ครั้งหนึ่งไม่นานซักเท่าไหร่...น.นพรัตน์ชวนผมไปดูงิ้วปักกิ่ง ที่หอประชุมธรรมศาสตร์ จู่ๆอาจารย์ถาวร สิกขโกศล ผู้ให้ความรู้เรื่องงิ้วปักกิ่ง ต่างจากงิ้วไหหลำหรืองิ้วที่พวกเราเคยดูยังไงก็หลุดปากออกชื่อชวนหลานจีนขึ้นไปพูดบนเวทีถึงตอนนี้ผมต้องสารภาพยี่ห้อกิเลนของแท้...ต้องไม่รู้อะไรจริง แต่เมื่ออาจารย์ถาวรเรียกหลานจีนก็พอเป็นช่องให้พูดออกไปพอเป็นเรื่องเป็นราวได้ผมคุยว่า ตอนเด็กมีภาพจำก๋งกิ๋นชุ่ยของผม สวมเสื้อกุยเฮง นุ่งกางเกงปังลิ้นตัวเก่ง ยืนสง่าแถวหน้าโรงงิ้ว ศาลอาม้า...ปากอ่าวแม่กลอง เหตุที่จำก็เพราะเจอก๋งทุกครั้ง ก๋งจะให้เงินหนึ่งบาทแล้วในงานดูงิ้วงานหนึ่งที่ศาลอาม้านั่นล่ะ...ตอนนั้นผมเป็นวัยรุ่น เป็นคนเรืออวนลากออกทะเลแล้ว มารู้เอาทีหลังเพื่อนรักเคยร่วมลำเรือเกิดหมั่นไส้...ไปชักชวนคนมาซุ่มรอตีสั่งสอน โทษฐานที่ไปจีบสาวที่เพื่อนหมายตางานสั่งสอนล้มเลิกทันทีมีเสียง “กู๋กวย” ขาใหญ่ศาลอาม้า สั่ง “ตีมันไม่ได้” ด้วยเหตุผลสั้นๆ“มันเป็นหลานตั้วเฮีย”ชุมชนใหญ่ศาลอาม้ามีงิ้วมีหนังแก้บน ปีละสามสี่เดือนนั้น คนมีบารมีที่สุด เถ้าแก่ไล้ มีลูกชายเป็นเจ้าของเรืออวนชื่อนกกระทุงหลายลำ (คนหนึ่งเป็นถึงนายกเทศมนตรี)เรื่องที่พอรู้ สามีเถ้าแก่ไล้ชื่อ “จาง” ตายไปนาน เคยเป็นถึง ยี่เฮียจี๊ พี่คนสองของสมาคมอั้งยี่ มีหน้าที่ควบคุมด้านการเงินส่วน “ตั้วเฮีย” พี่ใหญ่สมาคมอั้งยี่ที่ว่าก็คือ ก๋งกิ๋นชุ่ยของผมเองเรื่องที่ผมมิเพิ่งรู้ รวมกับเรื่องที่รู้ต่อๆมา...อั้งยี่ก๊กนี้...เฮียๆตี๋ๆ ชักชวนกันตั้ง ถือคติเดิมๆจากจีน “สมาคมเทียนตี้หวย” แปลตรงตัว สมาคมฟ้าดินมนุษย์ หรือ “องค์สาม”ช่วงเวลานั้น มีคนจีนมณฑลฮกเกี้ยนเมืองจีนอพยพมาเรื่อยๆ ใครมาขาใหญ่ก็แจกจ่ายให้ คนที่มีกำลังแข็งแรง ดูแลประคับประคอง เรื่องการทำมาหากิน ใครเดือดร้อนขาดเหลือก็ช่วยเจือจาน“กู๋กวย” ที่ผมเรียกขาใหญ่...ตำแหน่งเป็นซาเฮียมีหน้าที่ ดูแลเรื่องเสบียงอาหารส่วนบทบาทตั้วเฮีย พี่ใหญ่ ก๋งผมทำอะไร...ตอนหนึ่งที่แม่เล่า ...วันหนึ่งเรือโป๊ะกลับจากทะเล มีคนบอกข่าวมีสมาชิกในบ้านหลังหนึ่งกำลังป่วย ก๋งผมก็ของขึ้นกลายเป็นร่างทรง...คัดหางเสือเรือโป๊ะเกยพรวดหน้าบ้านก๋งเขียนยันต์ลงฮู้เผาใส่ขันน้ำเป็นน้ำมนต์วิเศษ ใส่ปากคนป่วย ว่ากันว่ากี่รายๆก็หาย ขลังถึงอย่างนั้นจะว่าไปก๋งก็มีวิชาเข้าข่ายซินแส...แสดงว่าตำแหน่งตั้วเฮียที่ได้จากวิชานี้เท่าที่ผมฟังๆจากหลายทาง อั้งยี่ก๊กนี้ไม่มีชื่อเสียงไปทางร้าย เนื้อหางานออกไปทาง ดูแลช่วยเหลือเพื่อนพ้องคนจีนโพ้นทะเลด้วยกันล้วนๆรวมความบารมีเดิมๆ ก๋งผมเป็นตั้วเฮียเบอร์หนึ่งย่านศาลอาม้า ช่วยให้รอดจากถูกเพื่อนรุมตีไปได้ จากนั้นภาพจำก๋งแก่ๆใจดี ยื่นเงินหนึ่งบาทหรือซื้อขนมให้กลายเป็นภาพตั้วเฮียผู้มีบารมีอย่างน้อยก็คุ้มภัยให้หลานชายตัวเองได้หนึ่งคนเรื่องที่พูดบนเวทีทำให้ผมเอาตัวรอด สนองเจตนาอาจารย์ถาวรไปได้ คะแนนมากน้อยแค่ไหนไม่ต้องพูดกันผมเขียนเรื่องนี้เพราะเดือดร้อนไปกับข้อหาอั้งยี่ที่มีข่าวแจ้งเป็นข้อหา ท่าน สว.อั้งยี่ในกฎหมายกับอั้งยี่ในความรู้สึกหลานตั้วเฮียแบบผมเป็นพวกคนดีมีน้ำใจ เป็นคนละเรื่องกับพวก “ซ่องโจร” ลักวิ่งชิงปล้นชาวบ้านแต่ถ้าหากกระบวนการเลือก สว.มีเลศนัย...ฮั้วกันเป็นขบวนการถึงขั้นให้อำนาจโจรยึดเมือง อย่างที่มีคนเอาปูนหมายหัวไว้จริง ก็ต้องเปิดประจักษ์หลักฐาน...ให้เห็นกันโจรนะครับ ต้องให้มันอยู่ในซ่องมาอยู่ได้ยังไงในสภาฯ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม