วันนี้ คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง หัวหน้าทีมไทยแลนด์ บอกว่า จะได้ข้อสรุปที่จะนำไปเจรจาต่อรองภาษีกับสหรัฐฯก่อนถึงเส้นตาย 1 ส.ค. หลังจากที่พูดคุยกับ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า บริษัทยักษ์ใหญ่ไทย รวมทั้งการประชุมนัดพิเศษที่บ้านพิษณุโลกกับ คุณพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ รัฐมนตรีพาณิชย์ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม โดยมี “นายใหญ่” คุณทักษิณ ชินวัตร ไปนั่งหัวโต๊ะ ร่วมประชุมด้วย ก่อนหน้านี้ คุณทักษิณ ได้เปิดเผยในเวทีสัมมนาว่า “เรื่องเศรษฐกิจผมดูหมดทุกเรื่อง” และพูดถึงภาษีทรัมป์ว่า ต่อรองได้ ไทยยังมีเวลาในการเจรจา ถ้าเร่งเจรจาและยอมทุกอย่างจะถูกชำเราฟรี สินค้าเอสเอ็มอี การเกษตร เราต้องปกป้อง เราไม่ได้สู้ เราขอความแฟร์ก็ต้องรอฟัง รัฐบาลมีข้อเสนออะไรไปเจรจาต่อรองภาษีทรัมป์ 36% กับสหรัฐฯนับจากวันนี้ก็เหลือเวลาอีก 17 วันถึงเส้นตาย 1 สิงหาคม หากรัฐบาลเจรจากับสหรัฐฯไม่สำเร็จ สินค้าไทยทุกชนิดจะถูกเก็บภาษีนำเข้า 36% ซึ่งผมเป็นห่วงจริงๆว่า รัฐบาลอาจเจรจาไม่สำเร็จ ทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีต่างตอบแทนไทย 36% ตั้งแต่ 2 เมษายน เลื่อนเส้นตายไปอีก 90 วันถึง 9 ก.ค. แต่รัฐบาลเพิ่งเรียกภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมธนาคารไทย ไปคุยเมื่อ 10 ก.ค.นี้เอง แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน คนที่เสียงดังในที่ประชุมมีข่าวว่า เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลในขณะที่ นายกฯเวียดนามบินไปเจรจากับสหรัฐฯทันที ตั้งแต่วันแรกๆที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีเวียดนาม 46% รัฐบาลเวียดนามยังเดินเกมล็อบบี้กับคนใกล้ชิดทรัมป์ โดยติดต่อกับ เอริก ทรัมป์ ลูกชายทรัมป์ที่ดูแล Trump Organization ธุรกิจในครอบครัวทรัมป์ รัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติใบอนุญาตอย่างรวดเร็วให้ Trump Organization ลงทุนสร้างสนามกอล์ฟพร้อมรีสอร์ตหรูราคาแพงในชานกรุงฮานอย มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ ราว 49,500 ล้านบาท21 พ.ค. ฝ่าม มิญ จิ๊ญ นายกฯเวียดนาม และ เอริก ทรัมป์ ลูกชาย ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ร่วมกันทำพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสนามกอล์ฟหรูบนพื้นที่กว่า 6,200 ไร่ ริมแม่น้ำแดงชานกรุงฮานอย กำหนดสร้างเสร็จในปี 2027 เป็นสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม 3 สนาม พร้อมโครงการ ที่อยู่อาศัยราคาแพง ก็เลยไม่แปลกใจที่เวียดนามจะได้ดีลภาษีจากประธานาธิบดีทรัมป์อย่างรวดเร็วเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากอังกฤษและเป็นประเทศแรกในเอเชีย โดยสหรัฐฯคิดภาษีนำเข้าจากเวียดนาม 20% ถ้าเป็นสินค้าผ่านแดนเพิ่มเป็น 40% ขณะที่ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ยังนั่งชิวไปวันๆ กว่าจะยื่นข้อเสนอก็ใกล้เส้นตาย สหรัฐฯไม่รับต้องกลับมาทำการบ้านใหม่ และถูกสหรัฐฯยืนภาษีงวดที่สองที่ 36% เท่าเดิมแม้เวียดนามถูกสหรัฐฯเก็บภาษีเพิ่มเป็น 20% แต่ครึ่งปีแรก 2568 เวียดนามก็ยังเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯกว่า 62,000 ล้านดอลลาร์ กว่า 2 ล้านล้านบาท จีดีพีครึ่งปีแรกเวียดนามก็เติบโตถึง 7.5% สูงสุดในรอบ 14 ปี จากการผลิต การส่งออก และโครงการก่อสร้างในประเทศภาษีใหม่สหรัฐฯทำให้จีดีพีเวียดนามปีนี้เติบโตลดลง 0.7–0.8% แต่รัฐบาลเวียดนามก็ยังตั้งเป้าการเติบโตของจีดีพีปีนี้ที่ 8% และเพิ่มขึ้นเป็น 10% ในอนาคต โดยรัฐบาลเวียดนามได้เริ่มเข้มงวด ตรวจสอบต้นทางสินค้าอย่างจริงจัง บริษัทต่างๆในเวียดนามต้องปรับกระบวนการผลิตและเอกสารแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี 40% เวียดนามได้ตั้งเป้าหมายใหม่ เป็นฐานการผลิตที่ยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานโลก และ รัฐบาลเวียดนามยังได้ขยายการส่งออกไปยัง 16 ประเทศที่มี “ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)” กับเวียดนาม เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯถามว่า รัฐบาลนายกฯแพทองธารได้ทำสิ่งเหล่านี้หรือยัง คำตอบก็คือ ยังอีกสองสัปดาห์เศษจะถึงเส้นตายใหม่ 1 ส.ค. รัฐบาลเพิ่งเรียกเอกชนมาคุย วันนี้ยังไม่รู้จะได้ข้อสรุปหรือไม่ จะมีข้อเสนออะไรไปต่อรองกับทรัมป์เพื่อลดภาษี 36% ลงมา ถ้าต่อรองไม่ได้ ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ 36% เศรษฐกิจไทยจบเห่แน่นอน รัฐบาลก็จบเห่แน่นอน."ลม เปลี่ยนทิศ"คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม