การประชุม World Economic Forum ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 ม.ค. ที่เมือง ดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ในฐานะที่ประเทศไทยจะเข้า ร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ EFTA เป็นฉบับแรกที่ไทยทำข้อตกลงทางการค้ากับยุโรป โดยมี นายกฯแพทองธาร ชินวัตร และ รมว.พาณิชย์ พิชัย นริพทะพันธุ์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วยการจัดประชุมสภาเศรษฐกิจที่ เมืองดาวอส จัดกันเป็นประจำทุกปีในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีประเทศต่างๆ จากทั่วโลกที่เป็นสมาชิกเข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่ง รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่าการได้หารือกับ รมต.ประเทศสมาชิกองค์การค้าโลก หรือ WTO จะเป็นการเดินหน้าในการผลักดันการค้าไทยสู่เวทีโลก โดยเฉพาะการได้เข้าพบกับ เอ็นโกซี โอคอนโจ–อิเวลลา ผอ.ใหญ่ของ WTO เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันขยายความประเทศในยุโรปที่ไทยลงนามข้อตกลงร่วมมือทางการค้าที่ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ รวมเป็น เอฟตา เพื่อขยายตลาดการส่งออกสินค้าและบริการของไทยไปยังประเทศต่างๆเหล่านี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์ในการทำธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และอุตสาหกรรมใหม่ประเทศในแถบนี้ สวิตเซอร์แลนด์ และ นอร์เวย์ เป็นคู่ค้าอยู่แล้วหรือตลาดใหม่ ไอซ์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ มีความน่าสนใจด้านพลังงาน นอกจากจะมี การจ้างงานจากไทย ยังมีความสนใจที่จะมาลงทุนในไทยหลายประเภทอุตสาหกรรม ในขณะที่มีคนไทยไปทำงานในประเทศเหล่านี้จำนวนไม่น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่า แบรนด์ร้านค้าไทย ร้านอาหารไทย ได้รับความนิยมจากคนในท้องถิ่นเป็นอย่างดี มีร้านเซเว่น เปิดให้บริการ แต่ ไม่มีสินค้าไทย ไปจำหน่าย หลังจากเริ่มข้อตกลงเขตการค้าเสรีเรียบร้อยแล้ว โอกาสของสินค้าไทยจะไปเปิดตลาดยังเป็นไปได้มากสำหรับการค้ากับยุโรป สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด ก็คือ คุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะขั้นตอนการผลิตสินค้าต้องไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียว จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ถ้าผ่านด่านเอฟตาไปได้ โดยโอกาสที่จะเจรจาทำข้อตกลงทางการค้ากับ สหภาพยุโรป อยู่ใกล้แค่เอื้อม ซึ่งขึ้นอยู่กับการแข่งขันทางการค้าในอนาคต สำหรับการทำการค้ากับประเทศขนาดใหญ่ที่ต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ที่มองข้ามไม่ได้คือภาคแรงงานไทย ที่มีความเข้มงวดมากสำหรับการที่คนไทยจะเข้าไปทำงานในยุโรปหรือประเทศอื่นๆ เนื่องจากความเข้มงวดป้องกันการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและผู้อพยพ ปัจจุบันถ้าไม่มีนายจ้างในประเทศนั้นๆรับรอง แรงงานก็ไม่สามารถไปทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย ถ้าบริหารจัดการส่วนนี้ได้เราก็สามารถพลิกจากวิกฤติเศรษฐกิจเป็นโอกาสได้.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม