เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีไลโปโปรตีน (a) < 15 nmol/L อัตราส่วนความเสี่ยงที่ปรับแล้วสำหรับเหตุการณ์ ASCVD ที่เกิดซ้ำในผู้ที่มีระดับสูงกว่าคือ 1.04 ในระดับ 15-79 nmol/L ความเสี่ยง 1.15 (1.12-1.19) ระดับ 80-179 nmol/L, ความเสี่ยง 1.29 (1.25-1.33) ระดับ 180-299 nmol/L และ 1.45 (1.39-1.51) สำหรับ ≥300 nmol/L ผลลัพธ์ในการศึกษามีความคล้ายคลึงกันสำหรับความผิดปกติใน ASCVD ของแต่ละรายการ และในกลุ่มย่อยทางเพศ เชื้อชาติ/ชาติพันธุ์ และภาวะ ASCVD ตั้งแต่ต้น และโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตามการบำบัดด้วยการลดระดับคอเลสเทอรอล LDL ดูเหมือนจะบรรเทาผลของไลโปโปรตีน (a) ≥ 180 nmol/L ซึ่งเด่นชัดที่สุดในผู้ที่ใช้สารยับยั้ง PCSK9 “แม้ว่าการศึกษาขนาดเล็กก่อนหน้านี้จะแสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของเหตุการณ์หลอดเลือดหัวใจสามารถเพิ่มขึ้นได้ภายในช่วงค่า Lp (a) บางช่วง แต่การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของเหตุการณ์หลอดเลือดหัวใจรวมถึงอาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และการผ่าตัดหัวใจยังคงเพิ่มขึ้นในทุกระดับของ Lp (a) ที่เพิ่มขึ้น และไม่มีข้อบ่งชี้ว่าความเสี่ยงจะคงตัว สหรัฐ อเมริกาล้าหลังกว่าประเทศอื่นๆมากมายในการแนะนำให้ผู้ใหญ่ทำการตรวจเลือดแบบง่ายเพื่อวัดระดับ Lp (a) การศึกษาครั้งนี้ยืนยันอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของการพิจารณาระดับ Lp (a) ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เมื่อจะทำการกำหนดความเสี่ยงของบุคคลต่อการเกิดอาการหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต” Katherine Wilemon ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Family Heart Foundation กล่าวปัจจุบันยังไม่มีการอนุมัติยาเพื่อลดระดับไลโปโปรตีน (a) แต่การบำบัดที่อยู่ระหว่างการทดลองหลายรูปแบบที่ลดระดับไลโปโปรตีน (a) ลง 80-98% กำลังทดสอบในผู้ป่วยที่เป็น ASCVD และระดับไลโปโปรตีน (a) เกิน 175-200 nmol/L โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการเกิด ASCVD ซ้ำ จนกว่าจะมีการบำบัดดังกล่าว คณะผู้รายงานแนะนำให้ใช้การบำบัดด้วยยาลดคอเลสเทอรอล LDL ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงของ ASCVD ที่มีระดับไลโปโปรตีน (a) สูงมากผู้เขียนอ้างว่า “เนื่องจากระดับไลโปโปรตีน (a) ถูกกำหนดโดยพันธุกรรมมากกว่า 90% และจะเสถียรเป็นส่วนใหญ่ตลอดชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างระดับไลโปโปรตีน (a) ที่สูงกับความเสี่ยงต่อการเกิด ASCVD ซ้ำ จึงไม่ควรอธิบายได้จากปัจจัยทางไลฟ์สไตล์และ reverse causation สาเหตุย้อนกลับตามหลักการของการสุ่มแบบเมนเดเลียน”บทสรุปและสัมภาษณ์ Inside Precision Medicine 12/2/2025 วารสารทางการแพทย์ https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/ articles/PMC11836235/https://academic.oup.com/eurheartj/ advance-article/doi/10.1093/eurheartj/ehaf297/8124887 ความเห็นส่วนตัวของหมอดื้อ “การอักเสบ” ในร่างกายทำให้ผนังเส้นเลือดยอมรับอนุภาคไขมันแทรกเข้าไปและเหนี่ยวนำการอักเสบในผนังเส้นเลือดจนแข็งตัวและหนาขึ้นตีบตัน การปรับอาหาร ออก กำลัง ปรับวิถีชีวิตน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยที่ถ้าระดับไขมันไม่ดีเทียบกับระดับไขมันดียังไม่ดีนักอาจใช้ยาลดไขมันร่วมด้วยเท่าที่จำเป็น แล้วขึ้นอยู่กับโรคประจำตัว ดังนั้น การวัดระดับ Lp (a) แม้จะบอกความเสี่ยง ซึ่งติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ถ้าต้องใช้ยาพิเศษสำหรับลดตัวนี้จะเป็นที่สมเหตุสมผลหรือไม่?หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม