หัวหน้าทีมซอกแซกเขียนเกริ่นไว้ในคอลัมน์ประจำวัน “เหะหะพาที” เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า มีโอกาสยกทีมไปไหว้พระและไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์เบื้องต้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์ที่แล้วรวมทั้งมีโอกาสแวะไปเยี่ยม อาคารเรียนรู้เรื่องโขน แหล่งรวบรวมเรื่องราวและอุปกรณ์การแสดงโขน ไม่ว่าจะเป็นหัวโขน เครื่องแต่งกายโขน รวมไปถึง “ฉาก” ที่ใช้ในการแสดงโขนเรื่องสำคัญมาให้ดูด้วย สามารถเรียนรู้เรื่องโขนได้อย่างครบถ้วนในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงณ บัดนาวก็ได้เวลาของ “ซูมซอกแซกสุดสัปดาห์” ตามที่สัญญาไว้...ขอทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยว “อาคารเรียนรู้เรื่องโขน” ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา--เชิญติดตามได้เลยครับว่าไปแล้วทีมงานซอกแซกเคยแวะมาเยี่ยมเยียน ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด แล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 หรือเกือบ 5 ปีเต็มๆ ขาดไปเพียงไม่กี่วันณ ศูนย์ศิลปาชีพแห่งนี้มีจุดสำคัญอยู่ 2 จุด ได้แก่ 1. พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ ก่อสร้างในแบบของพิพิธภัณฑ์เพื่อใช้แสดงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และงานศิลป์ใหญ่น้อยจากฝีมือของเหล่าช่างทุกแขนงของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เคยจัดแสดงบ่อยๆครั้งในอดีต ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม นั่นเอง2. อาคารเรียนรู้เรื่องโขน ซึ่งสร้างเป็นอาคารขนาดใหญ่แยกตัวออกมาต่างหาก มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “All About Khon” เก็บรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ “โขน” ทั้งหมดไว้ ณ ที่เดียวกัน ซึ่งในการมาเยือนของเราครั้งที่แล้วได้แนะนำไว้ทั้ง 2 จุด แต่ให้น้ำหนักแก่ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน มากกว่าโขนเล็กน้อยดังนั้นในการไปเยือนครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปตามคำเรียกร้องของหลานชายวัย 6 ปีของหัวหน้าทีมที่หลงใหลในตัวละครเอกของโขนเรื่อง “รามเกียรติ์” ที่ชื่อ หนุมาน เป็นอย่างยิ่ง ขอเจาะจงดูเฉพาะอาคารเรียนรู้เรื่องโขนเท่านั้น เราจึงแวะไปที่อาคารดังกล่าวนี้เพียงแห่งเดียว และก็เป็นอาคารแรกในบริเวณ พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิดนั่นเองโดยจะเสียค่าบัตรเข้าชมในสนนราคาผู้ใหญ่ท่านละ 150 บาท นักเรียน นักศึกษา 75 บาท และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ท่านละ 75 บาทเช่นกัน ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. ของวันพุธไปจนถึงวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยจะหยุดให้บริการในวันจันทร์กับวันอังคาร รวม 2 วัน ในแต่ละสัปดาห์ห้องแรกที่ผู้ไปเยือนทุกคนต้องเข้าชมก่อน ก็คือห้องวีดิทัศน์แนะนำความเป็นมาของโขน และพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ในการให้ฟื้นฟูและอนุรักษ์การแสดงโขน ตลอดจนการจัดแสดงโขนครั้งใหญ่ปีละครั้ง ณ ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย ที่เรียกกันว่า “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” นับแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันกล่าวได้ว่าพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในการฟื้นฟู ส่งเสริมและจัดแสดงโขน ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการประกาศรับรองให้ “การแสดงโขนในประเทศ ไทย” ของเราเป็น มรดกทางวัฒนธรรมอันจับต้องมิได้ของมวลมนุษยชาติ โดยองค์การ ยูเนสโก เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ถัดไปได้แก่ห้อง พัสตราภรณ์ หรือเครื่องแต่งกายโขน ซึ่งนอกจากจะได้ดูได้ชมความสวยงามต่างๆแล้ว ยังจะได้ทราบถึงวิธีปัก วิธีเย็บอย่างประณีตของเหล่าช่างฝีมือของศูนย์ ศิลปาชีพ และช่างฝีมือในชุมชนเก่าแก่หลายแห่งของประเทศไทย ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันจากนั้นก็จะเป็นห้องแสดง “หัวโขน” “ชฎา” “มงกุฎ” ทั้งของพระราม พระลักษณ์ นางสีดา ตลอดจนของยักษ์และลิงต่างๆครบถ้วน ทั้งนี้จะมีการสาธิตแสดงวิธีระบายสี วิธีตกแต่งประดับประดาหัวโขนให้ดูอีกด้วยที่ยิ่งใหญ่อลังการมากก็คือ บรรดาฉากขนาดใหญ่ที่ใช้แสดงอย่างจริงจังมาแล้วใน โขนศิลปาชีพ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศ ไทย เรื่องต่างๆ ในอดีต เช่น ท้องพระโรง กรุงลงกา, พลับพลาของพระรามพระลักษณ์ จนไปถึงหนุมานตัวใหญ่ ที่เนรมิตกายให้กองทัพ พระรามเดินข้ามนํ้า นางผีเสื้อสมุทร ยักษ์แห่งมหาสมุทร (คนละนางกับผีเสื้อสมุทรในเรื่องพระอภัย) เรือสำเภาขนาดใหญ่เคลื่อนที่ได้ ฯลฯ และที่เด็กๆชอบมากก็คือ ใบหน้าขนาดใหญ่ของหนุมาน ซึ่งเนรมิตกายให้ใหญ่โตเพื่อ อ้าปากอมพลับพลาของพระรามพระลักษณ์ไว้ใน โขนตอนศึกมัยราพณ์ ที่แฟนๆโขนคงจะจำได้หัวหน้าทีมซอกแซกคงจะเล่าได้แบบฉายหนังตัวอย่างเพียงเท่านี้ เพราะพื้นที่จำกัด ก็ขอสรุปว่ามีโอกาสอย่าลืมขับรถพาลูกหลานไปเรียนรู้เรื่องโขนกันบ้าง และเมื่อดูโขนจบก็ข้ามไปตีตั๋ว (จ่ายในราคาเท่ากัน) ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ต่อเลยดูครบทั้ง 2 ที่ จะเกิดความรู้สึกเหมือนพวกเราชาวทีมงานซอกแซกนี่แหละครับ คือ ภูมิใจมากที่เกิดเป็นคนไทย ดินแดนที่อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมอันงดงามบรรเจิด และสั่งสมมาแต่โบราณกาล ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนรุ่นเรา จะต้องช่วยกันทำนุบำรุง ปกปัก รักษาและส่งต่อให้ลูกหลานเหลนในอนาคตอันไม่มีวันสิ้นสุดข้างหน้าอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมกันบ้างนะครับ “เกาะเกิด” บางปะอิน อยุธยา แค่นี้เอง."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม