เพราะเชื่อว่าอาหารจะเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ลี้ภัย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) จัดงาน “วันผู้ลี้ภัยโลก” ในประเทศไทย โดยเนรมิต “เทศกาลอาหารผู้ลี้ภัยเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก” (Refugee Food Festival) ณ ชั้น 1 โซน Beacon 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้ มีการนำเสนอเมนูจาก 10 ประเทศที่ผู้ลี้ภัยจากมา อาทิ ปากีสถาน, อิรัก, ศรีลังกา, โซมาเลีย, อัฟกานิสถาน, ซูดาน, เวเนซุเอลา, ซีเรีย, ยูเครน และเมียนมา โดยหน่วยงานของรัฐบาลไทย, สถานเอกอัครราชทูตในกรุงเทพ, หน่วยงานต่างๆขององค์การสหประชาชาติ และภาคเอกชน ได้รวมตัวกันสนับสนุนและตอกย้ำความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ลี้ภัย งานนี้ “ราอูฟ มาซู” ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า วันผู้ลี้ภัยโลกไม่ได้เป็นเพียงวันที่เราร่วมระลึกถึง แต่เป็นวันที่เราต้องร่วมลงมือทำ, รับฟัง และสร้างพื้นที่ในชุมชน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกได้รับการต้อนรับ, ปลอดภัย และมีคุณค่า สิ่งที่ผู้ลี้ภัยต้องการคือ โอกาสในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และเมื่อได้รับโอกาสนั้น พวกเขาจะกลายเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าในสังคม, สร้างความเจริญรุ่งเรือง และเสริมสร้างความหลาก หลายทางวัฒนธรรม เราทุกคนสามารถร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็น การทำให้ผู้ลี้ภัยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม, การสนับสนุนนโยบายที่เป็นธรรม, การสร้างโอกาสในการทำงาน, การบริจาคเวลา, ทรัพยากร หรือแม้แต่การแบ่งปันเรื่องราว ทุกการกระทำล้วนมีคุณค่า นอกจากนี้ ในเทศกาลอาหารผู้ลี้ภัย ได้เชื้อเชิญร้านอาหารชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ร้านอาหารโบ.ลาน, ร้านอาหารข้าวสารเสก, ร้าน Jian Cha, ร้านโต๊ะแดง บ้านอาจ้อ จังหวัดภูเก็ต และไอศกรีม Buono มาร่วมแคมเปญ “Flavors of Hope for UNHCR” รังสรรค์เมนูด้วยแรงบันดาลใจจากความเข้มแข็งของผู้ลี้ภัย เพื่อให้บริการภายในร้านตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากหลายภาคส่วน และตอกย้ำถึงการยืนหยัดเคียงข้างผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นผ่านอาหาร “เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ” จากร้านข้าวสารเสก ตั้งใจสร้างสรรค์เมนู “ผัดผักกาดหอมกับซอสกุยช่ายขาว” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่ต้องการให้ผู้ลี้ภัยกลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังจากผ่านความท้าทายเลวร้ายที่สุดในชีวิต นอกจากจะเป็นเมนูที่ให้ความสบายใจแล้ว เมนูนี้ยังถูกเลือกมาอย่างตั้งใจด้วยคุณสมบัติทางโภชนาการ และความหมายเชิงสัญ ลักษณ์ในวัฒนธรรมไทย ซึ่งสื่อถึงความยืดหยุ่น, การเริ่มต้นใหม่ และการเริ่มต้นอันเป็นมงคล อาหารจานนี้ปรุงอย่างนุ่มนวล และเสิร์ฟพร้อมซอสกุยช่ายขาวรสละมุน เชฟแพมเชื่อว่าอาหารไม่เพียงแต่เป็นเครื่องบำรุงร่างกาย แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้คนด้วย เธอต้องการส่งสารแห่งความห่วงใย, ความรัก และการเยียว ยาผ่านอาหารจานนี้.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม