เรื่องคมๆความหมายชวนคิด (สุริยเทพ ไชยมงคล เรียบเรียง สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) เรื่องที่ 8 คำเตือนจากนก ใครที่จำได้ว่าเคยอ่านแล้ว ขอให้อ่านอีกสักครั้งในบรรยากาศข่าว ดิ ไอคอน ดัง ผมหวังว่าน่าจะได้ความรู้สึกใหม่ๆครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นายพรานผู้หนึ่ง จับนกแสนรู้ได้ ขึ้นชื่อว่านกแสนรู้ ก็บอกวี่แววว่าพูดได้ “ปล่อยข้าไปเถอะ” นกอ้อนวอน“ข้าเป็นนกที่ไม่มีนกใดเหมือน ข้าสามารถให้คำเตือนสามข้อ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของท่านมาก”ประโยชน์จากคำเตือนสามข้อ นายพรานคิดอยู่นาน ในที่สุดเขาก็คิดว่า น่าจะได้ประโยชน์จากนกแสนรู้ตัวนี้ มากกว่าอาหารมื้อเล็กๆจากเนื้อนกตัวนิดเดียวเมื่อเขาตอบรับข้อเสนอ นกก็เริ่มให้คำแนะนำข้อที่หนึ่ง เมื่อตัดสินใจเรื่องใดไปแล้ว จงอย่าเสียใจภายหลัง ข้อที่สองไม่ว่าใครจะมาบอกอะไร หากความรู้สึกท่านน่าจะไม่ใช่ ก็จงอย่าเชื่อและข้อที่สาม อย่าปีนขึ้นที่สูงเกินไป เมื่อรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหว ก็จงหยุดทันที อย่าปีนต่อไปอีกนกทำตามสัญญาครบถ้วนแล้ว นายพรานก็ปล่อยนกไปแต่แทนที่นกตัวนั้น จะบินหนีไปไกลๆ มันทำสิ่งผิดคาดมันบินไปเกาะต้นไม้สูงใหญ่ใกล้นายพรานนั่นเองเมื่อนายพรานหันมา นกก็พูดว่า“ท่านนี่โง่จริงๆ ท่านไม่รู้หรือว่าในปากของข้ายังมีไข่มุกวิเศษเม็ดหนึ่ง เพราะไข่มุกเม็ดนี้นี่แหละ ทำให้ข้าพูดได้ ทั้งยังฉลาดกว่านกตัวไหนๆในป่า”ได้ยินดังนั้น นายพรานก็เริ่มปีนขึ้นต้นไม้ เขาคิดว่าจะจับนกตัวนั้นมาเอาไข่มุกวิเศษให้ได้น่าเสียดาย เขาปีนขึ้นไปได้ครึ่งต้นไม้ เขาก็หมดแรงหล่นลงมาขาหักนายพรานลืมคำเตือนข้อที่หนึ่ง เพราะเสียใจที่ปล่อยนกไป ต่อมาเขาลืมคำเตือนข้อที่สอง เพราะเผลอเชื่อว่าในปากนกมีไข่มุกวิเศษอยู่และสุดท้ายเขาเจ็บตัว เพราะเขาลืมคำเตือนข้อที่สาม เขาปีนต้นไม้ไม่เก่ง แต่ฝืนปีนจึงหล่นลงมาขาหักจบเรื่องคมๆแล้วมีคำอธิบายความหมายชวนคิดต่อไปนี้คำเตือนของนกก็คือความรู้ต่างๆที่มนุษย์ได้เรียนรู้มาก่อน การตัดสินใจของนายพราน ก็เหมือนความผิดพลาดประดามี ที่เกิดขึ้นในชีวิตคนเรามนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนได้รับการศึกษาดี มีอาจารย์ผู้สอนที่ให้ความรู้ทั้งด้านลึกด้านกว้าง กระทั่งศีลธรรม เคยอ่านหนังสือดีมากเล่ม มีเทคนิค มีวิธีการ มีกลยุทธ์ต่างๆเต็มสมองแต่กระนั้น เราก็ยังทำผิดพลาดอยู่เสมอระหว่างหลักทฤษฎีกับการปฏิบัติ มีช่องว่างขนาดใหญ่กั้นขวาง การรู้ว่าทำอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าทำเป็น ผู้เชี่ยวชาญวิชาเศรษฐศาสตร์ ก็ไม่ใช่หมายความว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอุปสรรคเหมือนหินโสโครกใต้ทะเลลึก แม้นักเดินเรือผู้เก่งกาจ ก็ยังเลี่ยงการชนหินโสโครกนั้นยากเราจะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในครั้งหน้าได้อย่างไร นี่เป็นคำถามที่ต้องไตร่ตรองข้อแนะนำ ตั้งสติให้แน่วแน่ เมื่อเผชิญหน้ากับอุปสรรค อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันความผิดพลาดได้ส่วนหนึ่ง ที่สำคัญการเรียนรู้จากความผิดพลาดเดิมๆ จะช่วยให้เราตัดสินใจถูกต้องได้เพิ่มขึ้นหากฟังนิทานและคำสอนแล้ว ยังเข้าใจไม่กระจ่าง ผมขอให้ทบทวนกาลามสูตร ข้อสุดท้าย “อย่าเชื่อ เพราะว่าสมณะผู้นี้เป็นครูของเรา”จำไว้เถิดหนา พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้เชื่อใคร ไม่เชื่อกระทั่งพระ กระทั่งครู.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม