กลุ่มนักท่องเที่ยวจาก กทม. แห่ให้กำลังใจทหารที่เฝ้าดูแลปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ อย่างคึกคักแต่เช้า พร้อมมอบพวงมาลัยพวงละ 1 หมื่นบาท รวม 2 พวง ให้ทหารคนกล้าที่กล่าวโต้ตอบกับหญิงเขมรที่บังอาจมาชี้หน้าด่า กับอีกนายที่ส่งเสียงไล่ทหารเขมรพ้นพื้นที่ ขณะที่อีกฝั่งได้แค่ 60 บาท “ภูมิธรรม” ย้ำต้องระวังทหารกัมพูชายั่วยุ ขอคนไทยใช้ความอดทนอดกลั้น แฉสมเด็จฮุน เซน ไม่ใช่ผู้นำกัมพูชา เป็นแค่คนที่มีตำแหน่งประธานวุฒิสภา ไม่มีอำนาจเจรจาพูดคุยในเวทีโลก เผยต่างประเทศไม่ได้สนใจและไม่ให้ความเชื่อถือผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ถึงบรรยากาศที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ภายหลังเกิดเหตุหญิงกัมพูชาบุกเข้ามาชี้หน้าด่าทหารไทยที่ยืนอยู่ใต้ต้นขี้เหล็กในพื้นที่ฝั่งไทยเพื่อนับจำนวนนักท่องเที่ยว ด้วยเสียงดังลั่นและเกิดการโต้ตอบกันจนเกิดสถานการณ์ “สงครามน้ำลาย” เหตุการณ์ตึงเครียดหวิดลุกลามบานปลาย ทำให้ทหาร ไทยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่อยู่ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธมต้องอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวไทยออกจากพื้นที่ปราสาทโดยรอบอย่างโกลาหลเพราะเกรงเกิดเหตุไม่ปลอดภัยนั้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.ค. มีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไม่รู้สึกตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงพากันรวมตัวเดินทางมาให้กำลังใจทหารที่ดูแลปราสาทตาเมือนธมอย่างคึกคักแต่เช้า มีทั้งกลุ่มผู้สูงอายุและนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจาก กทม. จำนวน 40 คน นำโดย น.ส.วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ นำพวงมาลัยที่ทำจากธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท พวงละ 1 หมื่นบาท รวม 2 พวง มามอบให้กับทหารไทยที่ปรากฏในคลิป โต้เถียงกับหญิงกัมพูชาตัวต้นเหตุ ซึ่งสื่อเขมรรายงานว่าได้รับเงินรางวัลยกย่องประมาณ 60 บาท กับทหารอีกนายที่มีเสียงปรากฏในคลิปสั่งให้ทหารกัมพูชาถอยออกไป ถ้าไม่ถอยออกไปกูจะยิงอีกด้วย ซึ่ง น.ส.วริษนันท์กำลังตามหาอดีตทหารพรานที่ต่อยทหารกัมพูชาเพื่อมอบเงินให้เป็นกำลังใจด้วย ขณะที่ทหารไทยที่ปรากฏในคลิปโต้เถียงหญิง กัมพูชายังคงยืนปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดเดิม โดยมี ประชาชนและนักท่องเที่ยวไทยเข้าไปขอถ่ายรูปและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องน.ส.วริษนันท์กล่าวว่า ได้รับการเชิญชวนจาก แม่ทัพภาคที่ 2 ให้มาเที่ยวปราสาทตาเมือนธมกัน เยอะๆ เพื่อให้กำลังใจทหารที่เฝ้าดูแลพื้นที่ ส่วนเหตุการณ์ ที่ทหารไทยกล่าวตอบโต้กับทหารกัมพูชา ทำให้รู้สึกว่าทหารไทยก็มีโอกาสที่จะฟาดสู้กับเขาบ้างแล้ว จึงมา มอบรางวัลให้พี่น้องทหารเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ อีกด้านเช้าวันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุความวุ่นวายที่ปราสาทตาเมือนธม ว่า เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิด ทราบว่า มีการยั่วยุ พยายามสั่งให้เจ้าหน้าที่ไทยระมัดระวังและอดทนอดกลั้นให้มากที่สุด พยายามป้องกันไม่ให้ เกิดขึ้นอีก แต่ต้องคอยระวังเพราะกัมพูชาจะใช้กลยุทธ์ วิธีแบบนี้ ทำให้เกิดการปะทะกันและเกิดความรุนแรง ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในเรื่องระหว่างประเทศได้ กำลังพล ของไทยส่วนใหญ่เข้าใจ ยืนยันว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ใช้กำลังแก้ปัญหา ไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าเราทำให้ เกิดความรุนแรง เพื่อจะเอาพื้นที่กลับมารองนายกฯกล่าวต่อว่า สำหรับปราสาทตาเมือนธม มีมาตรการในการป้องปรามอยู่แล้ว เปิดบาง ส่วนปิดบางส่วน ต้องดูเป็นพื้นที่ เป็นอำนาจในการควบคุมดูแลของแม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อถามว่ากังวลจะ มีเหตุซ้ำรอยหรือไม่ เพราะกัมพูชายั่วยุมา ส่วนฝ่ายไทยก็มีอดีตทหารพรานไปชกหน้าทหารกัมพูชา นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องพยายามอย่าปลุก ความเกลียดชัง สิ่งที่ห่วงใยคือการปะทะแล้วจะเลย เถิดไปถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประชาชนชาวไทยที่อยู่แนวชายแดนและทหาร เพราะถ้ากระทบ ขึ้นมาก็ไม่ดี รัฐบาลไม่พอใจกัมพูชาอย่างมากอยู่แล้ว ในแง่การทูต รมว.ต่างประเทศ ดำเนินการแต่ละขั้นตอน มีการพิจารณาเรียกทูตกลับ เป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุด ในทางการทูต ตรงนี้อย่าตกอยู่ในเกมของเขา อย่าไปฟัง หรือเชื่อถือสมเด็จฮุน เซน เพราะไม่ใช่แค่ประเทศไทย ในต่างประเทศก็ไม่มีเครดิต ในการประชุมนานาชาติช่วงที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากกระทรวงการต่าง ประเทศว่า ไม่มีการหยิบยกเรื่องกัมพูชาขึ้นมา ต่างประเทศไม่ได้ สนใจเรื่องนี้ โดยเฉพาะกลุ่มภาคีต่างๆ ไม่มีเรื่องนี้ อยู่ในวาระ แสดงว่าเขาไม่ได้ให้ความเชื่อถือนายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า สมเด็จฮุน เซน ไม่ใช่ ผู้นำกัมพูชา เป็นเพียงแค่คนที่มีตำแหน่งประธานวุฒิสภา ไม่มีอำนาจเจรจาพูดคุย เราพูดคุยโดยยึดหลัก กฎหมายระหว่างประเทศ คุยเฉพาะสมเด็จฮุน มาเนต ส่วนสมเด็จฮุน เซน ถือเป็นคนรอบข้างที่มีอิทธิพลจริง แต่ถึงเวลาก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถสรุปอะไรได้ เว้นแต่ไปใช้อิทธิพลคุยกับนายกฯของเขา อยากให้ประชาชนอดทนอดกลั้น เราพยายามจัดการปัญหานี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้ไทยเสียประโยชน์และคำนึงว่าอธิปไตยของประเทศไม่อาจยอมได้ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ของใคร อย่างไร ในการพูดคุยหรือเอาประโยชน์โดยเฉพาะรัฐบาลไทยชุดนี้จะไม่เปิดโอกาสให้ทำอย่างนั้นได้และ จะจัดการอย่างเต็มที่ ถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่