เสรีภาพเบ่งบานในประเทศไทย ดินแดนแห่งความแตกต่างหลากหลายทางเพศ ไม่ปิดกั้นแบ่งแยก แต่ยกระดับความเท่าเทียม นำมาซึ่งการบังคับใช้กฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ 23 ม.ค.2568 “วันสมรสเท่าเทียม” ใครจะแต่งกับใคร เพศไหนก็ได้ตามสบายใจในการใช้ชีวิต เพราะถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไปไม่ต้องรู้สึกผิดคิดว่าเป็นปมด้อย แสดงตัวตนกันได้อย่างเต็มที่ เพราะรัฐยอมรับ สังคมเข้าใจ หากลองสำรวจกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในไทย หรือที่เรียกกันว่า LGBTQIA+ นั้นมีมากมายจริงๆ เทียบเป็นสัดส่วนประชากรก็สูงถึง 10% และในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด สามารถชี้ทิศทางสังคมทั้งนี้หากขยายความตามตัวย่อ L (Lesbian) คือเพศหญิงที่มีความสนใจในเพศหญิงด้วยกัน G (Gay) เพศชายที่มีความสนใจในเพศชายด้วยกัน B (Bisexual) กลุ่มที่ชอบได้ทั้ง 2 เพศ ทั้งเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน T (Transgender) คนข้ามเพศหรือมีอัตลักษณ์ทางเพศการแสดงออกทางเพศที่แตกต่างจากเพศกำเนิด Q (Queer) กลุ่มคนที่ไม่ชอบรักคนต่างเพศตัวย่อ I (Intersex) ภาวะเพศ กำกวม กลุ่มคนที่มีโครโมโซมของทั้งเพศชายและหญิง ส่วน A แบ่งเป็น 3 ประเภท (Asexual) กลุ่มคนที่ไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศ กับผู้อื่นหรือรู้สึกเล็กน้อย ต้องมีปัจจัยมากระตุ้น (Aromantic) กลุ่มคนที่ไม่มีแรงดึงดูดความโรแมนติกกับผู้อื่น และ (Agender) กลุ่มคนที่ไม่ต้องการระบุเพศว่าตนเองเป็นเพศใดๆขณะที่เครื่องหมาย+ต่อท้ายก็เพื่อ ให้ครอบคลุมในการเปิดรับทุกความแปลกใหม่ พิสดาร แตกต่าง หลากหลาย และเป็นสัญลักษณ์ว่าทุกคนที่มีเพศวิถีแตกต่างจากที่สังคมเข้าใจก็ล้วนสามารถอยู่ในชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ถือเป็นการกำหนดคร่าวๆว่าประเทศนี้เปิดกว้างยอมรับ ไม่ว่ามีเพศสภาพใดก็อยู่ในสังคมได้ความรู้สึกยินดีและขอบคุณจาก กลุ่มคนเหล่านี้พรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำตาแห่งความสุขที่ได้รับการยกระดับความเท่าเทียม เมื่อประเทศไทยยอมรับยกสถานะให้เป็นเพศที่ 3 แต่อย่างไรก็ตามจากนี้ยังจะต้องคิดวิเคราะห์เรื่องบทบาทความรับผิดชอบ ความเหมาะสมของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างจริงจังต่อไป เพราะข้อห่วงใยก็มีไม่น้อยทั้งหญิง ชาย ยังมีเงื่อนไขในการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกัน การกำหนดกฎเกณฑ์กติกาสังคมก็คงต้องมีมาตรฐานใหม่ มากำหนดด้วย เพื่อปกป้องรักษาสิทธิ บนจุดมุ่งหมายการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข เคารพความเท่าเทียม เช่นเรื่องบางอย่างควรเป็นหน้าที่ของเพศสภาพนี้ หรือไม่สมควรให้เพศสภาพนี้ทำ คงต้องมีการถกเถียงหาข้อสรุปกันต่อไป.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม