพราะถูกเพื่อนชวน (หลอก) กับได้ยินใครๆพูดถึงดินแดนนี้ จึงคิดว่าเป็น Once in a lifetime พอ คุณก้อย– ณัฏฐวรรณ ธรรมศิริ ซึ่งชอบ Adventure และมี bucket list ว่าชาตินี้ต้องไปไอซ์แลนด์ ชวนปั๊บ คุณแฮงก์ ซึ่งแค่อยากไปคุยไปหัวเราะเล่นกับเพื่อนๆจึงตกลงทันที เพราะเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท 30 ปี ไปไหนไปกัน ไม่ต้องถามเยอะ และตกลงกันว่าต้องจัดทริปทุกปี แต่พบว่ายิ่งแก่ ยิ่งหาวันว่างตรงกันยาก จึงให้ คุณก้อย ซึ่งทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นคนกำหนด เวลา คุณก้อย มีวันลายาวๆ ส่วน คุณน้ำ–สลิล มาดามคนสวยของ สาระ ล่ำซำ ไม่มีปัญหาเวลา เพราะ คุณป้อง–สาระ ตามใจ และสนับสนุนให้เที่ยวทั่วโลกอยู่แล้ว ฝ่าย คุณแฮงก์ ซึ่งเป็นบิ๊กบอส นิวเคมบริดจ์ (ประเทศไทย) สถาบันภาษาเฉพาะทาง IELTS และร้านอาหารหลายแบรนด์ อาทิ กิน กิน ซีฟู้ด ที่สร้างชื่อจาก เมนูข้าวผัดปู ก็คล่องตัวเสมอ พอใกล้วันเดินทาง คุณแฮงก์ ถึงเอาโปรแกรมมาดู และแอบตกใจว่าไปค่อนข้างลำบาก แต่ก็ต้องไป โดยบินไปลงออสโลว์ แล้วต่อเครื่องไปเกาะไอซ์แลนด์ จากนั้นเป็นทริปนั่งรถ แบบหลับไป 2 ตื่น พอตื่นมาวิวยังเหมือนเดิมอยู่ ต้องนั่งรถข้ามเกาะ ค่ำไหนนอนนั่น โดยเปลี่ยนที่นอนไปเรื่อยๆ ไกด์พาไปตามที่ท่องเที่ยวธรรมชาติล้วนๆ ทั้งน้ำตก น้ำพุร้อน hot spa ลากูนภูเขา ทะเลทรายสีดำ ภูเขาน้ำแข็ง หน้าผา ทะเลน้ำแข็ง ลำธารน้ำแข็ง สวนป่า ทุ่งหญ้า ทุ่งมอส ฯลฯ ซึ่งอากาศเย็นมาก หิมะตกบ่อย แต่ก็เป็นดินแดนที่มีความแตกต่าง มีทั้งภูเขาไฟและบ่อน้ำร้อน บางวันจึงเดินตากหิมะ เพื่อไปลงบ่อน้ำแร่ร้อน บางทีรถถึงที่หมาย ไกด์ให้เดินขึ้นเขาไป 20 นาที เพื่อไปถ่ายรูปกับน้ำตกบนยอดเขา ซึ่ง คุณแฮงก์ ขอนั่งจิบกาแฟรอในรถ พอนั่งรถไป 3 ชั่วโมง ก็แวะกินข้าวข้างทาง แวะถ่ายรูป แล้วนั่งต่ออีก 3 ชั่วโมง วันที่จะไปดูแสงเหนือ ทางโรงแรมบริการปลุกตอนเที่ยงคืน แต่ คุณแฮงก์ ให้เพื่อนๆไปล่ากัน ตัวเองขอนอนต่อ แต่สักพัก แสงเหนือพาดมาทางโรงแรมพอดี จึงออกไปถ่ายรูป ตาม a must ของทริปนี้ เลยได้ภาพไฮไลต์มาเท่าเทียมทุกคน โดยไม่ต้องไปล่า อีกวันไปถ้ำน้ำแข็ง คุณแฮงก์ ก็จัดเต็ม ใส่เฟอร์เต็มตัว จนไกด์ทักว่า ใส่ชุดนี้ไม่น่ารอด ชุดจะพัง ขอให้ถอดเฟอร์ เปลี่ยนชุดลุยๆ มีหมวกเซฟตี้แบบ rescue หรือ adventure เพราะไม่ใช่ถ้ำน้ำแข็งสวยๆ แบบสวิตฯ ต้องเดินขึ้นเขา แล้วลอดถ้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นถ้ำน้ำแข็งหลายๆถ้ำต่อกัน ไกด์ก็พาเดินๆ แล้วบรรยายไปด้วย ซึ่ง คุณแฮงก์ ก็ไม่สนใจฟัง เพราะมัวห่วงใยโลก ที่เห็นน้ำแข็งละลายเร็ว ซึ่งไกด์บอกว่า จุดนี้เมื่อ 10 ปีก่อน พอลงรถปุ๊บ จะเจอน้ำแข็งเลย แต่นี่ต้องเดินเข้าไปไกล ถึงจะเจอธารน้ำแข็ง ซึ่งก็ละลายคาตา เพราะ global warming เล่าจบ เพื่อนที่อยากไปแต่ลังเล อยากหาว่ามีอะไรจูงใจควรไปบ้าง ก็ได้คำตอบจาก คุณแฮงก์ ซึ่งเป็นนักกิน ว่าร้านอาหารดีๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง เพราะนำเข้าแต่ของดี และติ steak เด็ดมาก และที่คนชอบถ่ายรูปต้องชอบ แม้จะเป็นทริปลุยและมหาโหด (สำหรับคุณแฮงก์) เพราะจะได้ภาพสวยแปลกตา ตาม Landscape ที่เหมือนอยู่บนอีกดวงดาว แบบหนัง sci-fi ซึ่งทำให้ คุณแฮงก์ มีเรื่องถูกใจกับทริปนี้บ้าง ที่ไม่เสียเที่ยวที่เตรียมเสื้อผ้าเริ่ดๆไปเปลี่ยน เพื่อถ่ายรูปวันละ 2 ชุด ตามโลเกชัน ทริปนี้ไปกันไม่กี่คน แต่ขนกระเป๋าไปคนละ 2-3 ใบ จึงต้องเช่ารถบัสเล็กถึงจะใส่กระเป๋าหมด--พอกลับมา คุณแฮงก์ บอก คุณก้อย คุณน้ำ ว่า ชีวิตนี้ขอไม่เที่ยวแบบนี้อีกแล้ว เพราะไม่ใช่แนว และบางทีดูจากยูทูบก็ได้.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม