ปรับจูนอารมณ์ ลดดีกรีความเดือด ค่ายน้ำเงิน “เซราะกราว” พรรคภูมิใจไทยหันมาเอาด้วยกับญัตติที่พรรคเพื่อไทยยื่นขอให้รัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1ปมแก้รัฐธรรมนูญที่ออกงิ้วกันจนอลเวงโดยโยนให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยอ้างให้ตีความ เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่รัฐสภาที่เห็นไม่ตรงกันเกิดขึ้นแล้ว และยังไม่มีคำวินิจฉัยชัดเจนถึงเรื่องนี้เดินเกมซื้อเวลาลดระดับความขัดแย้งไปก่อนแต่ถือเป็นความตั้งใจแรกของพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการเปิดไฟเหลืองชะลอ หรือพูดง่ายๆคือขวางเกมรื้อรัฐธรรมนูญแบบรอมชอมไม่ถึงขั้นเปิดไฟแดงแช่ยาว ไม่ให้ไปไหนพรรคเพื่อไทยที่ต้องคั่วไพ่หลายหน้า สับขาหลอกไปมา โยกไปซ้ายทีขวาที จนงงตัวเอง ไม่รู้จะเอายังไงดีเพราะเล่นบทพระเอก ต้องรักษาทรงหล่อ ประคองกระแสสังคม ทั้งยังต้องคุมหางเสือรัฐนาวาไม่ให้ชนหินโสโครกเดิมทีคิดจะเดินหน้าครึ่งก้าว ตามจังหวะฝ่ายค้าน “ค่ายส้ม” พรรคประชาชน ที่มีแต่เกียร์เดินหน้าลูกเดียว เกียร์ถอยเจ๊งลุยพิจารณาวาระแก้รัฐธรรมนูญตามที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเสนอไปเลย ตามแนวทางร่นประชามติเหลือ 2 ครั้งแก้เกมยื้อกฎหมายประชามติของ “ภูมิใจไทย” ที่ดองเค็มไว้ 180 วันแต่ “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” อยู่แล้ว ภูมิใจไทยไม่มีทางยอมเสียเหลี่ยมหมากเกมนี้เลยโชว์ชั้นเชิงวาดลวดลายร้ายกาจอย่างที่เห็น ขู่กลับเพื่อไทยจนต้องถอยกรูด ขืนเดินหน้าต่อไปโดนคว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญคาสภาด้วยเสียง สว. ต้องถูกถามหาความรับผิดชอบแน่แล้วก็เป็นไปตามนั้นกลายเป็นพรรคประชาชนที่หงุดหงิดรำคาญกับท่าทีเพื่อไทยที่ไปไม่สุดซอย อัดเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลควบคุมพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ ต้องแสดงความรับผิดชอบยุให้เดินหน้าลุยไฟต่อไป จะล้มคว่ำตอนไหนก็แฉให้ประชาชนรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง ประจานให้เป็นผลงานโบดำแกมน้ำเงินไปเลยแต่ในเชิงการเมืองเพื่อไทยไม่กล้าเสี่ยงทำไปแบบนั้น ขืนเดินหน้าต่อจนร่างคว่ำคาสภา ก็อาจมีสิทธิถูกบี้ให้ยุบสภา ลาออก โดยพรรคฝ่ายค้านประชาชนนี่แหละแม้ไม่ใช่ร่างของรัฐบาลโดยตรง แต่เป็นร่างของพรรคแกนนำที่หมดสภาพการนำดูจังหวะเคลื่อนเกมการเมืองเหมือนกำลังดูละครรักในรอยแค้นตอนนี้ภายในรัฐบาลตบจูบกันรุนแรงถึงขั้นเลือดซิบแล้วสืบเนื่องหลายเรื่องราวผสมปนเป ทั้งควันหลงเลือกตั้งนายก อบจ. ที่ “นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้นำจิตวิญญาณค่ายแดงเพื่อไทย ยังคาใจปมล้อเลียนปี๊บคลุมหัวกันตลกโปกฮาน้ำตาเล็ดนัวเนียมาถึงการเปิดประเด็นสนามกอล์ฟบนพื้นที่ ส.ป.ก. พุ่งตรงเข้าใส่ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยโดยตรง ไม่มีเลี้ยวแวะอ้อมค้อมไม่ใช่แค่พรรคหรือตระกูลชิดชอบเท่านั้น แต่ส่งสัญญาณหวดเต็มข้อล่อทุกเงื่อนปมลับ ประเด็นล่อแหลมคนละเรื่องแต่ถูกโยงมาพันกันหมด ไส้กี่ขดจ่อถูกสาวออกมาแฉจนล่อนจ้อนแต่วัดโมเมนตัมประเมินความเสี่ยง และมองลู่ทางอนาคตแล้วชัดเจนว่าถ้าหักกลางกันตอนนี้ พรรคเพื่อไทยยังเสียเปรียบกว่า นอกจากรัฐธรรมนูญยังไม่มีวี่แววจะได้แก้ สำคัญคือผลงานรัฐบาลยังไม่เป๊ะปัง เตะตาเหมือนที่พยายามโฆษณาชวนเชื่อถ้าหาเสียงกันวันนี้พรุ่งนี้ยังไม่รู้จะเอาอะไรมาขาย เพราะมีแต่ของในร้านโชห่วยแม้หลายอย่างจะดีขึ้นในสายตาหรือความรู้สึกคนเพื่อไทย แต่มันยังไม่ถึงขีดขั้นมั่นใจว่าลงสนามตอนนี้แล้วจะชนะได้สบายใจ หรือกระทั่งหวังผลได้ 200 เสียง ตามที่ “นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” คาดการณ์นั่นเป็นเพดานขั้นสูงที่ประเมินไว้ตามสถานการณ์ ไปถามอีกทีตอนนี้ไม่รู้จะได้เท่าเก่าหรือไม่ดูแล้วน่าเป็นห่วงรัฐนาวา ฝีพายแตกสามัคคี จ้วงกันคนละทีสองทีไม่มีทิศทาง.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม