ในอารมณ์หดหู่หมองเศร้ากับข่าวโล้นห่มเหลือง ผมเปิดมือถือดูยูทูบ เจอเทศนา กัณฑ์ ตถาตา มันเป็นเช่นนั้น ของท่านอาจารย์พุทธทาส แล้วใจก็ฟื้นคืน เป็นชุ่มชื่นเบิกบานคำสอน ให้รู้จักเรื่องเหตุปัจจัย...เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี...หากยากเกินไป ลดระดับมามโนคำร้องเล่น...สมัยเด็ก ฝนเอ๋ย ทำไมจึงตก...เพราะกบมันร้อง...เพราะท้องมันขึ้น ...เพราะข้าวมันดิบ...เพราะฟืนมันเปียก...เพราะฝนมันตก...หรือจะใช้ตัวอย่างจากการเมืองเรื่องล่า...อาจารย์นันทนา นันทวโรภาส ถูกท่านประธานฯ สั่งห้ามอภิปราย เรื่อง เสียงส่วนใหญ่ของท่าน สว.ยกมือให้ตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญได้และ...ท่าน สว.ก็ตั้งของท่านไปแล้วตัวอย่างล่านี้ คนแก่รุ่นผม นึกถึงโคลงโลกนิติ...ปลาร้าพันห่อด้วยใบคา ใบก็เหม็นคาวปลาคละคลุ้ง ก็ขนาดที่มาของตุลาการรัฐธรรมนูญ ยังมีปมคาใจขั้นนี้ จะไปหวังลมๆแล้งๆว่า ขื่อแปบ้านเมืองเรายังมีคงไม่ไหวหนังสือ คาลิล ยิบราน เล่มผู้เบิกทาง (แสงดาวพิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2564) วางใกล้มือ เปิดๆไป เจอกระดาษกั้น เรื่อง “กบ” แสดงว่าผมเคยอ่าน และหมายตาวันหนึ่งในฤดูร้อนกบตัวหนึ่งกล่าวกับคู่ของมันว่า “ฉันเกรงว่าคนเหล่านั้นที่อาศัยอยู่บนบ้านในฝั่งน้ำ จะเดือดร้อนด้วยเสียงร้องในเวลากลางคืนของเรา”คู่ของมันตอบว่า “อ้าว! ก็ตอนกลางวัน พวกเขาไม่ได้รบกวนความเงียบสงบของเรา ดอกหรือ?”กบตอบว่า “เราอย่าลืมนะว่า บางทีในตอนกลางคืน เราอาจจะร้องเพลงกันมากไปก็ได้”คู่ของมันก็ตอบว่า “เราก็จงอย่าลืมไปซิว่า ในตอนกลางวันนั้น พวกเขาพูดคุยและส่งเสียงเอะอะกันมากเกินไปเหมือนกัน” กบพูดว่า “แล้วเจ้าอึ่งอ่างที่รบกวนใครๆไปทั่วถิ่น ด้วยเสียงร้องอันดังลั่นของมันเล่า?”คู่ของกบตัวนั้นก็ตอบว่า “อ้าว! แล้วเธอจะว่ายังไงกับพวกนักการเมือง พระ แล้วก็นักวิทยาศาสตร์ที่มาที่ฝั่งน้ำ แล้วก็ส่งเสียงอึกทึก และทำเสียงที่ไม่มีจังหวะจะโคนให้เต็มไปในอากาศเล่า!”ครั้นแล้วกบก็พูดว่า “เอาล่ะ ขอให้เราทำตัวให้ดีกว่ามนุษย์เหล่านี้เถอะ เราจงมานิ่งเงียบกันในเวลากลางคืน และเก็บเพลงของเราไว้ในหัวใจถึงแม้ว่าดวงจันทร์จะร้องเรียกจังหวะจากเรา และดวงดาวจะเรียกท่วงทำนองลีลาจากเราก็ตาม อย่างน้อยก็ขอให้เราเงียบกันสักคืนสองคืน หรือแม้แต่สามคืนเถอะนะ”แล้วคู่ของมันก็กล่าวว่า “ดีจริง ฉันตกลงด้วย เราจะเห็นกันละว่า หัวใจอันเมตตาของเธอ จะได้ผลอย่างไรบ้าง?” คืนนั้น กบสองตัวนิ่งเงียบ คืนต่อไปมันก็นิ่งเงียบเช่นเดียวกัน และก็เป็นดังนั้นอีกในคืนวันที่สามด้วยน่าแปลกที่จะเล่าว่า แม่หญิงช่างพูดผู้อาศัยอยู่ในบ้านข้างทะเลสาบ ได้ลงมากินอาหารในวันที่สาม และตะโกนบอกสามีของนางว่า “สามคืนนี่ ฉันนอนไม่หลับเลยเวลามีเสียงกบร้องอยู่ในหูฉัน ฉันจะง่วง อยากนอน แต่นี่คงจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างเป็นแน่ กบไม่ได้ร้องมาสามคืนเข้านี่แล้ว ฉันแทบจะเป็นบ้าตาย เพราะนอนไม่หลับแล้วล่ะนะ”กบได้ยินดังนั้น ก็หันหน้ามาหาคู่ของมัน พลางขยิบตา “เราเองก็แทบจะเป็นบ้าตาย เพราะความเงียบของเราด้วยเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”คู่ของมันตอบว่า “ถูกแล้ว ความเงียบยามกลางคืนถ่วงหนักอยู่ในจิตใจเรา เท่าที่ฉันเห็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็คือ ไม่จำเป็นต้องหยุดร้องเพลงเพื่อความสบายของผู้ที่จำเป็นต้องใช้เสียงบรรจุความว่างเปล่าของเขาให้เต็มอีกต่อไปแล้ว”และในคืนนั้น ดวงจันทร์ก็มิได้เชิญชวนจังหวะร้องเพลงของกบโดยเปล่าประโยชน์ และดวงดาวก็มิได้เรียกร้องลีลาของมันอย่างไร้ผลเช่นกันจบเรื่องกบของคาลิล ยิบราน แล้ว ผมก็นึกถึงเสียงนกเสียงกา สำนวนไทย...ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า เสียงที่กบร้อง จะไม่มีความหมายกับใครเลยสักคน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม