อีเวนต์ที่ ป.ป.ส.นั้นต่างจากงานทั่วๆไปที่เกี่ยวข้องดาราหรือคนดังแต่นี้เป็นเรื่องของการเมืองที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไปเรื่องของเรื่องก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้มากบารมีที่เก็บตัวเงียบไประยะหนึ่งจนมีข่าวว่าหลบหนีออกนอกประเทศเนื่องจากมีความผิดที่ก่อเอาไว้จนทำให้เรตติ้งตกก็ต้องหาวิธีเรียกคืนโดยบรรดาผู้ใกล้ชิด ได้วางแผนแยบยลใช้เรื่องยาเสพติดเป็นตัวเปิดโรงเพื่อเคลียร์ทุกปัญหาทุกประเด็นทั้งข่าวลือและข่าวจริงเปิดตัวออกมา “ทักษิณ ชินวัตร” ก็บอกเลยว่าสุขสบายดี ไม่ได้หนีออกนอกประเทศแต่อย่างใดเลย ได้เห็นตัวเป็นๆกันจากนั้นก็ได้โชว์วิสัยทัศน์เรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดที่เป็นปัญหาใหญ่ของชาติ สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็แก้มาแล้ว คนบางส่วนมองว่าสำเร็จ แต่อีกคนบางส่วนเห็นว่าไม่สำเร็จ เพราะเป็นการฆ่าตัดตอนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก“ทักษิณ” บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สมัยนั้นใจร้อนไปหน่อย เพราะเคยเป็นตำรวจมาก่อนและเห็นว่าน่าจะแก้ไขได้ เพราะทุกพื้นที่น่าจะรู้กันดีว่าใครค้ายาเสพติดจะขออนุญาตนายกรัฐมนตรีเพื่อลงสแกนพื้นที่หาข้อมูลให้มหาดไทยและตำรวจนำไปเป็นข้อมูลเพื่อแก้ไขและปราบปรามกอ.รมน.ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบด้วย ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้อง “ยุบ”ประเด็นที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาซึ่งรู้จักหลายคนให้จัดการกลุ่ม “ว้าแดง” ที่ผลิตยาเสพติด หากทำไม่ได้ก็จะต้องจัดการเองแต่จากการเปิดตัวครั้งนี้เรื่องยาเสพติดคงเป็นแค่ “น้ำจิ้ม” เท่านั้นเพราะต้องการเคลียร์ประเด็นการเมืองเรื่องรัฐบาลมากกว่าโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขาเอง“ทักษิณ” ยืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่จนครบเทอมหรือ “ยุบสภา” ก่อนครบเทอมเล็กน้อย พูดง่ายๆคืออยู่ยาวไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งแต่อย่างใดพร้อมกับหันไปกอด “อนุทิน ชาญวีรกูล” ซึ่งยืนอยู่ข้างๆเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความกลมเกลียวกันดีเพียงแต่แซะนิดๆ ว่าอยู่ร่วมกันก็ต้องเคารพกติกาต้องมีมารยาทเท่ากับสยบข่าวความขัดแย้งทั้งปวงโดยเฉพาะที่ว่าจะปรับ “ภูมิใจไทย” ออกจากรัฐบาล หรือริบกระทรวงมหาดไทยคืนเพราะขัดแย้งเรื่อง “ฮั้ว สว.” ของวุฒิสภาสีน้ำเงินบานปลาย โดย “ทักษิณ” ย้ำว่าทุกอย่างว่ากันไปตามกฎหมายไม่มีอะไร?การที่ “ทักษิณ” ออกมาแสดงความเห็นและท่าทีอย่างนี้ก็เพื่อต้องการสยบข่าวลือต่างๆ แต่ต้องการให้ทุกอย่างจบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำกระเพื่อมเพราะรู้ดีว่า “เพื่อไทย” ก็ยังไม่พร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่“ภูมิใจไทย” ก็ยังไม่พร้อมเช่นกันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจับมือทำงานร่วมกันต่อไปให้นานที่สุด เพื่อสร้างผลงานให้ปรากฏซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน“ทักษิณ” ได้ตบท้ายว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องมาจากมีการ “ปั่น” เพื่อให้เกิดความแตกแยกจนกลายเป็น “พายุใหญ่”หากพายุสงบทุกอย่างก็จบนี่เป็นลีลาอีกอย่างหนึ่งที่ “ทักษิณ” ชอบใช้เพื่อสยบ ปัญหาการเมืองและความขัดแย้งด้วยการแสดงตัวตนว่าเขานั้น “ใหญ่” จริง“ใหญ่” กว่านายกรัฐมนตรีและสามารถคุมการเมืองได้ ทั้งระบบ!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม