คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง หัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯได้นำทีมเจรจาบินไปยัง กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคํ่าคืนวันจันทร์ที่ 30 มิ.ย. โดยมีกำหนดการเจรจากับ “ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ” ในวันที่ 1 กรกฎาคม (เวลาสหรัฐฯ) ก่อนครบกำหนดผ่อนผัน 90 วัน ในวันอังคารที่ 8 ก.ค. ไทยถูกสหรัฐฯขึ้นอัตราภาษีนำเข้าเป็น 36% แต่ได้รับการผ่อนผัน 90 วัน เก็บในอัตรา 10% การเจรจาครั้งนี้มีข่าวว่า สหรัฐฯจะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยจาก 36% ลงมาครึ่งหนึ่งเหลือ 18% ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาวันนี้คุณพิชัย ได้โพสต์ลงแพลตฟอร์ม x ถึงแนวทางการเจรจากับสหรัฐฯว่าการเจรจาภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับสหรัฐฯ มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายสหรัฐฯมีการมอบหมายหัวหน้าเจรจาหลายหน่วย หลาย level เช่น กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ไทยได้มีการจ้าง บริษัทที่ปรึกษา หรือ Lobbyist ที่มีความสามารถเฉพาะทางสูง มีความสัมพันธ์เชิงนโยบายกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลสหรัฐฯมาช่วยเจรจา ซึ่งมีการเรียกราคาสูงกว่าราคาปกติ 20,000-300,000 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่ตนยืนยันว่ามีความโปร่งใสตรวจสอบได้ อเมริกามีกฎหมายการว่าจ้างล็อบบี้ยีสต์ ทุกสัญญาว่าจ้างที่เกี่ยวข้องกับ ต่างประเทศ ต้องเปิดเผยรายละเอียดบนเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯส่วนจะไป เจรจากับใครกี่วัน ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทีมเจรจาฝ่ายไทยที่เดินทางไปกับ คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง มี ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น การเจรจาล่วงหน้าได้มีการเจรจา 5 ด้าน ดังนี้ 1.เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯมากขึ้น เน้นสินค้าเกษตรที่ไทยจะนำมาต่อยอดได้ เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง เชื้อเพลิงต่างๆ 2.ผ่อนคลายมาตรการจัดเก็บภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อส่งเสริมการนำเข้า 3.เน้นพัฒนาความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสองประเทศ เช่น อุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง 4.เพิ่มความโปร่งใสสำหรับสินค้าส่งออก เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ “เมด อิน ไทยแลนด์” จากประเทศที่สาม 5.เพิ่มการลงทุนของธุรกิจไทยในสหรัฐฯผมเชื่อว่า 5 ประเด็นนี้ไทยทำได้สบายมาก และเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่การเจรจากับสหรัฐฯที่มีนโยบายกลับไปกลับมาได้ตลอดเวลา คงจะไม่ง่ายอย่างที่คิดการเจรจาครั้งนี้ แม้ คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง จะสามารถเจรจาลดภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯได้สำเร็จ แต่ภาษีนำเข้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เป็นเรื่องที่ผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมตัว มีข่าวว่าการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯล่วงหน้า สหรัฐฯยินยอมลดภาษีนำเข้า 36% ที่เคยประกาศไว้ลงมาครึ่งหนึ่งเหลือ 18% แต่ก็ยังสูงอยู่เมื่อเทียบกับภาษีในปัจจุบัน แต่ คุณพิชัย หัวหน้าทีมเจรจาบอกว่า เป็นเพียงตัวเลขคาดการณ์ของหน่วยงานต่างๆ เท่านั้น ของจริงจะอยู่ที่เท่าไหร่ วันสองวันนี้รู้แน่นอนก่อนหน้านี้วันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. ทรัมป์ได้ประกาศว่า เขาจะส่งจดหมายแจ้งประเทศต่างๆ เกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้ามายังสหรัฐฯภายในสัปดาห์ครึ่งข้างหน้านี้ หลังครบผ่อนผัน 90 วันทรัมป์ กล่าวว่า “ผมอยากส่งจดหมายถึงทุกประเทศไปเลยว่า ยินดีด้วย คุณกำลังจะต้องจ่ายภาษี 25% ขณะที่ สก๊อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์หวังจะสรุปข้อตกลงการค้ากับประเทศต่างๆให้ได้ภายใน “วันแรงงาน” (จันทร์ที่ 1 กันยายน) โดยมีการหารือกับประเทศคู่ค้า 18 ราย และกำลังมีการปรับแก้ข้อตกลงกับจีนเกี่ยวกับการนำเข้าแร่หายากและแม่เหล็ก เรามีคู่ค้าที่สำคัญ 18 ราย ถ้าเราสามารถตกลงได้ 10 หรือ 12 ราย เรายังมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่สำคัญอีก 20 รายตามมา คิดว่าสามารถปิดดีลทั้งหมดได้ก่อนวันแรงงาน ผมก็หวังว่า “ประเทศไทย” จะเป็นหนึ่งในดีล 20 รายนี้.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม