กระบวนการเจรจาต่อรองลดภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐอเมริกา ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ตามนโยบาย “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกเลื่อนการหารือจากเดิมในวันที่ 23 เม.ย.2568 ออกไปไม่มีกำหนด โดยสก็อต เบสเซนต์ รมว.คลัง สหรัฐฯ ระบุว่า กระบวนการเจรจากับประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ อาจไม่เสร็จสิ้นภายใน 90 วันนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยสาเหตุการเลื่อนเจรจากับสหรัฐฯว่า ต้องรอให้เกิดความชัดเจน ครบถ้วน รอบด้านที่สุด อย่างไรก็ตาม ระดับปฏิบัติการไม่ได้หยุด ยังทำงานคู่ขนานระหว่างคณะทำงานที่เดินทางอยู่ต่างประเทศ ยืนยันว่าการหารือต้อง Win-Win ระหว่างสหรัฐฯและไทยอย่างแน่นอนนายพิชัยยอมรับว่าการเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้นตอบยาก ไม่มั่นใจว่าสหรัฐฯต้องการอะไร ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่เกิดขึ้นกับทุกประเทศ สิ่งที่คิดว่าเคยชัดเจนอาจไม่ชัดเจน ควรขยับเวลาการไปเยือน การนัดวันเจรจาเร็วไปก็ไม่ดี ช้ากว่าคนอื่นก็ไม่ดี อยู่กลางๆเกือบท้ายจะได้รู้ว่าควรทำอย่างไร สหรัฐฯอยากให้ทุกคนหารืออยู่แล้วสถานการณ์ขัดแย้งทางการค้าอย่างรุนแรง ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ต่างฝ่ายต่างงัดมาตรการขึ้นภาษีสินค้าตอบโต้กันไปมาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผล กระทบต่อตลาดโลก ทั้งภาคการค้า การลงทุน การเงิน ตลาดหุ้น ราคาทองคำ เกิดความผันผวน ปั่นป่วนไปหมด สร้างความกังวลเรื่องภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกแม้ล่าสุดจะเริ่มมีสัญญาณดี “ทรัมป์” ประกาศจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ที่สูงถึงร้อยละ 145 ลงมาอย่างมาก แต่ไม่เท่ากับศูนย์ ทำให้เห็นแนวโน้มการผ่อนคลายสงครามการค้าโลก แต่ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ 2 มหาอำนาจโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะท่าทีผู้นำสหรัฐฯมักเปลี่ยนนโยบายไปมา เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ดังนั้นกรอบเจรจา 5 เรื่อง ที่คณะทำงานไทยจะไปหารือกับสหรัฐฯ ขอลดภาษีนำเข้าสินค้า ต่อรองดุลการค้า 2 ประเทศ ไม่ให้ฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบเกินไปต้องรัดกุม รอบคอบ วางตัวเป็นกลาง เพราะไทยเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของทั้งสหรัฐฯและจีน โดยไทยส่งสินค้าไปสหรัฐฯ เป็นตลาดอันดับ 1 แต่จีนก็เป็นลำดับต้นๆที่เข้ามาลงทุนในไทยล่าสุดจีนออกคำเตือนทุกประเทศที่ไปทำข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ หากสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์จีนจะถูกตอบโต้กลับเช่นกัน การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯรอบนี้ ถึงแม้จะช้า แต่ต้องชัวร์ ถือเป็นเดิมพันสำคัญที่ประเทศไทยต้องทรงตัวบนความขัดแย้งของ 2 มหาอำนาจโลกให้ได้ ต้องไม่ตกเป็นเบี้ยล่างทั้งสหรัฐฯและจีนแบบทั้งขึ้นทั้งล่อง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม