สื่อบันเทิงที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้คือ “ไมโครดราม่า” (Micro Drama) ละครสั้นจากจีน ความยาวตอนละ 1 ถึง 10 นาที ที่มาในรูปแบบแนวตั้งพอดีกับหน้าจอสมาร์ทโฟนโดยเริ่มได้รับความสนใจนับแต่ปี 2562 ด้วยความที่มีการดำเนินเรื่องกระชับ ไม่ซับซ้อนและสะเทือนอารมณ์ จึงครองใจผู้ชมสมัยนี้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบโดยปริยาย โดยสำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน (National Radio and Television Administration) เผยว่า มีแอปพลิเคชันที่ให้บริการเผยแพร่ไมโครดราม่าของจีนมากกว่า 300 แอปพลิเคชัน มียอดดาวน์โหลดกว่า 470 ล้านครั้งจากทั่วโลก มากกว่า 200 ประเทศด้านสมาคมผู้ให้บริการเน็ตแคสติ้งแห่งประเทศจีน (China Netcasting Services Association) ยังเผยว่า ตลาดละครสั้นแนวตั้งนี้ ยังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 สามารถทำรายได้สูงถึง 50,400 ล้านหยวน (ราว 238,175 ล้านบาท) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของจีน ทั้งนี้ ยังประเมินว่าตลาดไมโครดราม่า จะเติบโตถึง 100,000 ล้านหยวน (ราว 471,980 ล้านบาท)แม้อุตสาหกรรมไมโครดราม่าจะประสบความสำเร็จ และเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ โดยหวัง เหวินปิน คณบดีคณะการสื่อสารและสื่อใหม่แห่งมหา วิทยาลัยซีอานเจียวทง มองว่า คุณภาพและเนื้อหาสื่อเหล่านี้ยังไม่สม่ำเสมอ ทั้งพล็อตเรื่องซ้ำซากและเกินจริง รวมถึงเนื้อหามีความหมิ่นเหม่ บางครั้งเมื่อต้องจ่ายเงินเพื่อรับชมสื่อประเภทนี้ ทางผู้ให้บริการก็ระบุเงื่อนไขไม่ชัดเจน จนกลายเป็นว่าอาจกำลังเอาเปรียบผู้บริโภคขณะที่เฟิง เซิงหยง กรรมการส่วนสื่อโสตทัศน์ออนไลน์แห่งสำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน ระบุว่า ไมโครดราม่าต้องมีการทำให้เนื้อหามีความกลมกล่อมเป็นเนื้อเดียวกัน มีกฎระเบียบในการควบคุมคุณภาพของสื่อ และสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์และความสมบูรณ์ของเนื้อหาทั้งนี้ เมื่อเดือน ม.ค. สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน ยังเริ่มใช้แผนงาน “ไมโคร–ดราม่า พลัส” (micro-drama plus) มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไมโครดราม่า ขับเคลื่อนนวัตกรรมทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับความสามารถในภาคส่วนต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว และการฟื้นฟูชนบทของจีน โดยจะเผยแพร่ไมโครดราม่าที่ถูกสร้างภายใต้แผนนี้ราว 300 เรื่องในปีนี้.ญาทิตา เอราวรรณคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม