ตีโจทย์ไม่แตก ยิงไม่เข้าเป้า...นั่นแหละคือจุดที่ทำให้การเจรจาระหว่างไทย-สหรัฐฯ เรื่องภาษีการค้าจึงไม่เป็นไปตามที่มุ่งหวังว่าสหรัฐฯคงไม่ตั้งกำแพงไว้สูงคือยังพอรับได้สหรัฐฯได้ตั้งกำแพงไว้ตั้งแต่แรกคือ 36 ก่อนเจรจาจนกระทั่งผ่านพ้นไป “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ส่งจดหมายน้อยไปยังประเทศต่างๆที่ยังเจรจาไม่สำเร็จเนื้อหาสาระเหมือนกันหมดแตกต่างกันที่ตัวเลขภาษีเท่านั้นปรากฏว่าของไทยยังคงเท่าเดิมคือ 36% ถือว่าสูงมาก ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะจะทำให้สินค้าที่ไทยส่งไปสหรัฐฯจะต้องมีราคาสูงขึ้นกระทบต่อภาคธุรกิจและแรงงานจากสินค้านั้นๆการเจรจาเรื่องกำแพงภาษีนั้นสำเร็จไปแล้ว 3 ประเทศ คือจีน อังกฤษ และเวียดนาม ที่ทุกประเทศต่างก็พอใจ“เวียดนาม” ที่สหรัฐฯพยายามถือเป็นต้นแบบเพื่อให้ประเทศอื่นๆดำเนินการตามคือจะต้องเสียภาษีแค่ 20% และ 40% หากเป็นสินค้าจากประเทศอื่นๆแต่ส่งผ่านเวียดนามไปยังสหรัฐฯประเด็นที่สำคัญคือเวียดนามเก็บภาษีเป็นศูนย์สินค้าจากสหรัฐฯหากนำไปเข้าในเวียดนามปรากฏว่าสามารถตกลงกันได้ด้วยดีแสดงว่าเวียดนามทำการบ้านมาอย่างดีจึงสามารถเจรจากับสหรัฐฯจนทำให้เสียภาษีแค่ 20% เท่านั้นซึ่งถือว่าไม่มากนัก!นี่แสดงว่าเวียดนามทำการบ้านมาอย่างดี เพราะหลังจากสามารถตกลงกันได้จีดีพีของเวียดนามก็พุ่งขึ้นทันทีในความผูกพันระหว่างสหรัฐฯกับเวียดนามนั้นต้องถือว่าดีมาก แม้ประวัติศาสตร์จะเคยเป็นศัตรูที่ห้ำหั่นกันมาก็ตามสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือลูกชาย “ทรัมป์” ได้เข้าไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เวียดนามสร้าง “ทรัมป์ ทาวเวอร์” เรียบร้อยไปแล้วถือว่าสหรัฐฯให้ความไว้วางใจเวียดนามจนทำให้สามารถตกลงกันได้ไม่ยากสหรัฐฯขีดเส้นตายว่าการเจรจาเรื่องภาษีจะต้องจบในวันที่ 1 ส.ค.2568 ไม่มีการขยายเวลาอีกแล้ว ทุกประเทศต้องเจรจาให้จบก่อนจะถึงวันนั้นงานนี้จึงเป็นเรื่องที่ไทยต้องลุ้นอย่างหนักว่า การที่ได้ยื่นข้อเสนอล่าสุดไปแล้ว โดยมีข้อเสนอใหม่ๆโดยเฉพาะการเก็บภาษีเป็นศูนย์สินค้าจากสหรัฐฯที่จะส่งไปขายในไทยคือเดินตามแบบเวียดนามที่ประสบความสำเร็จแต่ก็ไม่รู้ว่าผลสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร!ที่แน่ๆก็คือการเจรจาครั้งนี้ไทยได้จ้างล็อบบี้ยิสต์ ซึ่งเป็นทีมงานร่วมเจรจาด้วย ซึ่งต้องใช้เงินก้อนโตหากเจรจาสำเร็จก็ดีไปแต่ถ้าไม่สำเร็จก็เสียเงินฟรีและเจอผลกระทบอย่างแรงงานนี้คงรู้แล้ว “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ใครบอกว่าสนิทกับ “ทรัมป์” นั้นไม่ใช่เรื่องจริงเด็ดขาด อีกทั้งไทยไม่มีตัวเชื่อมที่เข้าถึงได้พูดง่ายๆว่ายังเข้าไม่ถึง!แม้พยายามที่จะบอกประชาชนว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่ที่เห็นและเป็นไปนั้นค่อนข้างจะประมาทมากกว่าคือไม่ได้เตรียมการอย่างที่ควรจะเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่ค่อย จะดีนัก ยังไงก็ต้องโทษผู้นำรัฐบาลที่บริหารจัดการกับเรื่องใหญ่ๆ อย่างนี้ไม่ดีพอมิฉะนั้น คงไม่ต้องมานั่งลุ้นตัวโก่งอย่างนี้!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม