นายกฯแพทองธาร ชินวัตร โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เตรียมแถลงผลงาน “รัฐบาลอิ๊งค์ 1” วันพรุ่งนี้ 12 ธันวาคม 10.00 น. มีการระดมผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมฉากแถลงข่าวกันมากมาย ตั้งแต่ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ข้าราชการฝ่ายการเมือง หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า ผู้ว่าฯ กทม. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โฆษก กระทรวงหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรมหาชน รวมกันประมาณ 500 คน น่าจะเป็นการแถลงข่าวผลงานรัฐบาลที่มีผู้ร่วมฉากมากที่สุดในโลก คงไม่มีนายกฯประเทศไหนที่ทำแบบนี้ แต่ผลงานจะคุ้มค่าฉากหรือ คงต้องรอลุ้นวันพรุ่งนี้นายกฯอิ๊งค์ ตั้งชื่องานแถลงข่าวครั้งนี้ว่า “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง Empowering Thais : A Real Possibility จากผลงานที่เป็นรูปธรรม สู่อนาคตที่ทำได้จริง” มีการถ่ายทอดสดทาง สถานีโทรทัศน์ NBT กรมประชาสัมพันธ์ และ Facebook Live NBT2HD ก็หวังว่า นายกฯอิ๊งค์คงไม่ต้องอ่านผลงานของตัวเองจากไอแพด เพราะทำเองมากับมือแต่ก่อนจะถึงวันพรุ่งนี้ วันนี้ คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง และ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ร่วมกับ ผู้บริหารธนาคารและสถาบันการเงิน แถลงข่าวใหญ่ “มาตรการแก้หนี้ของธนาคารพาณิชย์ในส่วนของหนี้บ้าน หนี้รถ และหนี้เอสเอ็มอี” ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะผลงานของรัฐบาล 3 เดือนที่ผ่านมา แม้จะแจกเงินก้อนใหญ่ไปแล้ว 145,000 ล้านบาท แต่หนี้ครัวเรือนไทยกลับไม่ลดลง ซ้ำยังเพิ่มขึ้นอีก 0.5% เป็นยอดหนี้รวม 16.32 ล้านล้านบาท เป็นหนี้ NPLs หรือหนี้เสีย 1.2 ล้านล้านบาทจีดีพีไตรมาส 3 แม้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3% จากการแจกเงินหมื่น 145,000 ล้านบาท แต่หนี้ครัวเรือนกลับไม่ลดลง หนี้เสียกลับเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยขาดภูมิคุ้มกันมาตรการแก้หนี้เสียบ้าน รถยนต์ และเอสเอ็มอี ที่กระทรวงการคลังและแบงก์ชาติจะแถลงร่วมกันในวันนี้คือ 1.หนี้ที่อยู่อาศัยหรือหนี้บ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นหนี้เสียไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่ 31 ต.ค.2567 2.หนี้รถยนต์ที่ไม่เกิน 8 แสนบาทต่อคัน เป็นหนี้เสียไม่เกิน 1 ปี และ 3.หนี้เอสเอ็มอีที่กู้เพื่อประกอบอาชีพวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นหนี้เสียไม่เกิน 1 ปี คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่กับธนาคารพาณิชย์ ผู้ที่ต้องการแก้หนี้ ต้องไปยืนยันตัวตนกับธนาคารเจ้าหนี้ ไม่ใช่การช่วยเหลือโดยอัตโนมัติใครเป็นหนี้เสียในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รีบไปติดต่อแบงก์เจ้าหนี้เสียนะครับคุณลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยกตัวอย่างว่า ผู้เข้าร่วมมาตรการแก้หนี้เสียที่เป็นสินเชื่อบ้าน ในช่วง 3 ปีที่เข้าโครงการ สามารถเลือกชำระค่างวดแบบเดิมเต็มจำนวน หรือเลือกผ่อนครึ่งหนึ่งก็ได้ เงินค่างวดที่ชำระจะนำไปตัดเงินต้น 100% เพื่อจะได้ลดภาระดอกเบี้ย และลดเงินต้นลงโดยเร็ว ส่วนตัวมองว่ามาตรการแก้หนี้ที่จะออกมาเป็นมาตรการที่ดี เนื่องจากปัจจุบันปัญหาการยึดบ้านยึดรถมีความรุนแรงมากขึ้น และกระทบไปถึงซัพพลายเชนของธุรกิจเหล่านั้นด้วยเงินที่นำมาช่วยลดภาระหนี้ มาจากการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จากที่เคยส่ง 0.46% ก็ลดเหลือ 0.23% อีก 0.23% นำไปจัดตั้งเป็นกองทุนแก้หนี้ และแบงก์เจ้าหนี้ก็ต้องร่วมรับผิดชอบครึ่งหนึ่งหนี้เสีย 1.2 ล้านล้านบาท จากหนี้ครัวเรือน 16.3 ล้านล้านบาท ต่อให้แก้หนี้ได้ 100% ก็ลดหนี้ได้เพียง 7.3% เท่านั้น สิ่งสำคัญที่จะลดหนี้ได้ถาวรก็คือ “การเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน” ปี 2567 ทำไม่ได้ ปี 2568 จะทำได้จริงหรือ? ต้องฟัง นายกฯอิ๊งค์ แถลงพรุ่งนี้ครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม