ในหนังสือ “สายธารแห่งปัญญา” (สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2535) บุญศักดิ์ แสงระวี ผู้แปล เขียนไว้ตอนหนึ่งในคำนำ...หนังสือเล่มที่ชื่อ “ว่าด้วยรากผัก” เล่มนี้จากจีนไปแพร่หลายในญี่ปุ่นดูตามตัวอักษร “รากผัก” อาจจะเกิดความเข้าใจว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผัก หรือตำราการทำอาหาร แต่ความจริงเป็นเรื่องราวที่เขียนโดย หงอิ้งหมิง ขุนนางเกษียณอายุ สมัยหมิง เสินจงฮ่องเต้ (ค.ศ.1573-1691)ผู้รู้สันนิษฐานคำ “รากผัก” เป็นคำของวังซิ่นหมิน ปัญญาชนราชวงศ์ซ่ง เคยกล่าว“คนเราถ้ากินรากผักได้จะทำอะไรก็สำเร็จ”คำกล่าวนี้มีความนัยว่า “อันรากผักนั้นทั้งแข็งทั้งมีกากกระด้าง มีแต่การเคี้ยวจนแหลกเท่านั้น จึงจะสามารถซาบซึ้งในรสชาติ”“เรื่องของผีเสื้อ” เป็นเรื่องหนึ่งในชุดของเรื่อง“รากผัก” จะเคี้ยวยากง่ายให้เกิดรสชาติได้หรือไม่? ก็น่าจะลองเคี้ยวกันสักครั้งมีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง ตัวมันกลมๆสั้นๆจนถูกเรียกว่า“หนอน” ทั้งตัวเต็มไปด้วยขนตั้งแต่หัวจดหางตั้งแต่มันเกิดมา ทุกครั้งที่มันดูตัวเองมันไม่รู้ตัวเองเป็นหนอนอะไร? มันรู้สึกอับอายขายหน้าทำไมจึงน่าเกลียดน่ากลัวนักมันเคยได้ยินปู่ของมันบอกให้พยายามอดทนไปจนกว่าจะมีปีกงอกออกมา มันจดจำคำพูดปู่แล้วรอคอยแล้วก็ถึงวันนั้น เจ้าหนอนก็พ่นใยออกจากปาก มันพ่นจนพอห่อหุ้มตัวมันเองไว้ ตอนนี้ มันเรียกว่า “ดักแด้”มันไม่กิน ไม่กระดุกกระดิก สัญชาตญาณสอนให้มันรู้ ใกล้เวลาที่จะมีปีกเหมือนที่ปู่บอกเต็มทีไม่นาน...มันก็กัดใยที่ถูกเรียกรังไหมออกจนเป็นรูเล็กๆมันมีเรี่ยวแรงพอขยับตัวดิ้นขยายรูให้กว้างขึ้นๆแต่รังไหมก็เหนียวแน่นนัก มันต้องออกแรงดิ้นหลายครั้ง บางครั้งมันก็หมดแรง แต่ก็กัดฟันดิ้นต่อจนในที่สุดเมื่อมันดิ้นแรงสุดกำลังเป็นครั้งสุดท้าย มันก็หลุดออกจากรังไหมนั้นได้ถึงเวลานั้นมันจึงรู้ว่ามันมีปีกสองข้างโผล่ออกมา เหมือนที่ปู่บอกไว้ แท้จริงมันไม่ใช่หนอนธรรมดาๆ มันกลายร่างจากหนอนผีเสื้ออัปลักษณ์เป็นผีเสื้อแสนสวย โผผินบินขึ้นฟ้า ใครเห็นใครรัก ใครเห็นใครก็ชมหงอิ้งหมิง ละสายตาจากผีเสื้อแสนสวยโบยบินว่อนฟ้า มองไปที่ลำธาร เขาพรรณนาฝูงปลาไม่ว่ายน้ำไปตามน้ำสบายๆ แต่ทำไมปลาฝูงนั้นจึงต้องออกแรงดิ้นรนว่ายทวนน้ำอย่างสุดชีวิตเล่า?เขามองกระแสน้ำเชี่ยวกรากในลำธารกว้าง...ถ้าพวกมันไม่ว่ายทวนน้ำรักษาทิศทางมุ่งไปข้างหน้า มันก็จะถูกกระแสน้ำพัดขึ้นตากแห้งตายอยู่บนริมฝั่งชีวิตของปลา มีก็แต่จะว่ายทวนน้ำไปไม่หยุดเท่านั้น จึงจะสามารถรักษาชีวิตให้อยู่รอดเรื่องราวของหนอนมีขน...กลายเป็นดักแด้และกลายร่างเป็นผีเสื้อ เรื่องราวของฝูงปลาที่จะเอาชีวิตให้รอดด้วยการออกแรงว่ายทวนน้ำสุดชีวิต...เป็น “ภาษิตรากผัก” สอนมนุษย์อย่างพวกเราให้ได้รู้ว่าโสตสำเนียงขัดหูอยู่เป็นนิจ จิตใจมีเรื่องข้องขัดเป็นอาจิณ นี่คือหินฝนทองแห่งการฝึกคุณธรรมความดีหากทุกถ้อยคำล้วนเสนาะหู ทุกเรื่องล้วนสมใจ ก็เหมือนกับพาตัวเราแช่อยู่ในบ่อยาพิษ ฝังชีวิตทั้งชีวิตลงในพิษร้ายเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าผมคัดลอกมาเล่าแล้วก็เล่าอีก เล่าครั้งนี้ตั้งใจจะบอกว่า สงครามน้ำลายการเมืองที่เรียกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ...ใครคนเดียว...เป็นโอกาสทองครั้งสำคัญที่ใครคนนั้นจะได้พิสูจน์ตัวเอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม