เปิดฉากสงครามอย่างเป็นทางการ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะเดือด ยิงถล่มกันหลายจุด ทั้งที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ และช่องบก ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ต้องสั่งอพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนจ้าละหวั่นจุดเปลี่ยนจากการที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเขมร ขาขาดรายที่ 2 ในรอบสัปดาห์ ปลุกจุดเดือดพายุอารมณ์คนไทย เปลี่ยนความขัดแย้งนำไปสู่การแตกหักช็อตตึงเครียดต่อเนื่องจากที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งลดระดับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ไล่ทูตกัมพูชากลับประเทศ และเรียกทูตไทยประจำกรุงพนมเปญกลับประเทศไทยตั้งแท่นลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครั้งใหญ่ โดยใช้มาตรการตอบโต้ทางการทูตขั้นรุนแรง ควบคู่ไปกับการสั่งปิดปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และปิดด่านชายแดน 4 จุดขณะที่กระทรวงต่างประเทศเชิญคณะทูต และผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย 68 ประเทศ มารับฟังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แจกแจงข้อเท็จจริง กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดของทหารกัมพูชาที่ลักลอบเข้ามาวางในดินแดนอธิปไตยไทยละเมิดต่ออนุสัญญาออตตาวาที่ห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารก่อนจะบานปลายเกิดเหตุปะทะหลายจุดของทหารสองฝ่ายตามแนวชายแดน วันที่ 24 ก.ค.ความรุนแรงยกระดับถึงขั้นที่กองทัพไทยใช้เครื่องบินเอฟ 16 บินไปทิ้งระเบิดโจมตีฐานยิงจรวดที่ตั้งอาวุธหนักของฝ่ายกัมพูชา ตอบโต้ทหารเขมรที่ไร้มนุษยธรรม ใช้ปืนใหญ่และจรวดยิงใส่บ้านเรือนคนไทย ปั๊มน้ำมัน และโรงพยาบาล จนมีพลเรือนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายความอดทนทหารไทยถึงขีดสุด ให้เลิกเกรงใจเพื่อนบ้านนิสัยลอบกัด ถึงเวลาใช้กำลังทหารเข้าปฏิบัติการวิกฤติชายแดนรอบใหม่อย่างที่ “บิ๊กปู” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. รุดลงพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ยกระดับการป้องกันประเทศ แก้ปัญหาชายแดนทันทีทันใด สั่งกองกำลังกองทัพภาค 1 และกองทัพภาค 2 ดำเนินการตามแผนจักรพงษ์ภูวนาถ แผนรบที่เคยใช้ในสงครามเขาพระวิหาร ไทย-กัมพูชา ปี 2554ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประชุมด่วน ประเมินสถานการณ์รับมือวิกฤติชายแดน เตรียมพร้อมทั้งกำลังทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เพื่อปกป้องอธิปไตยประเทศห้วงเวลาหมิ่นเหม่และกดดัน เลี่ยงไม่พ้นการปะทะ ตามมาตรการปกป้องอธิปไตย หลังอดทนอดกลั้นมาอย่างต่อเนื่อง เล่ห์ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยั่วยุเป็นฝ่ายเปิดแนวรบหลายพื้นที่ เปิดฉากยิงใส่ก่อน แต่อ้างตกเป็นเหยื่อ หวังนำข้อพิพาทขึ้นสู่ศาลโลก อาศัยจังหวะที่การเมืองไทยอยู่ในภาวะกึ่งสุญญากาศ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญพักงาน เปิดแนวรบจู่โจมชายแดนไทยหลายจุดอย่างที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องทวีตข้อความตอบโต้กัมพูชา ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจริยธรรมของการอยู่ร่วมกันฉันเพื่อนบ้านที่ดี ต่อไปนี้ทหารไทยสามารถตอบโต้ตามแผนยุทธการและกระทรวงการต่างประเทศสามารถกำหนดมาตรการต่างๆได้ด้วยความชอบธรรมขณะที่ “นายกฯอิ๊งค์” ก็ระบุไทยรักษาสันติภาพจนถึงที่สุดแล้ว แต่กัมพูชาเริ่มยิงก่อน พร้อมเรียกร้องนานาประเทศร่วมประณามความโหดร้ายไร้มนุษยธรรมของกัมพูชาสถานการณ์ลากมาถึงจุดสุกงอม ต้องปล่อยมือให้กองทัพบัญชาการรบชายแดนอย่างเต็มที่วิกฤติความมั่นคงกระหน่ำใส่รัฐบาลในยามที่การเมืองไทยไม่มีนายกฯตัวจริงถึงยุทธศาสตร์การรบหน้างานกองทัพจะรับมือได้ แต่ในเรื่องนโยบาย และมาตรการระหว่างประเทศ ยังจำเป็นต้องมีคนมีอำนาจตัวจริงเป็นผู้สั่งการ เพื่อความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นในภาวะความเป็นจริงทางการเมืองไทยที่คู่พ่อ–ลูก “ทักษิณ–แพทองธาร” คนกุมอำนาจประเทศยังติดบ่วงนิติสงคราม มีคดีรุมล้อม ยังไม่รู้จะมีบทสรุปอย่างไรวิกฤติภัยความมั่นคงจ่อคอหอยรัฐบาล ยังไม่รู้จะเปิดสงครามกับเพื่อนบ้านยืดเยื้อนานแค่ไหนสถานการณ์ที่ภาคการเมืองต้องร่วมแรงร่วมใจ แช่แข็งความขัดแย้ง ร่วมมือต่อต้านภัยคุกคามจากพวกกระหายสงครามยึดผลประโยชน์ประเทศมาก่อนผลประโยชน์ทางการเมือง!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม