เอาเป็นว่ายังไงมีอะไรในกอไผ่เป็นเพียงแค่ข่าวที่ยังไม่ได้กรองและคาดการณ์กันไป เพราะทุกอย่างอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจเต็ม แต่สำหรับนายกรัฐมนตรีคนนี้ก็ต้องผ่านขั้นกรองมาจากนายกรัฐมนตรีหลังฉากอีกทีหนึ่งแต่ถ้าถามความรู้สึกน่าจะบอกได้ว่ามีแน่...แต่ก็ต้องรอให้ข่าวเรื่องนี้สงบลงเสียก่อนแบบนี้นึกว่าไม่แต่มี ทำนองนั้น...ประเด็นที่น่าสนใจและถามกันมากว่าจะเอา “ภูมิใจไทย” ออกจากรัฐบาลหรือไม่ คงตอบได้ชัดเจนว่าไม่แค่จะดึงมหาดไทยกลับมาคุมเองยังไม่กล้าทำกระทรวงมหาดไทยวันนี้เปรียบไปไม่ต่างไปจาก “ไข่” ที่จงอางหวงแหนยิ่งนัก ฟังจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบันแล้วไม่ยอมให้ใครเด็ดขาด!เขาบอกว่าการเขย่าภูมิใจไทยออกจากรัฐบาลต้องออกแรงเยอะอย่างกระทรวงมหาดไทยก็เช่นกันไม่มองแค่ตัวเลขทางคณิตศาสตร์เท่านั้นแต่ต้องมองในแง่ความผูกพันด้วยและการตั้งใจทำด้วยที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีต้องการอะไรมหาดไทยสนองให้ทุกเรื่อง“ไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะปรับ ครม.”คำตอบตรงๆเหล่านี้คือความมั่นใจของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่านายกรัฐมนตรีไม่กล้าที่จะให้ออกจากรัฐบาลหรือยึดกระทรวงมหาดไทยแน่นอนว่าที่ผ่านมาภูมิใจไทยได้สร้างปัญหาให้รัฐบาล โดยเฉพาะหลายนโยบายที่ “เพื่อไทย” ผลักดันล่าสุดก็กฎหมาย “กาสิโน” ขนาดเลขาธิการพรรคประกาศคัดค้านกลางสภามาแล้ว แต่ “อนุทิน” ก็แก้ไขว่าเป็นความเห็นส่วนตัวไม่ใช่มติพรรคพร้อมกับขอโทษนายกรัฐมนตรีต่อสาธารณะมาแล้วเรื่องจบลงด้วยการให้ภูมิใจไทยไปแก้ปัญหากันเองเพราะเป็นเรื่องภายในอีกด้านหนึ่งต้องยอมรับว่า “อนุทิน” นั้นเคารพนับถือ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ให้เกิดทางการเมืองแม้จะขุ่นเคือง “เนวิน ชิดชอบ” อยู่บ้าง แต่เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นนานมาแล้วที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันต้องยอมรับว่า “อนุทิน” นั้นได้พบปะกับ “ทักษิณ” เป็นประจำ และการแสดงออกทางการเมืองระหว่างผู้นำรัฐบาลกับรัฐมนตรีของรัฐบาล“อนุทิน” แสดงตัวตนที่ชัดเจนมากกว่าคนอื่นๆจนทำให้นายกรัฐมนตรีพอใจมากอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ“อนุทิน” ก็แสดงตัวตนเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว!ดังนั้น ความผูกพันระหว่าง 2 คนนี้จึงมากกว่าคนอื่นๆเหนืออื่นใดสิ่งที่ทำให้ทั้ง 2 พรรคนี้ต้องจับมือกันต่อไปก็เพราะต่างก็ยังไม่พร้อมเลือกตั้งแม้เป้าหมายทางการเมืองจะไม่ต่างกันคือการเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งเพียงแต่เส้นทางที่ก้าวเดินไปสู่จุดนั้นยังต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อทำให้รัฐบาลอยู่ได้นานที่สุดและต่างก็ต้องสะสมคะแนนนิยมไปเรื่อยๆทำให้ทั้ง 2 พรรคต้องเล่นบท “ตบจูบ” กันมาตลอด“ทักษิณ” บอกว่า “ภูมิใจไทยก็คือภูมิใจไทย” นั่นคือบทสรุปที่ต้องยอมรับซึ่งกันและกันเพราะต่างก็รู้บทบาทของตัวเองดีอยู่แล้วก็ไม่ว่ากัน!แบบ “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า” ทำนองนั้นจะโกรธก็ไม่ได้ จะเกลียดก็ต้องเก็บเอาไว้ในใจเพราะต่างก็รู้ดีว่านี่คือเกมการเมือง!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม